NOBLE Q2/2566 กำไรสุทธิพุ่ง 24.0% รับแรงหนุนจากรายได้โอนโครงการสูง
รายได้-กำไรโตตามการโอนโครงการ ขณะที่ Presale ยังเติบโตต่อเนื่อง ฝ่ายจัดการคาดครึ่งปีหลังฟื้นตัว
บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ NOBLE รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 111.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับยอดขายที่รอการโอน (Backlog) ที่แข็งแกร่ง ขณะที่ยอดขายใหม่ (Presale) ยังคงเติบโตได้ดี
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ NOBLE ในไตรมาส 2/2566 คือ การเติบโตของรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น 24.0% YoY โดยรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์รวมอยู่ที่ 2,527.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51.6% YoY ขณะที่กำไรขั้นต้นจากการขาย (GPM) อยู่ที่ 30.4% ซึ่งปรับตัวดีขึ้นจาก 26.8% ในปีก่อน
2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์มาจาก การส่งมอบโครงการที่สร้างเสร็จแล้วให้แก่ลูกค้า โดยเฉพาะโครงการที่สร้างเสร็จและพร้อมโอนในไตรมาสนี้ ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารจัดการโครงการและการก่อสร้างที่สามารถดำเนินการได้ตามแผน นอกจากนี้ การที่ GPM ปรับตัวดีขึ้น สะท้อนถึง ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนโครงการ หรืออาจเกิดจากการขายโครงการที่มีอัตรากำไรสูงกว่าค่าเฉลี่ย
3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
มีโอกาสต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก ยอดขายที่รอการโอน (Backlog) ที่มีมูลค่าสูงถึง 16,673.2 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้เป็นรายได้และกำไรในอนาคตอันใกล้ ฝ่ายจัดการยังคงเป้าหมายยอดขายปี 2566 ที่ 11,496.1 ล้านบาท และคาดว่าครึ่งปีหลังจะมีการฟื้นตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งจะส่งผลดีต่อการโอนกรรมสิทธิ์และการรับรู้รายได้ในระยะต่อไป
Highlight สำคัญ
- กำไรสุทธิ Q2/2566 เติบโต 24.0% YoY แตะ 111.9 ล้านบาท
- รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์พุ่ง 51.6% YoY แตะ 2,527.1 ล้านบาท
- อัตรากำไรขั้นต้นจากการขาย (GPM) ปรับดีขึ้น เป็น 30.4% จาก 26.8% ในปีก่อน
- ยอดขายใหม่ (Presale) 6 เดือนแรกปี 2566 ทำได้ 4,029.8 ล้านบาท ลดลง 20.7% YoY
- Backlog แข็งแกร่ง 16,673.2 ล้านบาท พร้อมทยอยรับรู้รายได้ถึงปี 2568
- อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) อยู่ที่ 2.17 เท่า
ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ NOBLE มีรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์รวม 2,527.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 24.0% YoY เป็น 111.9 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นจากการขาย (GPM) ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 30.4% จาก 26.8% ในปีก่อน
สำหรับผลประกอบการ 6 เดือนแรกของปี 2566 รายได้รวมอยู่ที่ 4,477.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 76.3% YoY และมีกำไรสุทธิ 184.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 990.2% YoY โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายที่ 26.7%
โอกาส
- Backlog มูลค่าสูง: ยอดขายที่รอการโอน (Backlog) จำนวน 16,673.2 ล้านบาท จะเป็นแหล่งรายได้สำคัญที่จะทยอยรับรู้ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า
- การเปิดโครงการใหม่: บริษัทมีแผนเปิดโครงการใหม่ต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยเสริมยอดขายและรายได้ในอนาคต
- การฟื้นตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์: ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์จะฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งจะส่งผลดีต่อการขายและการโอนโครงการ
ความเสี่ยง
- ยอด Presale ชะลอตัว: ยอดขายใหม่ (Presale) 6 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 4,029.8 ล้านบาท ลดลง 20.7% YoY ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้ในระยะยาวหากไม่สามารถเร่งยอดขายได้
- อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio): D/E Ratio ที่ 2.17 เท่า ยังคงอยู่ในระดับที่ต้องบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด
- ภาวะเศรษฐกิจ: ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภค อาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจซื้ออสังหาริมทรัพย์
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- ยอดขายใหม่ (Presale) ในไตรมาสถัดไป: จะสามารถกลับมาเติบโตได้ตามเป้าหมายหรือไม่
- การบริหารจัดการต้นทุนโครงการ: เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับที่ดี
- ความคืบหน้าในการเปิดโครงการใหม่: และการตอบรับของตลาดต่อโครงการใหม่
- การบริหารจัดการกระแสเงินสดและหนี้สิน: เพื่อรักษาสภาพคล่องทางการเงิน
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
- การโอนกรรมสิทธิ์: เป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้หลักในไตรมาสนี้ โดยมีมูลค่าการโอนสูงถึง 2,527.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงความสามารถในการส่งมอบโครงการที่แล้วเสร็จ
- ยอดขายใหม่ (Presale): แม้จะลดลง 20.7% YoY ใน 6 เดือนแรก แต่บริษัทก็ยังคงมีแผนเปิดโครงการใหม่เพื่อกระตุ้นยอดขาย
- Backlog: มูลค่า 16,673.2 ล้านบาท เป็นจุดแข็งสำคัญที่สร้างความมั่นคงของรายได้ในอนาคต โดยคาดว่าจะทยอยรับรู้รายได้ไปจนถึงปี 2568
- อัตรากำไร: GPM ที่ปรับตัวดีขึ้นเป็น 30.4% บ่งชี้ถึงประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุน หรือการขายโครงการที่มีมาร์จิ้นสูง
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 2/2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 23,573.2 ล้านบาท หนี้สินรวม 17,726.8 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้น 5,846.4 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) อยู่ที่ 2.17 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 1.83 เท่าในปีก่อน
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานใน 6 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 1,172.5 ล้านบาท ลดลงจาก 1,076.7 ล้านบาทในปีก่อนเล็กน้อย โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเปลี่ยนแปลงของเงินทุนหมุนเวียน
สรุปท้าย
NOBLE ในไตรมาส 2/2566 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวของผลประกอบการ โดยมีรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ประกอบกับ Backlog ที่มีมูลค่าสูงเป็นปัจจัยหนุนรายได้ในอนาคต อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มยอดขายใหม่ (Presale) และการบริหารจัดการต้นทุนอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินความสามารถในการเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป