PRM ลุ้นกำไรไตรมาส 2/69 โตเด่นรับอานิสงส์ธุรกิจเรือขนส่งและคลังน้ำมันฟื้นตัว
ไฮไลท์สำคัญ: กำไรปกติพุ่งแตะ 575 ล้านบาท
บริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน) หรือ PRM มีแนวโน้มผลประกอบการที่สดใสในไตรมาส 2/2569 โดยโบรกเกอร์จาก KS (KSecurities) คาดการณ์กำไรปกติไว้ที่ 575 ล้านบาท เติบโตขึ้น 6.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และเพิ่มขึ้นถึง 13.3% จากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) โดยได้รับแรงหนุนหลักจากการฟื้นตัวของธุรกิจเรือขนส่งปิโตรเลียมและเคมีภัณฑ์ (PCT) ที่กลับเข้าสู่ภาวะปกติ และการใช้ประโยชน์จากเรือกักเก็บน้ำมัน (FSU) ที่เพิ่มสูงขึ้น
เจาะลึกเนื้อหา: การเติบโตของธุรกิจหลักและแผนบริหารจัดการเรือ
ในไตรมาส 2/2569 ธุรกิจ FSU ถือเป็นพระเอกสำคัญ โดยคาดว่าจะมีรายได้อยู่ที่ 652 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38% QoQ และ 7% YoY จากอัตราการใช้ประโยชน์ (Utilization rate) ที่พุ่งสูงขึ้นเป็น 94% สะท้อนความต้องการจัดเก็บน้ำมันนอกชายฝั่งที่เพิ่มขึ้นจากความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง ส่วนธุรกิจ PCT คาดว่าจะมีรายได้ 871 ล้านบาท หลังบริษัทสามารถหาเส้นทางเดินเรือใหม่ทดแทนเส้นทางกัมพูชาได้สำเร็จ นอกจากนี้ บริษัทยังมีการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพผ่านแผนนำเรือเข้าอู่ซ่อมเพียง 12 ลำในปี 2569 ลดลงจาก 26 ลำในปี 2568 ซึ่งช่วยลดผลกระทบต่อการดำเนินงานได้อย่างมีนัยสำคัญ
ข้อสังเกต: แนวโน้มไตรมาส 3/69 และปัจจัยบวกจากค่าเงิน
สำหรับแนวโน้มในไตรมาส 3/2569 โบรกเกอร์ประเมินว่ากำไรจะยังคงแข็งแกร่งต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนสำคัญคือ การอ่อนค่าของเงินบาท ซึ่งเป็นผลบวกต่อ PRM เนื่องจากรายได้ส่วนใหญ่รับชำระเป็นสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ ประกอบกับอัตราการใช้ประโยชน์ของ FSU ที่ยังคงยืนระดับสูงกว่า 90% อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามปัจจัยทางฤดูกาลที่อาจส่งผลต่อรายได้ในบางช่วงเวลา แต่โดยรวมถือว่าโครงสร้างรายได้ของบริษัทมีความยืดหยุ่นและสามารถปรับตัวได้ดีในสถานการณ์ปัจจุบัน
ส่วนสรุป: คำแนะนำการลงทุนจาก KS
ทางด้าน KS (KSecurities) ให้คำแนะนำ "ซื้อ" โดยกำหนดราคาเป้าหมายไว้ที่ 10.55 บาท ซึ่งเป็นการปรับเพิ่มตัวคูณ PER และปรับปีฐานการประเมินมูลค่าหุ้นไปเป็นกลางปี 2570 เพื่อสะท้อนศักยภาพการเติบโตที่ต่อเนื่องของบริษัท ทั้งนี้ การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน