เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
THG พลิกขาดทุน Q2/2569 สู่กำไร 54 ล้านบาท รับต้นทุนการเงินลด-บริหารค่าใช้จ่าย
ข่าวสาร

THG พลิกขาดทุน Q2/2569 สู่กำไร 54 ล้านบาท รับต้นทุนการเงินลด-บริหารค่าใช้จ่าย

THG P/E 124.39 YIELD 1.83
51 นาที 22:16 น. 0 ความเห็น

รายได้ทรงตัวแต่กำไรสุทธิพุ่งแรง ปัจจัยหลักจากต้นทุนทางการเงินที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ THG รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 54.0 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 5.9 ล้านบาทในปีก่อน แม้รายได้รวมจะทรงตัวเล็กน้อยที่ 2,200.9 ล้านบาท โดยปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้กำไรฟื้นตัวอย่างโดดเด่น มาจากการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ ประกอบกับการลดลงอย่างมีนัยสำคัญของต้นทุนทางการเงินหลังการปรับโครงสร้างหนี้ ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่นักลงทุนควรจับตา

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

1) หัวใจคืออะไร

หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ THG ในไตรมาส 2/2569 พลิกจากขาดทุนเป็นกำไร คือ การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของต้นทุนทางการเงิน ควบคู่ไปกับการ บริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เข้มงวดขึ้น โดยกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ในไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 54.0 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 5.9 ล้านบาทในปีก่อน หากปรับปรุงรายการพิเศษ กำไรสุทธิปรับปรุงอยู่ที่ 86.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมากจากขาดทุน 16.2 ล้านบาทในปีก่อน

2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

การลดลงของต้นทุนทางการเงินเกิดจากการ ปรับโครงสร้างทางการเงิน ที่บริษัทได้ดำเนินการไปก่อนหน้านี้ ซึ่งส่งผลให้ภาระดอกเบี้ยจ่ายลดลงอย่างชัดเจน ในขณะเดียวกัน บริษัทได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน โดยต้นทุนกิจการโรงพยาบาลลดลงเล็กน้อย (1.6%) แม้รายได้โรงพยาบาลจะลดลง (0.9%) และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลงถึง 12.1% ซึ่งสะท้อนถึงความพยายามในการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ

3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่

มีโอกาสต่อเนื่อง โดยเฉพาะในส่วนของการลดต้นทุนทางการเงิน ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับโครงสร้างหนี้ที่แล้วเสร็จไปแล้ว และคาดว่าจะช่วยลดภาระดอกเบี้ยได้มากกว่า 50 ล้านบาทต่อปี ในขณะที่การบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน บริษัทได้ระบุว่าจะให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นแนวทางที่สามารถทำได้ในระยะยาว อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของรายได้จากกลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

Highlight สำคัญ

  • กำไรสุทธิพลิกบวก: ไตรมาส 2/2569 มีกำไรสุทธิ 54.0 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 5.9 ล้านบาทในปีก่อน และ 6 เดือนแรกปี 2569 มีกำไรสุทธิ 80.9 ล้านบาท เทียบกับ 7.1 ล้านบาทในปีก่อน
  • รายได้รวมทรงตัว: รายได้รวมไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 2,200.9 ล้านบาท ลดลง 0.2% และ 6 เดือนแรกปี 2569 อยู่ที่ 4,354.0 ล้านบาท ลดลง 1.9%
  • ต้นทุนทางการเงินลดลงมีนัยสำคัญ: เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้กำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก
  • EBITDA ปรับปรุงเพิ่มขึ้น: EBITDA ปรับปรุงในไตรมาส 2/2569 เพิ่มขึ้น 8.1% เป็น 462.2 ล้านบาท สะท้อนการบริหารต้นทุนที่ดี
  • การลงทุนเพื่อขยายบริการ: มีการเปิดศูนย์มะเร็งและส่งเสริมสุขภาพที่ รพ.อุบลรักษ์ ธนบุรี, เปิดอาคาร 3 ที่ รพ.ธนบุรี ทวีวัฒนา, และศูนย์ฟื้นพลังที่ รพ.ธนบุรี

ภาพรวมผลประกอบการ

ในไตรมาส 2/2569 THG รายงานรายได้รวม 2,200.9 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยรายได้จากกิจการโรงพยาบาลลดลง 0.9% เป็น 1,977.9 ล้านบาท ซึ่งได้รับแรงกดดันจากจำนวนผู้ป่วยในที่ลดลง โดยเฉพาะกลุ่มโรคไม่ซับซ้อน และผลกระทบจากปัจจัยเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ต่อผู้ป่วยต่างชาติ อย่างไรก็ตาม รายได้ผู้ป่วยนอกยังคงเติบโต 3.4% และรายได้จากกิจกรรมอื่นเพิ่มขึ้น 6.7% จากการให้บริการและการขายห้องชุด ช่วยประคองรายได้รวมไว้ได้

แม้รายได้รวมจะทรงตัว แต่ความสามารถในการทำกำไรดีขึ้น โดย EBITDA เพิ่มขึ้น 2.7% เป็น 448.8 ล้านบาท และ EBITDA ปรับปรุงเพิ่มขึ้น 8.1% เป็น 462.2 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ

สำหรับงวดสะสม 6 เดือนแรกปี 2569 รายได้รวมอยู่ที่ 4,354.0 ล้านบาท ลดลง 1.9% โดยรายได้โรงพยาบาลลดลง 1.2% ขณะที่ EBITDA ลดลง 6.1% แต่ EBITDA ปรับปรุงเพิ่มขึ้น 1.1% เป็น 858.5 ล้านบาท

โอกาส

  • การฟื้นตัวของผู้ป่วยต่างชาติ: หากสถานการณ์ความขัดแย้งและข้อจำกัดด้านการเดินทางคลี่คลาย คาดว่าผู้ป่วยต่างชาติจะฟื้นตัวในครึ่งหลังปี 2569
  • ปัจจัยเชิงโครงสร้างสนับสนุนการเติบโตระยะยาว: สังคมสูงวัย, โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs), ความต้องการรักษาโรคซับซ้อนและเฉพาะทาง, การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน
  • การพัฒนาศูนย์การรักษาเฉพาะทาง: การลงทุนในศูนย์มะเร็ง, ศัลยกรรมกระดูกและข้อด้วยหุ่นยนต์, ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพ ช่วยเพิ่มศักยภาพการรักษาและดึงดูดผู้ป่วย
  • การขยายบริการด้านการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน: สร้างความหลากหลายของฐานรายได้
  • การรีไฟแนนซ์หนี้: คาดว่าจะช่วยลดต้นทุนทางการเงินได้มากกว่า 50 ล้านบาทต่อปี

ความเสี่ยง

  • กำลังซื้อภายในประเทศฟื้นตัวจำกัด: ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายด้านสุขภาพ โดยเฉพาะการรักษาที่ไม่เร่งด่วน
  • การแข่งขันด้านราคา: ผู้ป่วยบางส่วนเลือกใช้สิทธิประกันสังคม สิทธิภาครัฐ หรือสถานพยาบาลที่ค่าใช้จ่ายเหมาะสม
  • ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และข้อจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศ: ส่งผลกระทบต่อจำนวนผู้ป่วยต่างชาติ
  • ผลกระทบจากเหตุการณ์อุทกภัย: โรงพยาบาลบางแห่งในภาคใต้ยังได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อในพื้นที่ชะลอตัว
  • ข้อพิพาทระหว่างไทย-กัมพูชา: ส่งผลกระทบต่อจำนวนผู้ป่วยของโรงพยาบาลอุบลรักษ์ ธนบุรี และโรงพยาบาลสิริเวช จันทบุรี

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  • แนวโน้มการฟื้นตัวของรายได้ผู้ป่วยใน (IPD): โดยเฉพาะกลุ่มโรคไม่ซับซ้อน และการกลับมาของผู้ป่วยต่างชาติ
  • การเติบโตของรายได้ผู้ป่วยนอก (OPD): จากกลยุทธ์การตลาดและการรักษาผู้ป่วยที่มีความซับซ้อนมากขึ้น
  • ประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่าย: เพื่อรักษาอัตรากำไรให้ต่อเนื่อง
  • ความคืบหน้าในการรีไฟแนนซ์หนี้: และผลต่อต้นทุนทางการเงินในอนาคต
  • การขยายบริการและศูนย์ความเป็นเลิศ (Center of Excellence): เพื่อรองรับผู้ป่วยซับซ้อนและเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน
  • ผลการดำเนินงานของโรงพยาบาล ArYu International Hospital ในเมียนมา: ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนส่วนแบ่งกำไร

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)

รายได้: รายได้รวม Q2/2569 อยู่ที่ 2,200.9 ล้านบาท ลดลง 0.2% โดยรายได้โรงพยาบาล 1,977.9 ล้านบาท ลดลง 0.9% เป็นผลจากผู้ป่วยในลดลง 4.8% (Q2/2569) ซึ่งได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อและพฤติกรรมผู้บริโภคที่ระมัดระวัง อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยนอกยังเติบโต 3.4% สะท้อนการรักษาต่อเนื่องและบริการที่มีระดับการรักษาที่สูงขึ้น รายได้อื่นเพิ่ม 6.7% จากการให้บริการและขายห้องชุด

ต้นทุน: ต้นทุนโรงพยาบาลลดลง 1.6% สู่ 1,520.9 ล้านบาท โดยสัดส่วนต้นทุนต่อรายได้โรงพยาบาลใกล้เคียงปีก่อนที่ 77.0% ต้นทุนกิจกรรมอื่นเพิ่ม 6.1% สอดคล้องกับรายได้บริการศูนย์หัวใจที่เพิ่มขึ้น ค่าใช้จ่ายขายและบริหารลดลง 12.1% สู่ 390.7 ล้านบาท จากค่าที่ปรึกษาและซ่อมบำรุงที่ลดลง

อัตรากำไร: อัตรากำไร EBITDA อยู่ที่ 19.3% เพิ่มขึ้นจาก 18.7% ในปีก่อน อัตรากำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่พลิกเป็นบวกที่ 2.5% จากติดลบ 0.3% ในปีก่อน

การลงทุน: มีการเปิดศูนย์มะเร็งที่ รพ.อุบลรักษ์ ธนบุรี, อาคาร 3 ที่ รพ.ธนบุรี ทวีวัฒนา, และศูนย์ฟื้นพลังที่ รพ.ธนบุรี เพื่อยกระดับบริการและรองรับผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น

ส่วนแบ่งกำไร: เพิ่มขึ้น 10.3% เป็น 49.6 ล้านบาท จากผลประกอบการที่ดีของ ArYu International Hospital ในเมียนมา

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

สินทรัพย์รวม ณ 30 มิ.ย. 2569 อยู่ที่ 20,038.5 ล้านบาท ลดลง 2.0% จากสิ้นปี 2568 โดยหลักจากการเรียกเก็บหนี้และตัดค่าเสื่อมราคา หนี้สินรวมลดลง 5.0% สู่ 5,619.6 ล้านบาท จากการชำระคืนเงินกู้ ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมลดลง 0.8% สู่ 14,418.9 ล้านบาท จากการจ่ายเงินปันผล

กระแสเงินสดจากการดำเนินงานสุทธิ 6 เดือนแรกปี 2569 อยู่ที่ 663.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากการดำเนินงานปกติและต้นทุนทางการเงินที่ลดลง กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 170.4 ล้านบาท จากการปรับปรุงและขยายโรงพยาบาล กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน 460.7 ล้านบาท จากการชำระคืนเงินกู้และจ่ายเงินปันผล เงินสดปลายงวดเพิ่มขึ้น 33.1 ล้านบาท สู่ 1,039.9 ล้านบาท

สรุปท้าย

THG ในไตรมาส 2/2569 แสดงให้เห็นถึงการพลิกฟื้นผลประกอบการอย่างชัดเจน โดยมีกำไรสุทธิกลับมาเป็นบวกจากการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการลดลงอย่างมีนัยสำคัญของต้นทุนทางการเงิน ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับโครงสร้างหนี้ที่แล้วเสร็จ แม้รายได้รวมจะยังทรงตัวท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย แต่การลงทุนในศูนย์การรักษาเฉพาะทางและการขยายบริการต่างๆ เป็นปัจจัยบวกต่อการเติบโตในระยะยาว อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มการฟื้นตัวของรายได้ผู้ป่วยในและผู้ป่วยต่างชาติ รวมถึงการบริหารความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก เพื่อประเมินโอกาสการเติบโตอย่างต่อเนื่องของบริษัท

ยังไม่มีความคิดเห็น