TRUBB Q2/2566 ขาดทุนสุทธิ 122 ล้านบาท รับแรงกดดันราคา-อุปสงค์ยางโลกวูบ
รายได้-กำไรหดตัว 37% YoY จากราคา-ปริมาณขายลดลง ฝ่ายจัดการเร่งปรับกลยุทธ์รับมือ
บริษัท ไทยรับเบอร์ลาเท็คซ์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TRUBB รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกขาดทุนสุทธิ 122.02 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 267.91 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการขายและบริการลดลง 37.10% เป็นผลจากอุปสงค์ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ยางและยางแปรรูปที่ลดลงตามภาวะเศรษฐกิจโลกและราคายางพาราที่ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจากราคาสินค้า/วัตถุดิบ, volume ขาย-ผลิต, GPM, FX/ส่งออก, ฤดูกาล, หรือ stock gain/loss
1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำใหผลประกอบการของ TRUBB ในไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกจากกำไรเป็นขาดทุน คือ การปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญของราคาขายผลิตภัณฑ์ยางพาราและปริมาณการขายที่ลดลง โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์ยางและยางแปรรูป รวมถึงผลิตภัณฑ์จากยาง ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมลดลงถึง 37.10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า สาเหตุหลักมาจาก ภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ส่งผลให้อุปสงค์ (Demand) ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ยางและยางแปรรูป รวมถึงผลิตภัณฑ์จากยาง ลดลงอย่างชัดเจน นอกจากนี้ ราคายางพาราในตลาดโลกยังปรับตัวลดลงอย่างมาก จาก 63.70 บาทต่อกิโลกรัมในปี 2565 เหลือ 43.48 บาทต่อกิโลกรัมในปี 2566 คิดเป็นการลดลงกว่า 31.74% ซึ่งกดดันราคาขายผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ โดยตรง
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยกดดันเพิ่มเติมในแต่ละกลุ่มธุรกิจย่อย:
- กลุ่มยางและยางแปรรูป: แม้ต้นทุนขายและบริการจะเพิ่มขึ้นตามสภาวะโลก ทำให้ราคาเคมีภัณฑ์เพื่อการผลิตสูงขึ้น แต่ความต้องการสินค้ากลับลดลง
- กลุ่มผลิตภัณฑ์จากยาง: อุปสงค์การใช้ผลิตภัณฑ์จากยางลดลงตามทิศทางของอุตสาหกรรมยานยนต์และเครื่องจักรกลหนัก
- กลุ่มสวนยางพารา: ราคายางที่ปรับลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อน ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการผลิตยังคงสูง
3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม ฝ่ายจัดการระบุว่า "ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนยังคงมีอยู่ต่อไป" และบริษัทฯ ได้พยายามปรับกลยุทธ์เพื่อเพิ่มความสำคัญของผลิตภัณฑ์จากยางในอนาคตตามแผนที่กำหนด อย่างไรก็ตาม การที่อุปสงค์โดยรวมยังคงได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว และราคายางพาราที่ยังมีความไม่แน่นอน ทำให้แนวโน้มผลประกอบการในระยะสั้นยังคงเผชิญกับความท้าทาย
Highlight สำคัญ
- ขาดทุนสุทธิ 122.02 ล้านบาท: พลิกจากกำไร 267.91 ล้านบาทใน Q2/2565
- รายได้ลดลง 37.10% YoY: อยู่ที่ 3,227.39 ล้านบาท จาก 5,131.05 ล้านบาท
- ราคาขายยางพาราโลกดิ่ง 31.74%: จาก 63.70 บาท/กก. ในปีก่อน เหลือ 43.48 บาท/กก. ในปีนี้
- อุปสงค์ยาง-ผลิตภัณฑ์ยางวูบ: ตามภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว
- ขาดทุน 6 เดือนแรก 220.38 ล้านบาท: เทียบกับกำไร 267.91 ล้านบาทในปีก่อน
ภาพรวมผลประกอบการ
ผลประกอบการรวมของบริษัทฯ ในไตรมาส 2 ปี 2566 ขาดทุนสุทธิ 122.02 ล้านบาท และมีรายได้จากการขายและบริการ 3,227.39 ล้านบาท ลดลง 37.10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (Q2/2565) ที่มีรายได้ 5,131.05 ล้านบาท โดยขาดทุนสุทธิสำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 220.38 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 267.91 ล้านบาท
โอกาส
- การปรับกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์: บริษัทฯ พยายามปรับกลยุทธ์เพื่อเพิ่มความสำคัญของผลิตภัณฑ์จากยางในอนาคต
- ความผันผวนอัตราแลกเปลี่ยน: อาจเป็นโอกาสหากมีการบริหารจัดการที่ดี
ความเสี่ยง
- ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว: ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุปสงค์ผลิตภัณฑ์ยางและยางแปรรูป
- ราคายางพาราผันผวน: การลดลงของราคาขายกดดันรายได้และอัตรากำไร
- ต้นทุนการผลิตสูง: โดยเฉพาะเคมีภัณฑ์ที่ใช้ในการผลิต
- ความผันผวนอัตราแลกเปลี่ยน: ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- แนวโน้มราคายางพาราในตลาดโลกและราคาขายผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ
- การปรับตัวของอุปสงค์ผลิตภัณฑ์ยางและยางแปรรูปตามภาวะเศรษฐกิจ
- ความคืบหน้าในการปรับกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์จากยางของบริษัทฯ
- ผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนต่อผลประกอบการ
- การบริหารจัดการต้นทุนการผลิตในสภาวะที่ราคาวัตถุดิบบางชนิดยังสูง
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
- กลุ่มยางและยางแปรรูป: มีผลขาดทุนก่อนภาษี 52 ล้านบาทในงวด 6 เดือนแรกปี 2566 เทียบกับกำไรก่อนภาษี 200 ล้านบาทในปีก่อน เนื่องจากต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้นตามสภาวะโลก ทำให้ราคาเคมีภัณฑ์สูงขึ้น แต่ความต้องการสินค้าลดลง
- กลุ่มผลิตภัณฑ์จากยาง: ขาดทุนก่อนภาษี 151 ล้านบาทในงวด 6 เดือนแรกปี 2566 เทียบกับกำไรก่อนภาษี 154 ล้านบาทในปีก่อน เนื่องจากอุปสงค์การใช้ผลิตภัณฑ์จากยางลดลงตามอุตสาหกรรมยานยนต์และเครื่องจักรกลหนัก
- กลุ่มสวนยางพารา: ขาดทุนก่อนภาษี 24 ล้านบาทในงวด 6 เดือนแรกปี 2566 เนื่องจากราคายางที่ปรับลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ค่าใช้จ่ายการผลิตยังคงสูง
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง จึงขอข้ามส่วนนี้ไป)
สรุปท้าย
TRUBB เผชิญความท้าทายอย่างหนักในไตรมาส 2 ปี 2566 ด้วยการพลิกขาดทุนสุทธิ 122.02 ล้านบาท อันเป็นผลมาจากราคาขายยางพาราที่ดิ่งลงกว่า 31% และอุปสงค์ที่ลดลงตามภาวะเศรษฐกิจโลก แม้บริษัทฯ จะพยายามปรับกลยุทธ์เพื่อเพิ่มความสำคัญของผลิตภัณฑ์จากยางในอนาคต แต่ความไม่แน่นอนของราคายางและภาวะเศรษฐกิจยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิด