เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
TRU กำไรสุทธิ Q2/66 ดิ่ง 70% รับรายได้หด เหตุ EV แย่งตลาด-กำลังซื้อวูบ
ข่าวสาร

TRU กำไรสุทธิ Q2/66 ดิ่ง 70% รับรายได้หด เหตุ EV แย่งตลาด-กำลังซื้อวูบ

TRU P/E 9.84 YIELD 6.62
64 นาที 10:57 น. 0 ความเห็น

รายได้รวมทรุด 18% กดดันกำไรสุทธิ TRU Q2/66 วูบ 70% ฝ่ายบริหารชี้ปัจจัยลบจาก EV และกำลังซื้อในประเทศ

บริษัท ไทยรุ่งยูเนี่ยนคาร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TRU รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้รวม 605 ล้านบาท ลดลง 18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ลดลงถึง 70% มาอยู่ที่ 31 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักมาจากความนิยมรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่เพิ่มขึ้นส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ไทยโดยรวม และกำลังซื้อในประเทศที่ชะลอตัว

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม

เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่

1) หัวใจคืออะไร

หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรของ TRU ในไตรมาส 2 ปี 2566 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ การลดลงของรายได้รวม 18% ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำไรสุทธิที่ลดลง 70% โดยมีปัจจัยกดดันหลักมาจาก การเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน และ กำลังซื้อในประเทศที่ชะลอตัว

2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

ฝ่ายบริหารระบุว่า ความนิยมของรถยนต์ EV ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และเครื่องจักรกลการเกษตรชะลอการสั่งซื้อตามภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของรายได้จากการรับจ้างประกอบและรับจ้างอื่นๆ ที่เกี่ยวกับรถยนต์ ซึ่งลดลง 37% และรายได้จากการจำหน่ายรถยนต์และบริการศูนย์บริการรถยนต์ที่ลดลง 64% นอกจากนี้ สถาบันการเงินที่เข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อรถยนต์ และค่าครองชีพที่สูงขึ้น ยังส่งผลให้กำลังซื้อในประเทศลดลง ซึ่งกระทบต่อยอดขายรถยนต์โดยรวม

ในขณะที่รายได้จากการผลิตอุปกรณ์และชิ้นส่วนสำหรับใช้ผลิตรถยนต์ (ประกอบด้วยรายได้จากการรับจ้างผลิตชิ้นส่วน, แม่พิมพ์, อุปกรณ์จับยึด) ยังคงเติบโตได้ 5% จากกลุ่มลูกค้าเดิมที่มีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นและมีงานโครงการใหม่ แต่ไม่สามารถชดเชยการลดลงของรายได้ในส่วนอื่นได้ทั้งหมด

3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่

ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม แม้ว่าฝ่ายบริหารจะระบุว่าความนิยมของรถยนต์ EV เป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน แต่ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนในเอกสารว่าแนวโน้มนี้จะส่งผลกระทบต่อ TRU ในระยะยาวอย่างไร นอกจากนี้ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้ปรับลดเป้าหมายการผลิตรถยนต์สำหรับปี 2566 ลง ซึ่งสะท้อนถึงความท้าทายของอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม การที่กลุ่มลูกค้าเดิมยังมีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นและมีงานโครงการใหม่ในส่วนการผลิตอุปกรณ์และชิ้นส่วนสำหรับใช้ผลิตรถยนต์ อาจเป็นสัญญาณบวกที่ต้องจับตาดูต่อไป

Highlight สำคัญ

  • กำไรสุทธิลดลง 70% YoY: ไตรมาส 2 ปี 2566 กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ อยู่ที่ 31 ล้านบาท ลดลงจาก 103 ล้านบาทในปีก่อน
  • รายได้รวมหดตัว 18% YoY: รายได้รวมอยู่ที่ 605 ล้านบาท เทียบกับ 740 ล้านบาทในปีก่อน
  • ยอดผลิตรถยนต์ส่งออกเพิ่ม 24%: ภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ไตรมาส 2 ปี 2566 ยอดผลิตรถยนต์รวมเพิ่มขึ้น 6% และยอดส่งออกเพิ่มขึ้น 24%
  • ยอดขายในประเทศลดลง 4%: ปัจจัยจากสถาบันการเงินเข้มงวดสินเชื่อ, กำลังซื้อลดลง, และความนิยมรถยนต์ไฟฟ้า
  • รายได้จากการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์เติบโต 5%: เป็นส่วนเดียวที่รายได้เพิ่มขึ้น จากลูกค้าเดิมและงานโครงการใหม่

ภาพรวมผลประกอบการ

TRU รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้รวม 605 ล้านบาท ลดลง 18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ที่ 740 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้จากการรับจ้างประกอบและรับจ้างอื่นๆ ที่เกี่ยวกับรถยนต์ 37% และรายได้จากการจำหน่ายรถยนต์และบริการศูนย์บริการรถยนต์ 64% แม้ว่ารายได้จากการผลิตอุปกรณ์และชิ้นส่วนสำหรับใช้ผลิตรถยนต์จะเพิ่มขึ้น 5% แต่ไม่สามารถชดเชยภาพรวมได้ ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 70% YoY จาก 103 ล้านบาท เหลือ 31 ล้านบาท

โอกาส

  • คำสั่งซื้อเพิ่มในกลุ่มผลิตชิ้นส่วนยานยนต์: รายได้จากการผลิตอุปกรณ์และชิ้นส่วนสำหรับใช้ผลิตรถยนต์เพิ่มขึ้น 5% จากกลุ่มลูกค้าเดิมมีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นและมีงานโครงการใหม่
  • การเติบโตของตลาดส่งออก: ยอดผลิตรถยนต์เพื่อส่งออกต่างประเทศในภาพรวมอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 24% ซึ่งอาจเป็นโอกาสสำหรับผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ที่เน้นการส่งออก

ความเสี่ยง

  • การแข่งขันจากรถยนต์ EV: ความนิยมที่เพิ่มขึ้นของรถยนต์ EV ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการนำเข้า ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน และชะลอการสั่งซื้อชิ้นส่วน
  • กำลังซื้อในประเทศชะลอตัว: ภาวะหนี้ครัวเรือนสูง อัตราดอกเบี้ยขาขึ้น และค่าครองชีพที่สูงขึ้น ส่งผลให้กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง
  • การปรับลดเป้าหมายอุตสาหกรรมยานยนต์: ส.อ.ท. ปรับลดเป้าหมายการผลิตรถยนต์ปี 2566 สะท้อนถึงความท้าทายของอุตสาหกรรม
  • ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์: อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการค้าของโลก ซึ่งอาจกระทบต่อคำสั่งซื้อในอนาคต

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  • แนวโน้มคำสั่งซื้อจากกลุ่มลูกค้าเดิมในส่วนการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ และการได้งานโครงการใหม่
  • ผลกระทบจากการเติบโตของรถยนต์ EV ต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในในระยะต่อไป
  • สถานการณ์กำลังซื้อในประเทศ และนโยบายสินเชื่อของสถาบันการเงิน
  • การเปลี่ยนแปลงเป้าหมายการผลิตรถยนต์ของ ส.อ.ท. และแนวโน้มอุตสาหกรรมยานยนต์โลก
  • ผลกระทบจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ต่อภาคการผลิตและการส่งออก

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)

  • Utilization: เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization โดยตรง แต่การลดลงของรายได้จากการรับจ้างประกอบและรับจ้างอื่นๆ ที่เกี่ยวกับรถยนต์ 37% และรายได้จากการจำหน่ายรถยนต์และบริการศูนย์บริการรถยนต์ 64% บ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่ลดลงในส่วนดังกล่าว
  • Order Book: มีการกล่าวถึง "กลุ่มลูกค้าเดิมมีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นและมีงานโครงการใหม่" ในส่วนรายได้จากการผลิตอุปกรณ์และชิ้นส่วนสำหรับใช้ผลิตรถยนต์ ซึ่งเป็นสัญญาณบวก แต่ไม่ได้ระบุขนาดของ Order Book
  • ราคาวัตถุดิบ: เอกสารไม่ได้กล่าวถึงราคาวัตถุดิบโดยตรง แต่ต้นทุนขายและบริการลดลง 8% ซึ่งสอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง
  • GPM: เอกสารไม่ได้ระบุ Gross Profit Margin โดยตรง แต่ต้นทุนขายและบริการคิดเป็น 88% ของรายได้รวม เพิ่มขึ้นจาก 77% ในปีก่อน ซึ่งบ่งชี้ว่า Gross Profit Margin อาจลดลง
  • ส่งออก: ยอดผลิตรถยนต์ส่งออกในภาพรวมอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 24% ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อภาคการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์เพื่อการส่งออก
  • ค่าเงิน: เอกสารไม่ได้กล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน
  • สินค้าคงคลัง: สินค้าคงเหลือลดลง 17 ล้านบาท

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 4,181 ล้านบาท ลดลง 3% จากสิ้นปี 2565 โดยส่วนใหญ่มาจากการลดลงของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด สินค้าคงเหลือ และลูกหนี้การค้า หนี้สินรวมอยู่ที่ 556 ล้านบาท ลดลง 7% จากสิ้นปี 2565 โดยส่วนใหญ่มาจากเจ้าหนี้การค้าและภาษีค้างจ่าย ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 3,625 ล้านบาท ลดลง 3% จากสิ้นปี 2565 เนื่องจากการจ่ายเงินปันผลเป็นหลัก อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.15 เท่า ซึ่งอยู่ในระดับต่ำ แสดงถึงความเสี่ยงทางการเงินที่น้อย

สรุปท้าย

TRU เผชิญความท้าทายในไตรมาส 2 ปี 2566 จากการลดลงของรายได้รวม 18% ซึ่งเป็นผลมาจากอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ได้รับผลกระทบจากการเติบโตของรถยนต์ EV และกำลังซื้อในประเทศที่ชะลอตัว ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงถึง 70% แม้ว่าส่วนการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์จะมีสัญญาณที่ดีจากคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นและงานโครงการใหม่ แต่ยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยภาพรวมได้ ความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปรับตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ต่อเทรนด์ EV และภาวะเศรษฐกิจในประเทศ

ยังไม่มีความคิดเห็น