SSSC กำไร Q2/2566 หดตัว YoY รับแรงกดดันต้นทุน-ค่าใช้จ่ายพุ่ง
รายได้จากการขายและบริการลดลง ขณะที่ต้นทุนและค่าใช้จ่ายดำเนินงานปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไร
บริษัท ศูนย์บริการเหล็กสยาม จำกัด (มหาชน) หรือ SSSC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 69.32 ล้านบาท ลดลง 14.31 ล้านบาท หรือ 17.25% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายและบริการที่ลดลง ประกอบกับต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ปรับตัวสูงขึ้น
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ส่งผลให้กำไรสุทธิของ SSSC ในไตรมาส 2 ปี 2566 ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน มาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ รายได้จากการขายและบริการที่หดตัว และการเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
1) หัวใจคืออะไร
ปัจจัยหลักที่กดดันผลประกอบการของ SSSC ในไตรมาสนี้ คือ รายได้จากการขายและบริการที่ลดลง 16.16 ล้านบาท (หรือ 1.27%) และ ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น 6.65 ล้านบาท (หรือ 0.55%) รวมถึง ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ปรับตัวสูงขึ้น 6.83 ล้านบาท (หรือ 7.49%) ซึ่งส่งผลให้กำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิลดลงตามลำดับ
2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
- รายได้จากการขายและบริการลดลง: ฝ่ายจัดการระบุว่า เป็นผลมาจากอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ยังคงทรงตัว ทำให้ความต้องการสั่งงานลดลง แม้ว่าจะมีคำสั่งซื้อจากอุตสาหกรรมก่อสร้างเข้ามาทดแทนบ้างก็ตาม
- ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น: สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการผลิต เช่น ค่าแรงผู้รับเหมา ค่าขนส่ง และต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น แม้ว่าราคาเหล็กในประเทศจะปรับลดลงก็ตาม
- ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น: ประกอบด้วย ค่าใช้จ่ายขายที่เพิ่มขึ้น 5.19 ล้านบาท (ส่วนใหญ่มาจากค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ) และค่าใช้จ่ายบริหารที่เพิ่มขึ้น 1.64 ล้านบาท (ส่วนใหญ่มาจากค่าเสื่อมราคา)
3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร ยังไม่ชัดเจนว่าจะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ เนื่องจากฝ่ายจัดการระบุว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ยังคงทรงตัว ซึ่งอาจส่งผลต่อความต้องการสั่งงานในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม การมีคำสั่งซื้อจากอุตสาหกรรมก่อสร้างเข้ามาทดแทนบ้างเป็นสัญญาณที่ดี แต่ต้องติดตามทิศทางของอุตสาหกรรมยานยนต์และผลกระทบจากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างใกล้ชิด
Highlight สำคัญ
- กำไรสุทธิ: 69.32 ล้านบาท ลดลง 17.25% YoY
- รายได้จากการขายและบริการ: 1,254.09 ล้านบาท ลดลง 1.27% YoY
- ต้นทุนขาย: 675.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.55% YoY
- ค่าใช้จ่ายในการขาย: 61.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.01% YoY
- ค่าใช้จ่ายในการบริหาร: 35.24 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.89% YoY
- อัตรากำไรขั้นต้น (GPM): ลดลงจาก 49.45% ใน Q2/2565 เป็น 46.16% ใน Q2/2566
- อัตรากำไรสุทธิ (NPM): ลดลงจาก 5.80% ใน Q2/2565 เป็น 5.53% ใน Q2/2566
- ภาระดอกเบี้ยจ่าย: เพิ่มขึ้น 58.04% YoY จาก 0.259 ล้านบาท เป็น 2.25 ล้านบาท
ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัท ศูนย์บริการเหล็กสยาม จำกัด (มหาชน) หรือ SSSC มีรายได้จากการขายและบริการรวม 1,254.09 ล้านบาท ลดลง 1.27% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 0.55% เป็น 675.97 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 49.45% ในปีก่อน เหลือ 46.16% ในไตรมาสนี้ นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารยังปรับตัวสูงขึ้น 9.01% และ 4.89% ตามลำดับ โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้นจากค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ ส่งผลให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 69.32 ล้านบาท ลดลง 17.25% เมื่อเทียบกับปีก่อน
โอกาส
- คำสั่งซื้อจากอุตสาหกรรมก่อสร้าง: แม้ว่าอุตสาหกรรมยานยนต์จะทรงตัว แต่การมีคำสั่งซื้อจากอุตสาหกรรมก่อสร้างเข้ามาทดแทนเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยพยุงรายได้
- การบริหารต้นทุนวัตถุดิบ: แม้ต้นทุนรวมจะสูงขึ้น แต่การที่ราคาเหล็กในประเทศปรับลดลงเป็นโอกาสในการบริหารต้นทุนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นในอนาคต
ความเสี่ยง
- ความผันผวนของอุตสาหกรรมยานยนต์: การทรงตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์อาจส่งผลกระทบต่อปริมาณคำสั่งซื้อในระยะต่อไป
- ต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น: ค่าแรง ค่าขนส่ง และต้นทุนวัตถุดิบที่ยังคงเป็นแรงกดดันต่ออัตรากำไร
- ค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้น: การตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญที่สูงขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อกำไรในระยะสั้น
- ภาระดอกเบี้ยจ่ายที่สูงขึ้น: การเพิ่มขึ้นของดอกเบี้ยจ่ายส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิ
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- แนวโน้มคำสั่งซื้อจากอุตสาหกรรมยานยนต์และอุตสาหกรรมก่อสร้างในไตรมาสถัดไป
- การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการผลิต
- การตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ และผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายในการขาย
- ทิศทางอัตราดอกเบี้ย และผลกระทบต่อภาระดอกเบี้ยจ่ายของบริษัท
- ความสามารถในการรักษาอัตรากำไรขั้นต้นท่ามกลางแรงกดดันด้านต้นทุน
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
- Utilization Rate: เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization Rate โดยตรง แต่ระบุว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ยังทรงตัว และความต้องการสั่งงานลดลง ซึ่งบ่งชี้ว่าอาจมีการใช้กำลังการผลิตที่ลดลง
- Order Book: ไม่ได้ระบุตัวเลข Order Book โดยตรง แต่กล่าวถึงคำสั่งซื้อจากอุตสาหกรรมก่อสร้างที่เข้ามาทดแทน
- ราคาวัตถุดิบ: ราคาเหล็กในประเทศปรับลดลง แต่ต้นทุนวัตถุดิบโดยรวมยังสูงขึ้นจากค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าขนส่ง
- GPM: อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 49.45% เป็น 46.16% สะท้อนแรงกดดันจากต้นทุนที่สูงขึ้นและ/หรือราคาขายที่อาจไม่สามารถปรับขึ้นตามได้ทัน
- การส่งออก: เอกสารไม่ได้กล่าวถึงการส่งออก
- ค่าเงิน: เอกสารไม่ได้กล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน
- สินค้าคงคลัง: เอกสารไม่ได้กล่าวถึงระดับสินค้าคงคลัง
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงิน เช่น สินทรัพย์ หนี้สิน หรือกระแสเงินสดโดยตรง มีเพียงการกล่าวถึงดอกเบี้ยจ่ายที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงภาระหนี้สินที่เพิ่มขึ้นหรืออัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น
สรุปท้าย
SSSC เผชิญแรงกดดันในไตรมาส 2 ปี 2566 จากรายได้ที่ลดลงเล็กน้อย ประกอบกับต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิหดตัวลง แม้จะมีคำสั่งซื้อจากอุตสาหกรรมก่อสร้างเข้ามาช่วย แต่การทรงตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์และแรงกดดันด้านต้นทุนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป