BLA กำไร Q2/69 ลดลง YoY เหตุผลหลักจากผลลงทุนวูบ แต่ 6 เดือนแรกโตดี
รายได้-กำไรปรับตามปัจจัยลงทุน ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นการเติบโตของเบี้ยรับรวมและกำไรจากการบริการประกันภัย
ในไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ BLA รายงานกำไรสุทธิ 1,997 ล้านบาท ลดลง 7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากผลการดำเนินงานด้านการลงทุนที่ลดลง อย่างไรก็ตาม ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 3,603 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากปีก่อน โดยได้แรงหนุนจากผลการดำเนินงานด้านการบริการประกันภัยที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ส่งผลต่อกำไรสุทธิของ BLA ในไตรมาส 2 ปี 2569 คือ ผลการดำเนินงานด้านการลงทุนที่ลดลง เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยกำไรสุทธิลดลง 158 ล้านบาท (7%) ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการลดลงของรายได้จากการลงทุน 92 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาผลประกอบการ 6 เดือนแรกของปี 2569 พบว่ากำไรสุทธิเติบโต 197 ล้านบาท (6%) โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจาก ผลการดำเนินงานด้านการบริการประกันภัยที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 375 ล้านบาท และผลการดำเนินงานด้านการลงทุนที่เพิ่มขึ้น 382 ล้านบาท
2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ผลการดำเนินงานด้านการลงทุนที่ลดลงในไตรมาส 2 ปี 2569 เป็นผลมาจากรายได้ดอกเบี้ยรับที่ลดลง ซึ่งสอดคล้องกับผลตอบแทนจากการถือครองตราสารหนี้ที่ลดลง แม้ว่าจะมีกำไรจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของตราสารทุนเข้ามาช่วยบางส่วน แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากรายได้ดอกเบี้ยที่ลดลงได้
ในทางกลับกัน ผลการดำเนินงานด้านการบริการประกันภัยที่เติบโตในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 เป็นผลมาจากอัตราส่วนค่าสินไหมทดแทนที่ลดลง และการรับรู้กำไรจากการให้บริการตามสัญญา (CSM) ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กำไรจากการให้บริการตามสัญญาสำหรับกรมธรรม์ใหม่เพิ่มขึ้น 27% จากปีก่อน ซึ่งได้รับแรงหนุนจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นและสมมติฐานค่าสินไหมทดแทนที่ลดลงจากการมีประสบการณ์ที่ดีขึ้น นอกจากนี้ กำไรจากการดำเนินงานที่ปรับปรุง (Adjusted Operating Profit) ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 เพิ่มขึ้นถึง 215% ซึ่งสะท้อนถึงการเติบโตที่แข็งแกร่งจากการดำเนินงานหลัก
3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
มีโอกาสต่อเนื่อง สำหรับผลการดำเนินงานด้านการบริการประกันภัย เนื่องจากฝ่ายจัดการระบุว่าการเพิ่มขึ้นของกำไรจากการให้บริการตามสัญญาได้รับแรงหนุนจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นและสมมติฐานค่าสินไหมทดแทนที่ลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยที่อาจยังคงอยู่ต่อไป นอกจากนี้ เบี้ยประกันภัยรับปีต่อไป (RYP) และเบี้ยประกันภัยรับรวม (TP) มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องที่ 7% และ 5% ตามลำดับในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีต่อรายได้ในอนาคต
อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานด้านการลงทุนยังคงมีความไม่แน่นอน เนื่องจากขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดและอัตราดอกเบี้ย ซึ่งอาจผันผวนได้ในแต่ละไตรมาส แต่โดยรวมแล้ว การเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับรวมที่เพิ่มขึ้น 10% ใน 6 เดือนแรกของปี 2569 และการบริหารจัดการต้นทุนที่ดียังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนผลประกอบการในระยะยาว
Highlight สำคัญ
- กำไรสุทธิ Q2/69 ลดลง 7% YoY อยู่ที่ 1,997 ล้านบาท เป็นผลหลักจากผลการดำเนินงานด้านการลงทุนที่ลดลง 92 ล้านบาท
- กำไรสุทธิ 6 เดือนแรกปี 69 เพิ่มขึ้น 6% YoY อยู่ที่ 3,603 ล้านบาท ได้แรงหนุนจากผลการดำเนินงานด้านการบริการประกันภัยที่เพิ่มขึ้น 375 ล้านบาท และผลการดำเนินงานด้านการลงทุนที่เพิ่มขึ้น 382 ล้านบาท
- เบี้ยประกันภัยรับรวม 6 เดือนแรกปี 69 เติบโต 10% YoY อยู่ที่ 18,064 ล้านบาท โดยช่องทางธนาคารมีสัดส่วนสูงสุด 51%
- เบี้ยประกันภัยรับปีแรก 6 เดือนแรกปี 69 เพิ่มขึ้น 6% YoY อยู่ที่ 3,869 ล้านบาท โดยช่องทางธนาคารมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 71%
- อัตราความเพียงพอของเงินกองทุน (CAR) แข็งแกร่ง อยู่ที่ 391% ณ สิ้น Q2/69 สูงกว่าเกณฑ์กฎหมายที่ 140%
ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2569 BLA มีกำไรสุทธิ 1,997 ล้านบาท ลดลง 7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของผลการดำเนินงานด้านการลงทุน 92 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 3,603 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากการดำเนินงานด้านการบริการประกันภัยที่เพิ่มขึ้น 375 ล้านบาท และผลการดำเนินงานด้านการลงทุนที่เพิ่มขึ้น 382 ล้านบาท
เบี้ยประกันภัยรับรวมใน 6 เดือนแรกของปี 2569 เติบโต 10% YoY อยู่ที่ 18,064 ล้านบาท โดยช่องทางธนาคารยังคงเป็นช่องทางหลักที่ 51% ตามมาด้วยช่องทางตัวแทน 43% และอื่นๆ 6% ในขณะที่เบี้ยประกันภัยรับปีแรกใน 6 เดือนแรกของปี 2569 เติบโต 6% YoY อยู่ที่ 3,869 ล้านบาท โดยช่องทางธนาคารมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 71% ซึ่งสะท้อนถึงกลยุทธ์การขายผ่านช่องทางธนาคารที่ประสบความสำเร็จ
โอกาส
- การเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับรวมและปีต่อไป: การที่เบี้ยประกันภัยรับปีต่อไปเติบโต 11% YoY ใน 6 เดือนแรกของปี 2569 เป็นสัญญาณที่ดีต่อรายได้ในอนาคต
- การบริหารจัดการต้นทุนและค่าสินไหมทดแทน: การที่อัตราส่วนค่าสินไหมทดแทนลดลงส่งผลให้ผลการดำเนินงานด้านการบริการประกันภัยเติบโตอย่างแข็งแกร่ง
- ความแข็งแกร่งของเงินกองทุน: อัตราความเพียงพอของเงินกองทุน (CAR) ที่สูงกว่าเกณฑ์กฎหมายมาก แสดงถึงความมั่นคงทางการเงินของบริษัท
ความเสี่ยง
- ความผันผวนของผลการดำเนินงานด้านการลงทุน: รายได้จากการลงทุนที่ลดลงในไตรมาส 2 ปี 2569 ชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงจากสภาวะตลาดและอัตราดอกเบี้ยที่อาจส่งผลกระทบต่อผลกำไร
- การแข่งขันในธุรกิจประกันชีวิต: ตลาดประกันชีวิตมีการแข่งขันสูง โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตแบบยูนิตลิงค์และผลิตภัณฑ์ที่เน้นการคุ้มครอง
- การเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบ: การเปลี่ยนแปลงกฎหมายหรือข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจประกันชีวิตอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัท
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- แนวโน้มผลการดำเนินงานด้านการลงทุน: ติดตามว่ารายได้จากการลงทุนจะฟื้นตัวต่อเนื่องหรือไม่ในไตรมาสถัดไป
- การเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับปีแรกผ่านช่องทางธนาคาร: ประเมินว่าการเติบโตนี้จะยังคงต่อเนื่องหรือไม่
- การบริหารจัดการต้นทุนค่าสินไหมทดแทน: จับตาดูว่าอัตราส่วนค่าสินไหมทดแทนจะยังคงอยู่ในระดับต่ำได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่
- การปรับตัวต่อสภาวะตลาด: สังเกตการณ์ว่าบริษัทจะสามารถปรับกลยุทธ์การลงทุนให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างไร
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
ในส่วนของ ผลการดำเนินงานด้านการบริการประกันภัย พบว่ามีการเติบโตที่ดี โดยผลการดำเนินงานการบริการประกันภัยเพิ่มขึ้น 81 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2569 และ 375 ล้านบาทในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 ซึ่งเป็นผลมาจากอัตราส่วนค่าสินไหมทดแทนที่ลดลง และการรับรู้กำไรจากการให้บริการตามสัญญา (CSM) ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยอัตรากำไรต่อเบี้ยปีแรกสำหรับกรมธรรม์ใหม่ (APE) อยู่ที่ 63.5% ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่ดี
สำหรับ ผลการดำเนินงานด้านการลงทุน ในไตรมาส 2 ปี 2569 รายได้จากการลงทุนสุทธิลดลง 72 ล้านบาท เนื่องจากรายได้ดอกเบี้ยลดลง อย่างไรก็ตาม ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 รายได้จากการลงทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 262 ล้านบาท จากกำไรสุทธิจากการขายเงินลงทุนและเงินปันผลรับ อัตราผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ใน 6 เดือนแรกของปี 2569 อยู่ที่ 4.47%
ในด้าน เบี้ยประกันภัยรับ เบี้ยประกันภัยรับรวมใน 6 เดือนแรกของปี 2569 เติบโต 10% YoY โดยช่องทางธนาคารมีสัดส่วน 51% และเบี้ยประกันภัยรับปีแรกเติบโต 6% YoY โดยช่องทางธนาคารมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 71% ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของช่องทางธนาคารในการขับเคลื่อนธุรกิจ
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 สินทรัพย์รวมของบริษัทอยู่ที่ 309,950 ล้านบาท ลดลง 1.9% จากสิ้นปี 2568 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการวัดมูลค่าสินทรัพย์ทางการเงินที่ลดลง สินทรัพย์ทางการเงินและรายการเทียบเท่าเงินสดคิดเป็นสัดส่วน 98% ของสินทรัพย์รวม
หนี้สินรวมอยู่ที่ 253,782 ล้านบาท ลดลง 2.7% จากสิ้นปี 2568 ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการวัดมูลค่าหนี้สินสัญญาประกันภัยที่ลดลงตามอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 56,168 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.8% จากสิ้นปี 2568 โดยมีมูลค่าทางบัญชีต่อหุ้น 32.89 บาท การเพิ่มขึ้นนี้เป็นผลมาจากกำไรสุทธิ 3,603 ล้านบาท และการเปลี่ยนแปลงมูลค่าหนี้สินสัญญาประกันภัยที่ลดลงจากการวัดมูลค่าตามอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น
สรุปท้าย
BLA ในไตรมาส 2 ปี 2569 เผชิญกับแรงกดดันจากผลการดำเนินงานด้านการลงทุนที่ลดลง ส่งผลให้กำไรสุทธิปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน อย่างไรก็ตาม การเติบโตที่แข็งแกร่งของผลการดำเนินงานด้านการบริการประกันภัยในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 และการเพิ่มขึ้นของเบี้ยประกันภัยรับรวมและปีต่อไป เป็นสัญญาณบวกที่สำคัญ ประกอบกับความแข็งแกร่งของเงินกองทุน ทำให้บริษัทยังคงมีพื้นฐานที่มั่นคง แม้ว่าความผันผวนของผลตอบแทนจากการลงทุนจะเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดก็ตาม