TQR กำไรสุทธิ 6 เดือนแรกปี 66 โต 0.87% รับแรงหนุนธุรกิจนายหน้าประกันภัยต่อช่องทางใหม่
รายได้รวมโต 8.38% แต่กำไรสุทธิ Q2/66 หดตัวเล็กน้อย ฝ่ายบริหารชี้การเติบโตมาจากธุรกิจ Alternative Business เป็นหลัก
บริษัท ที คิว อาร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TQR รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้ค่าบริการรวม 60.30 ล้านบาท ลดลง 5.97% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 25.19 ล้านบาท ลดลง 6.27% อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาผลประกอบการ 6 เดือนแรกปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้รวม 125.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.38% และมีกำไรสุทธิ 51.91 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.87% โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการเติบโตของธุรกิจนายหน้าประกันภัยต่อแบบพัฒนาช่องทางและผลิตภัณฑ์ใหม่ร่วมกัน (Alternative Business)
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักของผลประกอบการ TQR ในช่วง 6 เดือนแรกปี 2566 คือ การเติบโตของรายได้จากธุรกิจนายหน้าประกันภัยต่อแบบพัฒนาช่องทางและผลิตภัณฑ์ใหม่ร่วมกัน (Alternative Business) ซึ่งสามารถชดเชยการลดลงของรายได้จากธุรกิจนายหน้าประกันภัยต่อแบบทั่วไป (Traditional Business) ได้ ส่งผลให้ภาพรวมรายได้รวม 6 เดือนแรกปี 2566 เติบโตได้ 8.38% และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 0.87% อย่างไรก็ตาม ในไตรมาส 2/2566 กำไรสุทธิกลับลดลง 6.27% เนื่องจากต้นทุนการให้บริการที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับรายได้ที่ลดลงในไตรมาสนี้
2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
- รายได้จาก Alternative Business เติบโต: ปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่านายหน้าประกันภัยต่อจากสัญญาประกันภัยต่อกลุ่ม Non-Motor โดยเฉพาะประกันภัยสุขภาพและอุบัติเหตุส่วนบุคคล รวมถึงประกันภัยพิเศษ (Specialty) เช่น สัญญาประกันภัยต่อการก่อการร้ายและภัยทางการเมือง, สัญญาประกันอัคคีภัยและทรัพย์สิน, สัญญาประกันภัย Cyber และสัญญาประกันภัยความรับผิดของกรรมการและเจ้าหน้าที่ (D&O Insurance) ซึ่งมีอัตราการเติบโตสูงถึง 22.30% ในไตรมาส 2 และ 27.01% ใน 6 เดือนแรก
- รายได้ Traditional Business ลดลง: สาเหตุหลักมาจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายการทำประกันภัยต่อประเภทประกันภัยรถยนต์ของลูกค้าสัญญาเดิมรายหนึ่ง ส่งผลให้รายได้ในส่วนนี้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 41.28% ในไตรมาส 2 และ 19.18% ใน 6 เดือนแรก แม้บริษัทฯ จะพยายามหาตลาดใหม่ในกลุ่มรถยนต์ EV รถยนต์เชิงพาณิชย์ และรถยนต์ประเภทอื่นเข้ามาทดแทน
- ต้นทุนการให้บริการเพิ่มขึ้น: ต้นทุนหลักของบริษัทฯ คือค่าแรงและผลประโยชน์พนักงาน ซึ่งเพิ่มขึ้น 9.03% ในไตรมาส 2 และ 14.28% ใน 6 เดือนแรก สอดคล้องกับการขยายตัวของธุรกิจ Alternative Business แต่เมื่อรายได้รวมในไตรมาส 2 ลดลง ทำให้ต้นทุนต่อรายได้สูงขึ้น ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงจาก 79.01% ใน Q2/65 เป็น 71.14% ใน Q2/66 และกำไรสุทธิในไตรมาส 2 หดตัวลง
- รายได้อื่นผันผวน: ใน 6 เดือนแรกปี 2566 รายได้อื่นลดลง 12.54% เนื่องจากปี 2565 มีการกลับรายการประมาณการค่าเผื่อผลขาดทุนและเงินสนับสนุนการจ้างงานจากรัฐบาลเข้ามาเป็นรายได้ แต่ในไตรมาส 2/2566 รายได้อื่นกลับเพิ่มขึ้น 170.29% จากดอกเบี้ยรับ เงินปันผลรับ และกำไรจากการขายทรัพย์สิน
3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
มีโอกาสต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเติบโตของ Alternative Business เนื่องจากเป็นกลุ่มธุรกิจที่บริษัทฯ พัฒนาช่องทางและผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มประกันภัยพิเศษ (Specialty) ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตได้ดี อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของรายได้จาก Traditional Business ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนการให้บริการให้มีประสิทธิภาพ เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิในระยะยาว
Highlight สำคัญ
- รายได้รวม 6 เดือนแรกปี 2566 เติบโต 8.38% แตะ 125.45 ล้านบาท
- กำไรสุทธิ 6 เดือนแรกปี 2566 เพิ่มขึ้น 0.87% เป็น 51.91 ล้านบาท
- รายได้จาก Alternative Business เติบโตโดดเด่น 27.01% ใน 6 เดือนแรก
- รายได้ Traditional Business ลดลง 19.18% ใน 6 เดือนแรก จากการเปลี่ยนแปลงนโยบายลูกค้าหลัก
- ต้นทุนการให้บริการเพิ่มขึ้น 14.28% ใน 6 เดือนแรก
- กำไรขั้นต้นลดลง ในไตรมาส 2/2566 จาก 79.01% เป็น 71.14%
ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้ค่าบริการรวม 60.30 ล้านบาท ลดลง 5.97% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของรายได้จากธุรกิจนายหน้าประกันภัยต่อแบบทั่วไป (Traditional Business) ในขณะที่ธุรกิจนายหน้าประกันภัยต่อแบบพัฒนาช่องทางและผลิตภัณฑ์ใหม่ร่วมกัน (Alternative Business) มีการเติบโต 22.30% ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 2 อยู่ที่ 25.19 ล้านบาท ลดลง 6.27%
สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้ค่าบริการรวม 125.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.38% โดยมีแรงหนุนหลักจาก Alternative Business ที่เติบโต 27.01% ขณะที่ Traditional Business ลดลง 19.18% ส่งผลให้กำไรสุทธิรวม 6 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 51.91 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.87%
โอกาส
- การเติบโตของ Alternative Business: การขยายตัวของผลิตภัณฑ์ประกันภัยพิเศษ (Specialty) เช่น ประกันภัย Cyber, D&O Insurance และประกันภัยกลุ่ม Non-Motor อื่นๆ เป็นโอกาสสำคัญในการสร้างรายได้และกำไร
- การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่: การมุ่งเน้นพัฒนาช่องทางและผลิตภัณฑ์ใหม่ร่วมกันอย่างต่อเนื่อง จะช่วยสร้างฐานรายได้ที่มั่นคงและหลากหลาย
- การขยายตลาดในกลุ่มรถยนต์ EV และรถยนต์เชิงพาณิชย์: เป็นโอกาสในการชดเชยรายได้ที่ลดลงจากธุรกิจประกันภัยรถยนต์แบบดั้งเดิม
ความเสี่ยง
- การพึ่งพิงลูกค้ารายใหญ่ใน Traditional Business: การเปลี่ยนแปลงนโยบายของลูกค้ารายใหญ่ส่งผลกระทบต่อรายได้โดยตรง เป็นความเสี่ยงที่ต้องบริหารจัดการ
- การแข่งขันในธุรกิจนายหน้าประกันภัยต่อ: การแข่งขันที่รุนแรงอาจส่งผลต่ออัตราค่านายหน้าและส่วนแบ่งทางการตลาด
- การบริหารต้นทุน: การควบคุมต้นทุนการให้บริการ โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายบุคลากร ให้สอดคล้องกับการเติบโตของรายได้เป็นสิ่งสำคัญ
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- แนวโน้มการเติบโตของรายได้จาก Alternative Business ในไตรมาสถัดไป
- ความสามารถในการหาลูกค้าใหม่หรือทดแทนรายได้จาก Traditional Business ที่ลดลง
- การบริหารจัดการต้นทุนการให้บริการ เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้น
- การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ โดยเฉพาะในกลุ่ม Specialty Insurance
- ผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจและอัตราดอกเบี้ยต่อธุรกิจประกันภัย
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
ในฐานะบริษัทนายหน้าประกันภัยต่อ TQR มีลักษณะธุรกิจที่แตกต่างจากสถาบันการเงินทั่วไป โดยไม่ได้เน้น NIM, NPL หรือ CAR แต่จะให้ความสำคัญกับ ปริมาณธุรกิจ (Volume) และอัตราค่านายหน้า (Commission Rate) ที่ได้รับจากบริษัทประกันภัยที่เป็นคู่ค้า
- รายได้ค่าบริการ: เป็นรายได้หลัก ซึ่งมาจาก 2 ส่วนหลักคือ Traditional Business และ Alternative Business โดย Alternative Business มีการเติบโตที่โดดเด่น สะท้อนถึงความสามารถในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และการขยายฐานลูกค้าในกลุ่มประกันภัยพิเศษ (Specialty)
- ต้นทุนการให้บริการ: ส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายบุคลากร ซึ่งเพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของธุรกิจ การบริหารต้นทุนนี้จึงมีความสำคัญต่ออัตรากำไรขั้นต้น
- กำไรขั้นต้น: มีการปรับตัวลดลงในไตรมาส 2/2566 เนื่องจากรายได้รวมลดลง แต่ต้นทุนบุคลากรค่อนข้างคงที่ ซึ่งเป็นผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างรายได้
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง เช่น งบดุล หรือ งบกระแสเงินสด มีเพียงข้อมูลรายได้ ต้นทุน และกำไร
สรุปท้าย
TQR ในไตรมาส 2 ปี 2566 และ 6 เดือนแรกปี 2566 แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวของโครงสร้างรายได้ โดยธุรกิจนายหน้าประกันภัยต่อแบบพัฒนาช่องทางและผลิตภัณฑ์ใหม่ร่วมกัน (Alternative Business) กลายเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนการเติบโต ชดเชยรายได้ที่ลดลงจากธุรกิจแบบดั้งเดิม แม้ภาพรวมกำไรสุทธิ 6 เดือนแรกจะเติบโตได้เล็กน้อย แต่การลดลงของกำไรในไตรมาส 2 ชี้ให้เห็นถึงความท้าทายในการบริหารจัดการต้นทุนให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของรายได้ นักลงทุนควรจับตาการเติบโตของ Alternative Business และความสามารถในการฟื้นฟูรายได้จาก Traditional Business รวมถึงการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว