VRANDA กำไรสุทธิ Q2/2566 พลิกขาดทุน รับแรงกดดันจากอสังหาฯ-ร้านอาหาร แต่ธุรกิจโรงแรมฟื้นตัว
รายได้รวม Q2/2566 หดตัว 2% สวนทาง 6 เดือนแรกโต 11% จากการท่องเที่ยวที่กลับมาคึกคัก ขณะที่ธุรกิจโรงแรมยังคงเป็นพระเอก
บริษัท วีรันดา รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ VRANDA รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้รวม 315 ล้านบาท ลดลง 2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่หากพิจารณา 6 เดือนแรกของปี 2566 รายได้รวมเติบโต 11% เป็น 698 ล้านบาท โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมจากการท่องเที่ยวที่กลับมาคึกคัก อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการสุทธิในไตรมาส 2 พลิกขาดทุนสุทธิ 15 ล้านบาท จากที่เคยมีกำไร 2 ล้านบาทในปีก่อน
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: บริการ
หัวใจหลักที่ส่งผลต่อผลประกอบการของ VRANDA ในไตรมาส 2 ปี 2566 คือ การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจโรงแรมที่ชดเชยผลประกอบการที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญของธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่ม ทำให้ภาพรวมรายได้ 6 เดือนแรกยังคงเติบโตได้ แต่ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 2 พลิกกลับมาขาดทุน
ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:
ธุรกิจโรงแรมเป็นพระเอก: รายได้จากกิจการโรงแรมในไตรมาส 2 ปี 2566 เติบโตถึง 16% YoY เป็น 261 ล้านบาท และ 50% YoY ในช่วง 6 เดือนแรก เป็น 563 ล้านบาท ปัจจัยขับเคลื่อนหลักคือการเพิ่มขึ้นของอัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate) จาก 51% เป็น 60% ในไตรมาส 2 และจาก 42% เป็น 63% ใน 6 เดือนแรก รวมถึงราคาห้องพักเฉลี่ย (Average Room Rate) ที่ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย สะท้อนถึงการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติและการท่องเที่ยวในประเทศที่ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ REVPAR (รายได้ต่อห้องว่าง) เติบโตอย่างโดดเด่นถึง 20% ในไตรมาส 2 และ 55% ใน 6 เดือนแรก แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นของกิจการโรงแรมจะลดลงเล็กน้อย 1% ในไตรมาส 2 เนื่องจากต้นทุนสาธารณูปโภคที่สูงขึ้น แต่กำไรขั้นต้นโดยรวมยังคงเพิ่มขึ้น 13% ในไตรมาส 2 และ 64% ใน 6 เดือนแรก
ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เป็นแรงกดดัน: รายได้จากกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ลดลงอย่างมากถึง 69% ในไตรมาส 2 เป็น 15 ล้านบาท และ 66% ใน 6 เดือนแรก เป็น 54 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการทยอยลดลงของความคืบหน้าการโอนกรรมสิทธิ์โครงการวีรันดา เรสซิเดนซ์ หัวหิน ซึ่งมียอดโอนสะสม 88% แล้ว ประกอบกับการโอนกรรมสิทธิ์ห้องที่มีราคาขายต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของโครงการ ทำให้กำไรขั้นต้นจากธุรกิจนี้ลดลงถึง 76% ในไตรมาส 2 และ 77% ใน 6 เดือนแรก
ธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มยังซบเซา: รายได้จากกิจการร้านอาหารและเครื่องดื่มลดลง 26% ในไตรมาส 2 เป็น 22 ล้านบาท และ 18% ใน 6 เดือนแรก เป็น 48 ล้านบาท ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพรวม EBITDA ที่ลดลง 8% ในไตรมาส 2 แม้ว่า EBITDA 6 เดือนแรกจะเติบโต 36% จากการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรม
จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:
มีโอกาสต่อเนื่อง สำหรับการเติบโตของธุรกิจโรงแรม โดยเฉพาะในครึ่งปีหลังซึ่งเป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวที่สำคัญ และการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มีแนวโน้มที่จะมีรายได้ลดลงต่อเนื่อง เนื่องจากโครงการหลักใกล้จะโอนกรรมสิทธิ์หมดแล้ว ส่วนธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มยังต้องติดตามแนวโน้มการฟื้นตัวของกำลังซื้อและการแข่งขันในตลาด
Highlight สำคัญ
- รายได้รวม Q2/2566 ลดลง 2% เป็น 315 ล้านบาท แต่ 6 เดือนแรกโต 11% เป็น 698 ล้านบาท
- กำไรสุทธิ Q2/2566 พลิกขาดทุน 15 ล้านบาท จากกำไร 2 ล้านบาทในปีก่อน
- ธุรกิจโรงแรมเติบโตโดดเด่น: รายได้ Q2/2566 เพิ่ม 16% YoY เป็น 261 ล้านบาท, 6 เดือนแรกโต 50% YoY เป็น 563 ล้านบาท จากอัตราเข้าพักที่สูงขึ้น
- ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์หดตัวรุนแรง: รายได้ Q2/2566 ลด 69% YoY เป็น 15 ล้านบาท, 6 เดือนแรก ลด 66% YoY เป็น 54 ล้านบาท
- EBITDA รวม Q2/2566 ลดลง 8% เป็น 66 ล้านบาท แต่ 6 เดือนแรกโต 36% เป็น 160 ล้านบาท
- ค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้น 45% ใน Q2/2566 เป็น 25 ล้านบาท จากการออกหุ้นกู้และอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น
ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 2 ปี 2566 VRANDA มีรายได้รวม 315 ล้านบาท ลดลง 2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้จากกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งลดลงตามความคืบหน้าการโอนกรรมสิทธิ์ ในขณะที่รายได้จากกิจการโรงแรมเพิ่มขึ้น 16% จากการเติบโตของอัตราการเข้าพักและราคาห้องพักเฉลี่ยที่สูงขึ้น จากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้น
สำหรับงวดหกเดือนแรกของปี 2566 รายได้รวมเพิ่มขึ้น 11% เป็น 698 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากกิจการโรงแรม จากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิในไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ 15 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 2 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้จากกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และรายได้จากกิจการร้านอาหารและเครื่องดื่ม
ในส่วนของ EBITDA รวมในไตรมาส 2 ปี 2566 อยู่ที่ 66 ล้านบาท ลดลง 8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากรายได้กิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และร้านอาหารที่ลดลง แต่สำหรับงวดหกเดือนแรก EBITDA รวมเพิ่มขึ้น 36% เป็น 160 ล้านบาท จากการฟื้นตัวของรายได้จากกิจการโรงแรม
โอกาส
- การฟื้นตัวของการท่องเที่ยว: การเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อธุรกิจโรงแรมของ VRANDA
- การเติบโตของธุรกิจโรงแรม: การเพิ่มขึ้นของอัตราการเข้าพักและราคาห้องพักเฉลี่ย รวมถึง REVPAR ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง บ่งชี้ถึงศักยภาพในการสร้างรายได้และกำไรของธุรกิจโรงแรม
- การบริหารต้นทุน: แม้ต้นทุนสาธารณูปโภคจะสูงขึ้น แต่การบริหารจัดการต้นทุนของกิจการโรงแรมยังคงมีประสิทธิภาพ
- การขยายธุรกิจ: การออกหุ้นกู้เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการขยายธุรกิจ แสดงถึงวิสัยทัศน์ในการเติบโตในอนาคต
ความเสี่ยง
- การลดลงของรายได้อสังหาริมทรัพย์: โครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์หลักใกล้จะโอนกรรมสิทธิ์หมด ทำให้รายได้จากส่วนนี้มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง
- การแข่งขันในธุรกิจร้านอาหาร: ธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มยังคงเผชิญกับการแข่งขันสูงและกำลังซื้อที่อาจฟื้นตัวไม่เต็มที่
- ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น: ค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากการออกหุ้นกู้และอัตราดอกเบี้ย MLR ที่ปรับสูงขึ้น
- ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย: ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายเพิ่มขึ้นจากการปรับปรุงห้องพักโรงแรม ซึ่งส่งผลต่อกำไรสุทธิ
- ความผันผวนของเศรษฐกิจ: ปัจจัยภายนอก เช่น ภาวะเศรษฐกิจโลกและอัตราแลกเปลี่ยน อาจส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวและกำลังซื้อ
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- แนวโน้มการฟื้นตัวของธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่ม: ความสามารถในการสร้างรายได้และกำไรของแบรนด์ร้านอาหารต่างๆ
- ความคืบหน้าการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอสังหาริมทรัพย์ที่เหลือ: ผลกระทบต่อรายได้และกำไรในไตรมาสถัดไป
- การบริหารจัดการต้นทุนในธุรกิจโรงแรม: โดยเฉพาะต้นทุนสาธารณูปโภคและค่าแรง
- ผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น: ต่อค่าใช้จ่ายทางการเงินและต้นทุนการกู้ยืมในอนาคต
- แผนการขยายธุรกิจและการลงทุนใหม่ๆ: เพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
- ธุรกิจโรงแรม: อัตราการเข้าพักเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (Q2: 60% จาก 51%, 6M: 63% จาก 42%) และราคาห้องพักเฉลี่ยปรับขึ้นเล็กน้อย (Q2: +1%, 6M: +3%) ส่งผลให้ REVPAR เติบโตแข็งแกร่ง (Q2: +20%, 6M: +55%) อัตรากำไรขั้นต้นของโรงแรมอยู่ที่ 50% ใน Q2 ลดลง 1% YoY แต่ 6M อยู่ที่ 53% เพิ่มขึ้น 10% YoY EBITDA ของโรงแรม Q2 เพิ่ม 7% YoY เป็น 69 ล้านบาท และ 6M เพิ่ม 83% YoY เป็น 164 ล้านบาท
- ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์: รายได้ลดลงอย่างมาก (Q2: -69%, 6M: -66%) และอัตรากำไรขั้นต้นลดลง (Q2: 18% จาก 24%, 6M: 17% จาก 25%) เนื่องจากโครงการหลักใกล้โอนกรรมสิทธิ์หมด
- ธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่ม: รายได้ลดลง (Q2: -26%, 6M: -18%)
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 กลุ่มบริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 4,621 ล้านบาท ลดลง 3% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดจากการชำระคืนเงินกู้ และอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายที่ลดลงจากการโอนกรรมสิทธิ์
หนี้สินรวมอยู่ที่ 2,698 ล้านบาท ลดลง 4% จากสิ้นปี 2565 โดยหลักมาจากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาวตามกำหนด
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1,923 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 1% จากสิ้นปี 2565 เนื่องจากผลขาดทุนสุทธิในช่วง 6 เดือนแรก
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E ratio) อยู่ที่ 1.40 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD/E ratio) อยู่ที่ 1.20 เท่า ซึ่งลดลงเมื่อเทียบกับสิ้นปีก่อน
สรุปท้าย
VRANDA ในไตรมาส 2 ปี 2566 เผชิญกับผลประกอบการที่ผันผวน โดยธุรกิจโรงแรมเป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้หลักที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งจากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว แต่ถูกหักล้างด้วยรายได้ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญของธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจร้านอาหาร ส่งผลให้ภาพรวมกำไรสุทธิพลิกกลับมาขาดทุน แม้ว่า EBITDA 6 เดือนแรกจะเติบโตได้ดีจากธุรกิจโรงแรม แต่ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นและการลดลงของรายได้จากอสังหาริมทรัพย์เป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตา ขณะที่แนวโน้มการท่องเที่ยวที่สดใสยังคงเป็นโอกาสสำคัญสำหรับธุรกิจโรงแรมในระยะต่อไป