CK ธุรกิจแกร่งรับเหมาโครงสร้างพื้นฐาน พร้อมลุยโปรเจกต์ยักษ์ใหญ่
ไฮไลท์สำคัญ
บล.เอเซียพลัส (ASPS) ประเมินผลประกอบการของ CK ในไตรมาส 2/2569 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 714 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 117% จากไตรมาสก่อนหน้า แม้จะลดลง 17% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากรายได้ธุรกิจก่อสร้างที่ยังคงแข็งแกร่งและการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ พร้อมคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยประเมินมูลค่าพื้นฐานปี 2570 ไว้ที่ 24.00 บาท ด้วยวิธี Sum-of-the-Parts
เจาะลึกผลประกอบการและการเติบโต
ในไตรมาส 2/2569 รายได้จากธุรกิจก่อสร้างอยู่ที่ 1.17 หมื่นล้านบาท จากการเร่งงานโครงการหลวงพระบางและโครงการรถไฟฟ้าสายต่างๆ ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) รักษาได้ที่ 7.5% นอกจากนี้ CK ยังได้รับเงินปันผลจาก TTW จำนวน 232 ล้านบาท และส่วนแบ่งกำไรจาก BEM และ CKP รวม 382 ล้านบาท แม้ส่วนแบ่งกำไรจาก CKP จะลดลง 36%YoY จากฐานปีก่อนที่สูงผิดปกติ แต่บริษัทได้ประโยชน์จากการลดภาระหนี้สินผ่านการนำเงินที่ได้รับชำระจากโครงการไซยะบุรีไปคืนหนี้สถาบันการเงินและหุ้นกู้ ทำให้ภาระดอกเบี้ยจ่ายลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ข้อสังเกตและแนวโน้มในอนาคต
ฝ่ายวิจัยมองว่าแนวโน้มกำไรในไตรมาส 3/2569 จะโดดเด่นยิ่งขึ้น เนื่องจาก CKP เข้าสู่ช่วง High Season ของการผลิตไฟฟ้า และ BEM มีปริมาณผู้ใช้บริการสูงที่สุดของปี นอกจากนี้ยังมีปัจจัยบวกจากการเปิดประมูล Mega Project ช่วงปลายปี เช่น รถไฟไทย-จีน เฟส 2, มอเตอร์เวย์ M5 และ M9, โครงการขยายสนามบินสุวรรณภูมิ และงาน Double Deck ซึ่งจะช่วยผลักดันให้ Backlog ทะลุ 2.1 แสนล้านบาท ทั้งนี้บริษัทมีความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยจากการดำเนินงานโครงการขนาดใหญ่ แต่ที่ผ่านมา CK สามารถบริหารจัดการได้ดีเยี่ยมและไม่เกิดอุบัติเหตุร้ายแรง
บทสรุปการลงทุน
CK ถือเป็นผู้รับเหมาที่มีความโดดเด่นที่สุดในวัฏจักรการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานรอบใหม่ ด้วยโครงสร้างทางการเงินที่แข็งแกร่งขึ้นจากการลดหนี้สินและการผสมผสานรายได้ที่มั่นคงจากบริษัทลูกและบริษัทร่วม ทำให้บริษัทมีความยืดหยุ่นสูงในการรองรับการลงทุนในอนาคต ฝ่ายวิจัยจึงเชื่อมั่นในศักยภาพการเติบโตในระยะกลางถึงยาว โดยกำหนดราคาเป้าหมายที่ 24.00 บาท อิงวิธี Sum-of-the-Parts คิดเป็น Implied PER ที่ 18 เท่า