TRITN สรุปผลประกอบการ Q2/2566
TRITN Q2/66 พลิกขาดทุนหนัก รับผลกระทบโครงการใหญ่ล่าช้า-โรงไฟฟ้าปิดซ่อม
TRITN โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2/66 พลิกขาดทุนสุทธิ 57.20 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไร 0.22 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากความล่าช้าของโครงการก่อสร้างระบบส่งน้ำขนาดใหญ่ และการรับรู้ผลขาดทุนจากโรงไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างปิดซ่อมบำรุง
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจหลักที่ทำให้ผลประกอบการของ TRITN ในไตรมาส 2/2566 พลิกขาดทุนสุทธิ 57.20 ล้านบาท จากที่เคยมีกำไร 0.22 ล้านบาทในปีก่อน มาจากการดำเนินงานที่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบสำคัญ 2 ประการ คือ ความล่าช้าของโครงการก่อสร้างระบบส่งน้ำขนาดใหญ่ที่วางแผนไว้ และการหยุดดำเนินการของโรงไฟฟ้าเพื่อซ่อมบำรุง
1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้ผลประกอบการ TRITN ในไตรมาส 2/2566 พลิกขาดทุนอย่างมีนัยสำคัญ คือ การเลื่อนการรับรู้รายได้และต้นทุนของโครงการก่อสร้างระบบส่งน้ำขนาดใหญ่ที่สำคัญ ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้รวมที่ลดลง และ การรับรู้ผลขาดทุนจากโรงไฟฟ้าที่ต้องปิดซ่อมบำรุง ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำไรโดยตรง
2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
- โครงการก่อสร้างระบบส่งน้ำขนาดใหญ่ล่าช้า: ฝ่ายจัดการระบุว่าโครงการก่อสร้างที่เกี่ยวกับระบบส่งน้ำขนาดใหญ่ที่บริษัทวางแผนจะผลักดันงานก่อสร้างให้คืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาสที่สอง กลับล่าช้ากว่ากำหนดเดิม โดยคาดว่าจะสามารถออกจดหมายเริ่มต้นงานก่อสร้างได้ในช่วงปลายไตรมาสที่สี่ถึงไตรมาส 1/2567 ซึ่งหมายความว่ารายได้และกำไรที่คาดหวังจากโครงการนี้ในไตรมาส 2/2566 ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ตามแผน
- โรงไฟฟ้าปิดซ่อมบำรุง: บริษัทรับรู้ผลขาดทุนจากโรงไฟฟ้าซึ่งอยู่ในระหว่างปิดซ่อมบำรุงเกือบตลอดไตรมาส ส่งผลให้ไม่มีรายได้จากการผลิตไฟฟ้าในช่วงเวลาดังกล่าว และอาจมีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการซ่อมบำรุง
3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม แม้ว่าโครงการก่อสร้างระบบส่งน้ำขนาดใหญ่จะล่าช้าออกไป แต่เอกสารระบุว่าบริษัทได้เพิ่มงานก่อสร้างที่เกี่ยวกับระบบท่อส่งน้ำเข้าสู่เฟสก่อสร้างใหม่ 3 สัญญา มูลค่ารวมประมาณ 176.98 ล้านบาท ซึ่งบางส่วนเริ่มงานก่อสร้างในไตรมาสที่สอง และมีกำหนดแล้วเสร็จภายในปี 2566 นี้ นอกจากนี้ โครงการก่อสร้างระบบบ่อรวบรวมน้ำเสียและท่อส่งน้ำคาดว่าจะมีการก่อสร้างจำนวนมากในไตรมาส 4/2566 ส่วนโรงไฟฟ้าขนาด 3MW มีกำหนดจะแล้วเสร็จการซ่อมบำรุงและกลับมาดำเนินการได้ในไตรมาสที่สาม ซึ่งปัจจัยเหล่านี้อาจช่วยบรรเทาผลกระทบในไตรมาสถัดไปได้ แต่ความล่าช้าของโครงการหลักยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
Highlight สำคัญ
- ขาดทุนสุทธิ 57.20 ล้านบาท: พลิกจากกำไร 0.22 ล้านบาทใน Q2/65 เนื่องจากโครงการก่อสร้างระบบส่งน้ำขนาดใหญ่ล่าช้า และโรงไฟฟ้าปิดซ่อมบำรุง
- รายได้รวมลดลง 24.96%: อยู่ที่ 175.33 ล้านบาท เทียบกับ 233.65 ล้านบาทในปีก่อน โดยรายได้งานก่อสร้างลดลง 7.25%
- งานก่อสร้างระบบท่อส่งน้ำใหม่ 176.98 ล้านบาท: เพิ่ม 3 สัญญา เริ่มก่อสร้างบางส่วนใน Q2/66 คาดแล้วเสร็จปี 2566
- โรงไฟฟ้าขนาด 3MW ซ่อมบำรุง: คาดแล้วเสร็จและกลับมาดำเนินการได้ในไตรมาส 3/66
- ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น: จาก 7.07 ล้านบาทใน Q2/65 เป็น 9.24 ล้านบาทใน Q2/66
- ฐานะการเงิน: หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 25.75% เป็น 1,500.22 ล้านบาท ขณะที่ส่วนของเจ้าของลดลง 6.32% เป็น 1,421.65 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) เพิ่มขึ้นเป็น 1.06 เท่า
ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 2/2566 บริษัทมีรายได้รวม 175.33 ล้านบาท ลดลง 24.96% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้หลักมาจากงานก่อสร้างที่ลดลง 7.25% เนื่องจากโครงการก่อสร้างระบบส่งน้ำขนาดใหญ่ล่าช้า อย่างไรก็ตาม มีการเพิ่มงานก่อสร้างระบบท่อส่งน้ำใหม่ 3 สัญญา มูลค่ารวม 176.98 ล้านบาท ซึ่งบางส่วนเริ่มก่อสร้างแล้วและคาดว่าจะแล้วเสร็จในปีนี้
ในส่วนของค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 221.95 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.97% เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่งผลให้บริษัทรายงานผลขาดทุนสุทธิ-บริษัทใหญ่ที่ 57.20 ล้านบาท เทียบกับขาดทุนสุทธิ 0.22 ล้านบาทในปีก่อน สาเหตุหลักมาจากความล่าช้าของโครงการก่อสร้างระบบส่งน้ำขนาดใหญ่ และการรับรู้ผลขาดทุนจากโรงไฟฟ้าที่ปิดซ่อมบำรุง
สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2566 บริษัทมีรายได้รวม 384.34 ล้านบาท ลดลง 7.48% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้งานก่อสร้างเพิ่มขึ้น 23.89% เป็น 325.85 ล้านบาท แม้ว่าโครงการใหญ่จะล่าช้า แต่มีโครงการก่อสร้างระบบบ่อรวบรวมน้ำเสียและท่อส่งน้ำที่คาดว่าจะมีการก่อสร้างมากในไตรมาส 4/2566 อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 21.58% เป็น 464.87 ล้านบาท ส่งผลให้ขาดทุนสุทธิ-บริษัทใหญ่เพิ่มขึ้นเป็น 94.95 ล้านบาท
โอกาส
- งานก่อสร้างระบบท่อส่งน้ำใหม่: การเพิ่มงานก่อสร้างระบบท่อส่งน้ำ 3 สัญญา มูลค่ารวม 176.98 ล้านบาท ซึ่งเริ่มก่อสร้างแล้วบางส่วนและคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2566 เป็นโอกาสในการสร้างรายได้และผลกำไรในระยะสั้น
- โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ในอนาคต: การคาดการณ์ว่าโครงการก่อสร้างระบบบ่อรวบรวมน้ำเสียและท่อส่งน้ำจะมีปริมาณงานมากในไตรมาส 4/2566 เป็นสัญญาณบวกต่อรายได้ในอนาคตอันใกล้
- การกลับมาดำเนินการของโรงไฟฟ้า: การคาดว่าโรงไฟฟ้าขนาด 3MW จะแล้วเสร็จการซ่อมบำรุงและกลับมาดำเนินการได้ในไตรมาส 3/66 จะช่วยฟื้นฟูกำไรจากธุรกิจพลังงาน
ความเสี่ยง
- ความล่าช้าของโครงการหลัก: ความล่าช้าของโครงการก่อสร้างระบบส่งน้ำขนาดใหญ่ที่สำคัญ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการรับรู้รายได้และกำไรในไตรมาส 2/2566 และอาจส่งผลต่อเนื่องหากการออกจดหมายเริ่มต้นงานก่อสร้างยังคงล่าช้าออกไป
- การขาดทุนจากธุรกิจพลังงาน: การปิดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าส่งผลให้เกิดผลขาดทุนในธุรกิจพลังงาน ซึ่งต้องติดตามการกลับมาดำเนินการและผลประกอบการในไตรมาสถัดไป
- ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น: ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นจาก 7.07 ล้านบาท เป็น 9.24 ล้านบาท ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิ
- โครงสร้างหนี้สิน: หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 25.75% และส่วนของเจ้าของลดลง 6.32% ทำให้ D/E ratio เพิ่มขึ้นเป็น 1.06 เท่า ซึ่งอาจเป็นความเสี่ยงด้านการเงินหากไม่สามารถบริหารจัดการได้ดี
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- ความคืบหน้าโครงการก่อสร้างระบบส่งน้ำขนาดใหญ่: การออกจดหมายเริ่มต้นงานก่อสร้างและเริ่มดำเนินการก่อสร้างจริงตามแผนที่คาดการณ์ไว้ในช่วงปลายปี 2566 ถึงต้นปี 2567
- ผลประกอบการธุรกิจพลังงานหลังซ่อมบำรุง: การกลับมาดำเนินการของโรงไฟฟ้าขนาด 3MW ในไตรมาส 3/66 และผลกำไรที่จะเกิดขึ้น
- การบริหารจัดการต้นทุน: การควบคุมต้นทุนงานก่อสร้างและต้นทุนทางการเงิน เพื่อเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิ
- การรับรู้รายได้จากงานก่อสร้างใหม่: ความสามารถในการส่งมอบงานก่อสร้าง 3 สัญญาใหม่ มูลค่า 176.98 ล้านบาท ให้แล้วเสร็จตามกำหนด
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
รายได้งานก่อสร้าง:
- ไตรมาส 2/2566: รายได้งานก่อสร้างอยู่ที่ 148.51 ล้านบาท ลดลง 7.25% จาก 160.12 ล้านบาทในปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการเลื่อนการก่อสร้างโครงการรื้อย้ายท่อส่งน้ำใหม่ แม้ว่าโครงการก่อสร้างระบบท่อรวบรวมน้ำและบ่อรวมรวมน้ำ (combined sewer overflow) จะมีความคืบหน้าดี
- 6 เดือนแรกปี 2566: รายได้งานก่อสร้างเพิ่มขึ้น 23.89% เป็น 325.85 ล้านบาท จาก 263.02 ล้านบาทในปีก่อน แม้ว่าโครงการใหญ่จะล่าช้า แต่มีปัจจัยหนุนจากโครงการอื่นๆ และคาดว่าจะมีงานก่อสร้างเพิ่มขึ้นในไตรมาส 4/2566
- อัตรากำไรขั้นต้นงานก่อสร้าง: ลดลงอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 2/2566 จาก 5.27% เป็น 0.99% เนื่องจากต้นทุนงานก่อสร้างที่ไม่ได้นำมาใช้และต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่ 6 เดือนแรกปี 2566 อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 4.74% ลดลงเล็กน้อยจาก 5.24% ในปีก่อน
โครงการก่อสร้างที่สำคัญ:
- Oil and gas infrastructure construction: มีความคืบหน้าสะสมสูงในหลายโครงการ เช่น โครงการขยายระบบขนส่งน้ำมันทางท่อไปยังภาคเหนือ (99.99%) และโครงการรับเหมาก่อสร้างระบบระบายน้าและบ่อพัก แจ้งวัฒนะ (64.95%)
- Civil engineering construction: มีความคืบหน้าดีในโครงการก่อสร้างอาคารสถานีรถไฟภาคใต้ (99.98%) และโครงการก่อสร้างอาคารสูงที่พักอาศัยในกรุงเทพฯ (77.07%, 73.37%, 46.14%)
- Rail and train infrastructure: มีความคืบหน้าในโครงการจัดหาและติดตั้งระบบอาณัตสัญญานรถไฟ ลพบุรี (41.28%) และโครงการ Trackwork ลพบุรี (46.77%)
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
- สินทรัพย์รวม: เพิ่มขึ้น 7.24% เป็น 2,929.13 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 2/66
- หนี้สินรวม: เพิ่มขึ้น 25.75% เป็น 1,500.22 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 2/66 โดยมีปัจจัยจากการออกหุ้นกู้แปลงสภาพ 65.65 ล้านบาท
- ส่วนของเจ้าของ: ลดลง 6.32% เป็น 1,421.65 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 2/66
- อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E): เพิ่มขึ้นเป็น 1.06 เท่า จาก 0.79 เท่า ณ สิ้นปี 2565
- กระแสเงินสดสุทธิจากการดำเนินงาน: เป็นบวก 75.33 ล้านบาท
- กระแสเงินสดสุทธิจากการลงทุน: เป็นลบ 7.45 ล้านบาท
- กระแสเงินสดจากกิจกรรมการจัดหาเงิน: เป็นบวก 10.89 ล้านบาท
- เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด: อยู่ที่ 148.28 ล้านบาท
สรุปท้าย
TRITN ในไตรมาส 2/2566 เผชิญกับความท้าทายสำคัญจากการล่าช้าของโครงการก่อสร้างระบบส่งน้ำขนาดใหญ่ และการปิดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้า ส่งผลให้บริษัทพลิกขาดทุนสุทธิ 57.20 ล้านบาท แม้ว่าจะมีงานก่อสร้างใหม่เข้ามาเสริมและโรงไฟฟ้าจะกลับมาดำเนินการได้ในไตรมาสหน้า แต่ความเสี่ยงจากความล่าช้าของโครงการหลักและการบริหารจัดการต้นทุนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวโน้มการฟื้นตัวของผลประกอบการในระยะต่อไป