TRUE กำไรสุทธิพลิกขาดทุน 2.3 พันล้านบาทใน Q2/66 รับผลกระทบรายการพิเศษ-ค่าใช้จ่ายลงทุน
รายได้บริการทรงตัวแต่ต้นทุนพุ่ง ดันผลประกอบการไตรมาส 2 พลิกขาดทุน หลังหักรายการพิเศษ
บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ 2,320 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไร 2,556 ล้านบาท แม้รายได้จากการให้บริการจะเติบโตเล็กน้อย แต่ได้รับผลกระทบจากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น รวมถึงรายการพิเศษที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว ทำให้ภาพรวมผลประกอบการในไตรมาสนี้เผชิญแรงกดดัน
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้ผลประกอบการของ TRUE ในไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ 2,320 ล้านบาท มาจาก การกลับรายการของสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี (Deferred Tax Assets) จากการยกยอดผลขาดทุนของ DTN จำนวนมาก ประกอบกับการ เพิ่มขึ้นของค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย จากการขยายโครงข่าย และ ค่าใช้จ่ายเพื่อให้ได้มาซึ่งประโยชน์จากการควบรวม (Integration costs) แม้รายได้จากการให้บริการจะเติบโตเล็กน้อย แต่ปัจจัยด้านค่าใช้จ่ายและรายการพิเศษเหล่านี้ได้กลบผลบวกไป
2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
- การกลับรายการสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี: เอกสารระบุว่าเกิดจากการยกยอดผลขาดทุนของ DTN ซึ่งเป็นผลจากการปรับโครงสร้างธุรกิจภายใต้กลุ่มบริษัท การกลับรายการนี้ส่งผลให้เกิดค่าใช้จ่ายทางภาษีที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
- ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น: การลงทุนอย่างต่อเนื่องในการขยายโครงข่ายเพื่อเพิ่มประสบการณ์และคุณภาพการให้บริการแก่ลูกค้า ส่งผลให้ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 10.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน
- Integration Costs: มีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการควบรวมกิจการประมาณ 250 ล้านบาท ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเพื่อรวมระบบและสร้างประโยชน์จากการควบรวม
3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
ลักษณะครั้งคราว ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดผลขาดทุนในไตรมาสนี้คือการกลับรายการสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวจากการปรับโครงสร้างธุรกิจ ส่วนค่าใช้จ่ายในการขยายโครงข่ายและ Integration Costs อาจมีต่อเนื่องในระยะสั้น แต่คาดว่าจะลดลงเมื่อการควบรวมเสร็จสมบูรณ์และเริ่มเห็นผลประโยชน์จากการประหยัดต่อขนาดมากขึ้น
Highlight สำคัญ
- ขาดทุนสุทธิ 2,320 ล้านบาท: พลิกจากกำไร 2,556 ล้านบาทใน Q2/65 โดยมีสาเหตุหลักจากการกลับรายการสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการควบรวม
- รายได้จากการให้บริการเติบโต 1.1%: อยู่ที่ 39,431 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนจากธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่และธุรกิจออนไลน์
- EBITDA เพิ่มขึ้น 14.7%: อยู่ที่ 22,320 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของรายได้และการลดลงของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
- ผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เพิ่มขึ้น: รวม 51.1 ล้านราย เติบโต 1.3% จากไตรมาสก่อน โดยได้แรงหนุนจากนักท่องเที่ยวและแรงงานต่างด้าว
- การลงทุน (CAPEX) ใน Q2/66 อยู่ที่ 3,435 ล้านบาท: ได้รับประโยชน์จากประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นหลังการควบรวม
ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2566 TRUE มีรายได้จากการให้บริการรวม 39,431 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่เติบโต 0.8% จากการปรับตัวของการแข่งขันในตลาดและ ARPU ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงธุรกิจออนไลน์ที่เติบโต 3.2% จาก ARPU ที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ธุรกิจโทรทัศน์บอกรับสมาชิกมีรายได้ลดลง 5.7% และรายได้จากการขายลดลง 28.5% ตามฤดูกาล
ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (ไม่รวมค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย) ลดลง 16.7% จากไตรมาสก่อน เป็นผลจากมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพและการรับรู้ผลประโยชน์จากการควบรวม EBITDA เพิ่มขึ้น 14.7% เป็น 22,320 ล้านบาท แต่เมื่อหักค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น 10.3% รวมถึงรายการพิเศษทางภาษี ทำให้บริษัทรายงานผลขาดทุนสุทธิ 2,320 ล้านบาท
โอกาส
- การเติบโตของ 5G: ผู้ใช้บริการ 5G เพิ่มขึ้นเป็น 8.3 ล้านราย เติบโต 32% จากไตรมาสก่อน และ ARPU ของ 5G สูงกว่า 10-15%
- การควบรวมกิจการ: การรวมเครือข่ายและระบบปฏิบัติการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและประหยัดต้นทุนได้ประมาณ 3 พันล้านบาท
- การขยายบริการดิจิทัล: True Digital Group นำเสนอสินค้าหลากหลายขึ้น สร้างการเติบโตจากบริการสื่อ เนื้อหาดิจิทัล โฆษณา สุขภาพ IoT ความปลอดภัยทางไซเบอร์ และวิเคราะห์ข้อมูล
- พันธมิตรเชิงกลยุทธ์: การร่วมมือกับ China Mobile International สร้างแพลตฟอร์ม M2M/IoT ระดับโลก
ความเสี่ยง
- การแข่งขันในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม: แม้จะทรงตัวในไตรมาสนี้ แต่ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
- การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค: ความต้องการบริการที่หลากหลายและทันสมัยอยู่เสมอ
- ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน: อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนและรายได้ในบางรายการ
- การบริหารจัดการต้นทุน: การควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการควบรวม
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- ผลกระทบจากการควบรวม: การรับรู้ผลประโยชน์จากการประหยัดต่อขนาดและการรวมระบบอย่างเต็มที่
- การเติบโตของ 5G และ ARPU: การขยายฐานผู้ใช้ 5G และการเพิ่มรายได้ต่อผู้ใช้บริการ
- การดำเนินงานของ True Digital Group: การสร้างรายได้และขยายฐานลูกค้าในกลุ่มบริการดิจิทัล
- การบริหารจัดการหนี้สิน: อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA ที่ทรงตัวที่ 5.7 เท่า
- Guidance ปี 2566: การบรรลุเป้าหมายรายได้และ EBITDA ที่ปรับปรุงใหม่
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)
รายได้บริการ: ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ยังคงเป็นรายได้หลักที่ 31,269 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.8% โดยได้แรงหนุนจากผู้ใช้บริการระบบเติมเงินที่เพิ่มขึ้นจากการกลับมาของนักท่องเที่ยวและแรงงานต่างด้าว ขณะที่ธุรกิจออนไลน์มีรายได้ 5,935 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.2% จาก ARPU ที่สูงขึ้นจากการปรับปรุงคุณภาพการได้มาซึ่งผู้ใช้บริการใหม่
เทคโนโลยี 5G: TRUE เป็นผู้ให้บริการ 5G ที่ใหญ่ที่สุดในไทย ครอบคลุม 90% ของประชากร มีผู้ใช้บริการ 5G เพิ่มขึ้น 32% เป็น 8.3 ล้านราย และ ARPU สูงขึ้น 10-15% จากการขายอุปกรณ์พร้อมบริการและการพัฒนาระบบโครงข่าย
True Digital Group: มีผู้ใช้งานดิจิทัลรายเดือน (MAU) เพิ่มขึ้น 27% เมื่อเทียบกับปีก่อน เป็น 36.4 ล้านราย รายได้จากบริการที่ไม่ใช่รายได้หลักเพิ่มขึ้น 20% QoQ แสดงถึงการเติบโตในกลุ่มบริการดิจิทัล
การบริหารต้นทุน: ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลง 16.7% จากมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพและการควบรวม รวมถึงค่าใช้จ่ายเชื่อมต่อโครงข่ายที่ลดลงจากการกลับรายการตั้งสำรอง
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2566 สินทรัพย์รวมอยู่ที่ 764,765 ล้านบาท ลดลง 3.6% จากสิ้นปี 2565 โดยหลักมาจากการจ่ายค่าคลื่นความถี่ 700 MHz และ 900 MHz เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลงเหลือ 19,849 ล้านบาท
หนี้สินรวมอยู่ที่ 664,849 ล้านบาท ลดลง 4.3% อัตราส่วนหนี้สินสุทธิ (รวมหนี้สินตามสัญญาเช่า) ต่อ EBITDA ทรงตัวที่ 5.7 เท่า
เงินลงทุน (CAPEX) ในไตรมาส 2 ปี 2566 อยู่ที่ 3,435 ล้านบาท ซึ่งได้รับประโยชน์จากประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นหลังการควบรวม กระแสเงินสดจากการดำเนินงานอยู่ที่ 32,618 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.8%
สรุปท้าย
TRUE ในไตรมาส 2 ปี 2566 เผชิญกับผลขาดทุนสุทธิจากการกลับรายการทางภาษีและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการควบรวม แม้รายได้จากการให้บริการจะเติบโตเล็กน้อยและ EBITDA ปรับตัวดีขึ้น แต่ปัจจัยพิเศษเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อบรรทัดสุดท้าย อย่างไรก็ตาม การเติบโตของผู้ใช้บริการ 5G และการรับรู้ผลประโยชน์จากการควบรวมเป็นสัญญาณบวกที่ต้องจับตาในระยะต่อไป ขณะที่การบริหารจัดการต้นทุนและหนี้สินยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด