เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
SIRI กำไร Q2/26 ฟื้นตัวตามคาด โบรกฯ คงคำแนะนำ TRADING
ข่าวสาร

SIRI กำไร Q2/26 ฟื้นตัวตามคาด โบรกฯ คงคำแนะนำ TRADING

SIRI P/E 5.89 YIELD 8.43
88 นาที 19:14 น. 0 ความเห็น

ภาพรวมผลประกอบการและคำแนะนำ

บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ได้ออกบทวิเคราะห์หุ้นบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI โดยคาดการณ์กำไรสุทธิในไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 984 ล้านบาท หากไม่รวมรายการพิเศษจากการขายที่ดิน 40 ล้านบาท จะมีกำไรปกติอยู่ที่ 944 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการฟื้นตัว 11.7% จากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) แต่ยังคงลดลง 22.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) จากฐานที่สูง ทั้งนี้ ทางโบรกเกอร์ยังคงคำแนะนำ “TRADING” โดยให้ราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2569 ไว้ที่ 1.52 บาท ด้วยวิธีประเมินมูลค่าอิงค่าเฉลี่ย PER ย้อนหลัง 5 ปี ที่ระดับ 6.34 เท่า

วิเคราะห์เจาะลึกรายไตรมาสและปัจจัยหนุน

สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2569 คาดว่ารายได้จากอสังหาริมทรัพย์จะอยู่ที่ 6,250 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.8% QoQ โดยได้รับแรงหนุนจากโครงการแนวสูงที่สร้างเสร็จใหม่และเริ่มมีการโอนกรรมสิทธิ์ ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 27.7% (+320 bps QoQ และ +130 bps YoY) อย่างไรก็ตาม ยอด Presales ในไตรมาสนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 10,003 ล้านบาท ลดลง 9.9% QoQ แต่ถือว่าฟื้นตัวโดดเด่น 28.2% YoY จากฐานที่ต่ำในปีก่อนหน้า

ข้อสังเกตและแนวโน้มการเติบโต

นักวิเคราะห์มองว่าแนวโน้มกำไรในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 (2H26) จะฟื้นตัวได้ดีขึ้นทั้งเมื่อเทียบกับครึ่งปีแรก (HoH) และช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) เนื่องจากมีโครงการแนวสูงเตรียมส่งมอบอีก 7 โครงการ มูลค่ารวม 18,915 ล้านบาท นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่รวม 21 โครงการ มูลค่า 27,340 ล้านบาท และตั้งเป้าบุกตลาดภูเก็ตด้วยโครงการมูลค่า 40,000 ล้านบาทในอีก 5 ปีข้างหน้า เพื่อรองรับดีมานด์ชาวต่างชาติและกระจายความเสี่ยงของพอร์ตสินค้า โดยปัจจุบันบริษัทมี Backlog ที่รอรับรู้รายได้ในปีนี้แล้วราว 9,355 ล้านบาท

สรุปภาพรวมการลงทุน

แม้ผลประกอบการของ SIRI จะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในไตรมาส 1/2569 แต่การเติบโตตลอดทั้งปี 2569 ยังไม่โดดเด่นนัก ประกอบกับภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยรวมที่ยังคงชะลอตัว ทำให้ Upside ของราคาหุ้นจากระดับปัจจุบันยังมีจำกัด อย่างไรก็ตาม นักลงทุนสามารถคาดหวังเงินปันผลสำหรับงวดครึ่งปีแรกได้ที่ 0.05 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield ประมาณ 3.3% ซึ่งถือเป็นปัจจัยบวกประคองราคาหุ้นในระยะสั้น
ยังไม่มีความคิดเห็น