TRT พลิกขาดทุนสุทธิ Q2/66 เหลือ 60.45 ล้านบาท รับหม้อแปลงไฟฟ้ากำลังหนุน
รายได้จากการขายหม้อแปลงไฟฟ้ากำลังเพิ่มขึ้น ดันกำไรขั้นต้นจากการขายดีขึ้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายบริหารและต้นทุนการเงินยังเป็นแรงกดดัน
บริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TRT รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกจากขาดทุนสุทธิ 74.67 ล้านบาทในปีก่อน มาเป็นขาดทุนสุทธิ 60.45 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการส่งมอบหม้อแปลงไฟฟ้ากำลังที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้รายได้จากการขายและกำไรขั้นต้นจากการขายปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นยังคงเป็นปัจจัยกดดันผลประกอบการโดยรวม
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่
1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตราการขาดทุนสุทธิของ TRT ลดลงในไตรมาส 2 ปี 2566 คือ การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายหม้อแปลงไฟฟ้ากำลัง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อ การเพิ่มขึ้นของกำไรขั้นต้นจากการขาย แม้ว่าภาพรวมจะยังคงขาดทุนสุทธิ แต่การเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นสัญญาณบวกที่สำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า รายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น 5.34% มาจากการที่บริษัทฯ มีการ ส่งมอบหม้อแปลงไฟฟ้ากำลังเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะหม้อแปลงไฟฟ้ากำลัง ซึ่งเป็นสินค้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้กำไรขั้นต้นจากการขายปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 6.39% เป็น 10.61% เนื่องจากสถานการณ์ตลาดมีแนวโน้มที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ยังคงกดดันผลประกอบการคือ ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 43.87% และ ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 13.64%
3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
ยังไม่ชัด ต้องติดตาม จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร การส่งมอบหม้อแปลงไฟฟ้ากำลังที่เพิ่มขึ้นและการปรับตัวดีขึ้นของสถานการณ์ตลาดเป็นปัจจัยบวกที่อาจส่งผลต่อเนื่องได้ แต่การที่กำไรขั้นต้นจากการบริการลดลงจากการแข่งขันที่สูงขึ้น และต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดว่าบริษัทฯ จะสามารถบริหารจัดการต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานเพื่อพลิกกลับมามีกำไรได้ในระยะยาวหรือไม่
Highlight สำคัญ
- ขาดทุนสุทธิลดลง: ไตรมาส 2 ปี 2566 ขาดทุนสุทธิ 60.45 ล้านบาท ลดลง 14.22 ล้านบาท หรือ 19.04% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 74.67 ล้านบาท
- รายได้จากการขายเติบโต: รายได้จากการขายรวม 707.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.34% จากปีก่อน โดยมีแรงหนุนหลักจากหม้อแปลงไฟฟ้ากำลัง
- กำไรขั้นต้นจากการขายดีขึ้น: อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายเพิ่มขึ้นจาก 6.39% เป็น 10.61% เนื่องจากมีการส่งมอบหม้อแปลงไฟฟ้ากำลังที่มีอัตรากำไรสูงขึ้น
- กำไรขั้นต้นจากการบริการหดตัว: อัตรากำไรขั้นต้นจากการบริการลดลงจาก 41.94% เป็น 36.98% จากการแข่งขันที่สูงขึ้น
- ต้นทุนทางการเงินพุ่งสูง: ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 43.87% เป็น 30.30 ล้านบาท
- ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น: ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 13.64% เป็น 115.65 ล้านบาท
ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย มีรายได้จากการขายในไตรมาส 2 ปี 2566 จำนวน 707.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.34% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการส่งมอบหม้อแปลงไฟฟ้ากำลังที่เพิ่มขึ้น รายได้จากการบริการอยู่ที่ 83.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.49% จากปีก่อน จากงานบริการธุรกิจรถเครนและธุรกิจบริการ SMA ที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม รายได้ตามสัญญาก่อสร้างลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 98.60% เหลือเพียง 0.24 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทย่อยมีรายได้ส่วนใหญ่มาจากการผลิตและส่งมอบเฉพาะตัวถังหม้อแปลงไฟฟ้า
ในด้านอัตรากำไรขั้นต้น จากการขายปรับตัวดีขึ้นเป็น 10.61% จาก 6.39% ในปีก่อน เนื่องจากมีการส่งมอบหม้อแปลงไฟฟ้ากำลังที่มีอัตรากำไรสูงขึ้นและสถานการณ์ตลาดมีแนวโน้มดีขึ้น แต่กำไรขั้นต้นจากการบริการลดลงจาก 41.94% เป็น 36.98% เนื่องจากการแข่งขันที่สูงขึ้น
ค่าใช้จ่ายในการขายลดลง 26.73% แต่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 13.64% และต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นถึง 43.87% ส่งผลให้ภาพรวมบริษัทยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ 60.45 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนที่ขาดทุน 74.67 ล้านบาท
โอกาส
- การส่งมอบหม้อแปลงไฟฟ้ากำลังที่เพิ่มขึ้น: เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยหนุนรายได้และกำไรขั้นต้นจากการขาย
- แนวโน้มตลาดที่ดีขึ้น: ฝ่ายจัดการระบุว่าสถานการณ์ตลาดมีแนวโน้มที่ดีขึ้น ซึ่งอาจส่งผลดีต่อคำสั่งซื้อในอนาคต
- การเติบโตของธุรกิจบริการ: รายได้จากงานบริการธุรกิจรถเครนและธุรกิจบริการ SMA ที่เพิ่มขึ้น แสดงถึงศักยภาพในการขยายฐานลูกค้าและบริการ
ความเสี่ยง
- ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น: การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินถึง 43.87% เป็นแรงกดดันสำคัญต่อผลกำไร
- ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น: ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 13.64% อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไร
- การแข่งขันในธุรกิจบริการ: การแข่งขันที่สูงขึ้นในธุรกิจบริการหม้อแปลงไฟฟ้าส่งผลให้กำไรขั้นต้นจากการบริการลดลง
- รายได้ตามสัญญาก่อสร้างลดลงอย่างมีนัยสำคัญ: การลดลงของรายได้ในส่วนนี้อาจส่งผลกระทบต่อภาพรวมรายได้หากไม่สามารถชดเชยได้
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- แนวโน้มการส่งมอบหม้อแปลงไฟฟ้ากำลัง: จะสามารถรักษาอัตราการเติบโตและอัตรากำไรได้ต่อเนื่องหรือไม่
- การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน: บริษัทฯ มีแผนรับมือกับต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นอย่างไร
- การควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหาร: จะสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายส่วนนี้ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นได้หรือไม่
- กลยุทธ์การแข่งขันในธุรกิจบริการ: จะสามารถรักษาหรือเพิ่มส่วนแบ่งตลาดและอัตรากำไรในธุรกิจบริการได้อย่างไร
- การฟื้นตัวของรายได้ตามสัญญาก่อสร้าง: มีโอกาสที่จะกลับมาเติบโตได้หรือไม่ หรือจะเน้นธุรกิจหม้อแปลงไฟฟ้าเป็นหลัก
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
ในส่วนของ การดำเนินงานหลัก ของ TRT คือการผลิตและจำหน่ายหม้อแปลงไฟฟ้า ซึ่งในไตรมาส 2 ปี 2566 มีสัญญาณที่ดีจากการเพิ่มขึ้นของ การส่งมอบหม้อแปลงไฟฟ้ากำลัง ซึ่งเป็นสินค้าที่สร้างรายได้และกำไรขั้นต้นได้ดีกว่าปีก่อน สะท้อนถึง utilization ที่อาจจะดีขึ้นในส่วนการผลิตหม้อแปลงไฟฟ้ากำลัง อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเกี่ยวกับ order book หรือปริมาณคำสั่งซื้อในอนาคตไม่ได้ถูกระบุไว้ในเอกสาร ทำให้ยากต่อการประเมินแนวโน้มในระยะถัดไป
ด้าน ราคาวัตถุดิบ ไม่ได้ถูกกล่าวถึงโดยตรง แต่การที่กำไรขั้นต้นจากการขายเพิ่มขึ้น อาจบ่งชี้ว่าบริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบได้ดี หรือสามารถผลักภาระต้นทุนไปยังราคาขายได้ในระดับหนึ่ง
สำหรับ อัตราแลกเปลี่ยน ไม่ได้มีผลกระทบที่ชัดเจนระบุไว้ในเอกสาร
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงิน เช่น สินทรัพย์ หนี้สิน หรือกระแสเงินสดโดยตรง มีเพียงการกล่าวถึง ต้นทุนทางการเงิน ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งบ่งชี้ว่าภาระดอกเบี้ยจ่ายของบริษัทฯ สูงขึ้น
สรุปท้าย
TRT ในไตรมาส 2 ปี 2566 แสดงให้เห็นถึงการพลิกตัวที่ดีขึ้นจากการลดลงของผลขาดทุนสุทธิ โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการส่งมอบหม้อแปลงไฟฟ้ากำลังที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้รายได้และกำไรขั้นต้นจากการขายปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากต้นทุนทางการเงินที่พุ่งสูงขึ้นและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด การบริหารจัดการต้นทุนและกลยุทธ์การแข่งขันในธุรกิจบริการจะเป็นกุญแจสำคัญในการผลักดันผลประกอบการให้กลับมามีกำไรอย่างยั่งยืนในอนาคต