PSGC สรุปผลประกอบการ Q2/2569
PSGC โชว์กำไร Q2/2569 พุ่งแรง รับอานิสงส์ธุรกิจถ่านหิน-บริการหนุน
รายได้จากการขายถ่านหินและบริการเหมืองแร่ของ NT เติบโตโดดเด่น ขณะที่ธุรกิจก่อสร้างชะลอตัวตามภาพรวมอุตสาหกรรม
บริษัท พีเอสจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PSGC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 มีรายได้รวม 4,692.5 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 359.3 ล้านบาท โดยการเติบโตของผลประกอบการในรอบนี้ได้รับแรงหนุนหลักจากการรับรู้รายได้เต็มไตรมาสของบริษัท Nam Tien Limited Liability Company (NT) ซึ่งดำเนินธุรกิจถ่านหินและบริการที่เกี่ยวข้องในประเทศเวียดนาม
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ PSGC ในไตรมาส 2 ปี 2569 คือ การเข้ามาของธุรกิจถ่านหินและบริการที่เกี่ยวข้องจากบริษัท NT ซึ่งเข้ามาเสริมรายได้และกำไรของกลุ่มบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรายได้จากการขายถ่านหินที่คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 86.3% ของรายได้รวม
ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:
การเข้าลงทุนใน NT ซึ่งเสร็จสิ้นเมื่อต้นปี 2569 ทำให้ผลประกอบการของ NT ถูกนำมารวมในงบการเงินรวมของ PSGC ตั้งแต่ไตรมาส 1 ปี 2569 และในไตรมาส 2 นี้ เป็นการรับรู้รายได้ของ NT เต็มไตรมาสเป็นครั้งแรก รายได้หลักของ NT มาจากการขายถ่านหินสำเร็จรูปให้แก่ลูกค้าเป้าหมายในสัดส่วนประมาณ 95% และอีก 5% เป็นรายได้ประจำจากค่าบริการและบำรุงรักษาบริหารจัดการเหมืองแร่ การเข้ามาของธุรกิจนี้ทำให้โครงสร้างรายได้ของ PSGC เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก จากเดิมที่พึ่งพารายได้จากงานโครงการก่อสร้างเป็นหลัก มามีรายได้จากการขายและบริการที่หลากหลายและมีแนวโน้มต่อเนื่องมากขึ้น
จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:
มีโอกาสต่อเนื่อง โดยฝ่ายจัดการระบุว่า การลงทุนใน NT ช่วยเพิ่มสัดส่วนรายได้ที่มีความต่อเนื่อง (Recurring Revenue) และลดการพึ่งพารายได้จากโครงการก่อสร้างเพียงอย่างเดียวในระยะยาว ความสามารถในการขยายฐานลูกค้า การบริหารต้นทุน และการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานของ NT จะเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตและสร้างผลตอบแทนของกลุ่มบริษัทในอนาคต นอกจากนี้ แนวโน้มเศรษฐกิจและการลงทุนในกลุ่มประเทศ CLMV โดยเฉพาะเวียดนามและ สปป.ลาว ซึ่งเป็นฐานการดำเนินธุรกิจของบริษัท ยังคงมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนความต้องการใช้พลังงานและทรัพยากรธรรมชาติในระยะยาว
Highlight สำคัญ
- รายได้รวมพุ่ง 605.7% YoY: กลุ่มบริษัทมีรายได้รวม 4,692.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 664.9 ล้านบาทในปีก่อน
- กำไรสุทธิเติบโต 1,791.1% YoY: กำไรสำหรับงวดอยู่ที่ 359.3 ล้านบาท เทียบกับ 19.0 ล้านบาทในปีก่อน
- ธุรกิจถ่านหิน NT เป็นพระเอก: รายได้จากการขายถ่านหินของ NT คิดเป็น 86.3% ของรายได้รวม หรือ 4,047.0 ล้านบาท
- ธุรกิจก่อสร้างชะลอตัว: รายได้ตามสัญญาก่อสร้างลดลง 39.6% YoY เหลือ 398.0 ล้านบาท เนื่องจากโครงการหลักอยู่ในช่วงปลาย
- ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น: เพิ่มขึ้น 112.6% YoY เป็น 263.2 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายของบริษัทย่อยที่เข้ามารวมงบการเงิน และค่าใช้จ่ายศึกษาโอกาสธุรกิจใหม่
- ฐานะการเงินขยายตัว: สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 113.4% เป็น 11,809.6 ล้านบาท จากการเข้าลงทุนในบริษัทย่อยในเวียดนาม
ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาสที่ 2 ปี 2569 กลุ่มบริษัทมีรายได้รวม 4,692.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด 605.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ซึ่งมีรายได้รวม 664.9 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นนี้เป็นผลมาจากการรับรู้รายได้เต็มไตรมาสของบริษัท NT ซึ่งดำเนินธุรกิจขายถ่านหินและให้บริการที่เกี่ยวข้องในประเทศเวียดนาม โดยรายได้จากการขายถ่านหินมีสัดส่วนสูงถึง 86.3% ของรายได้รวม
ในส่วนของกำไรสำหรับงวด กลุ่มบริษัทมีกำไรสุทธิ 359.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 1,791.1% YoY จาก 19.0 ล้านบาทในปีก่อนหน้า กำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จรวมสำหรับงวดอยู่ที่ 376.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4,917.3% YoY จาก 7.5 ล้านบาทในปีก่อน
โอกาส
- การขยายธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติ: การเข้าลงทุนใน NT ช่วยเพิ่มสัดส่วนรายได้ที่มีความต่อเนื่อง (Recurring Revenue) และลดการพึ่งพารายได้จากโครงการก่อสร้างเพียงอย่างเดียว ซึ่งจะสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว
- แนวโน้มเศรษฐกิจ CLMV: เศรษฐกิจเวียดนามและ สปป.ลาว ยังคงมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนความต้องการใช้พลังงานและทรัพยากรธรรมชาติ
- ความรู้และความเข้าใจในตลาด CLMV: การมีฐานการดำเนินธุรกิจในเวียดนามและ สปป.ลาว มาอย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัทมีความเข้าใจในตลาดและมีเครือข่ายธุรกิจ ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนการต่อยอดและขยายโอกาสการลงทุนในอนาคต
ความเสี่ยง
- ความผันผวนของราคาพลังงาน: ตลาดพลังงานโลกยังคงมีความผันผวน ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาพลังงานและต้นทุนเชื้อเพลิงที่ใช้ในการขนส่ง แม้ว่าราคาซื้อขายถ่านหินจะปรับเปลี่ยนได้ตามภาวะตลาด แต่ต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นอาจกระทบต่อความสามารถในการทำกำไร
- การบริหารโครงการก่อสร้าง: ความสามารถในการบริหารโครงการก่อสร้าง ทั้งด้านการวางแผน ควบคุมต้นทุน ระยะเวลา และคุณภาพ เป็นปัจจัยสำคัญ หากบริหารจัดการได้ไม่ดี อาจส่งผลให้เกิดความล่าช้า ต้นทุนสูงเกินประมาณการ และกระทบต่ออัตรากำไรและกระแสเงินสด
- ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน: การดำเนินธุรกิจในหลายสกุลเงินอาจส่งผลให้เกิดกำไรหรือขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน แม้ฝ่ายจัดการจะพิจารณาใช้เครื่องมือทางการเงินเพื่อบรรเทาผลกระทบ แต่ก็ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- ผลการดำเนินงานของ NT: ติดตามการเติบโตของรายได้และกำไรจากธุรกิจถ่านหินและบริการของ NT อย่างต่อเนื่อง
- ความคืบหน้าโครงการก่อสร้าง: การบริหารจัดการโครงการก่อสร้างที่เหลืออยู่ โดยเฉพาะโครงการชุมชนใหม่
- การบริหารต้นทุน: การควบคุมต้นทุนเชื้อเพลิง ค่าขนส่ง และต้นทุนการดำเนินงานอื่นๆ
- การขยายธุรกิจใหม่: การศึกษาและพัฒนาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ตามที่ฝ่ายจัดการระบุ
- แนวโน้มเศรษฐกิจ CLMV: ติดตามการเติบโตทางเศรษฐกิจและการลงทุนในเวียดนามและ สปป.ลาว
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทั่วไป (ไม่ระบุกลุ่ม))
รายได้: รายได้รวมในไตรมาส 2 ปี 2569 อยู่ที่ 4,692.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 605.7% YoY โดยมีรายได้หลักมาจาก "รายได้จากการขาย" จำนวน 4,047.0 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายได้จากการขายถ่านหินของบริษัท NT คิดเป็น 86.3% ของรายได้รวม นอกจากนี้ยังมี "รายได้จากการบริการ" จำนวน 142.6 ล้านบาท (3.0%) จากการให้บริการทำเหมืองและแปรรูปถ่านหิน ขณะที่ "รายได้ตามสัญญาก่อสร้าง" ลดลง 39.6% YoY เหลือ 398.0 ล้านบาท (8.5%) เนื่องจากโครงการ XPPL EP 1 อยู่ในช่วงปลายโครงการ
ต้นทุน: ต้นทุนรวมอยู่ที่ 4,173.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นตามรายได้ โดย "ต้นทุนขาย" จากการขายถ่านหินของ NT อยู่ที่ 3,251.3 ล้านบาท และ "ต้นทุนการให้บริการ" อยู่ที่ 96.9 ล้านบาท ส่วน "ต้นทุนก่อสร้างตามสัญญา" ลดลง 20.8% YoY เหลือ 309.2 ล้านบาท สอดคล้องกับความคืบหน้าของโครงการก่อสร้าง
ค่าใช้จ่าย: "ค่าใช้จ่ายในการขาย" อยู่ที่ 252.7 ล้านบาท "ค่าใช้จ่ายในการบริหาร" เพิ่มขึ้น 112.6% YoY เป็น 263.2 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการรวมบริษัทย่อยและค่าใช้จ่ายในการศึกษาโอกาสธุรกิจใหม่ "ต้นทุนทางการเงิน" เพิ่มขึ้น 5,372.7% YoY เป็น 60.2 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นดอกเบี้ยจ่ายจากเงินกู้ยืมระยะสั้นและค่าธรรมเนียมธนาคาร "ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้" เพิ่มขึ้น 1,977.1% YoY เป็น 99.7 ล้านบาท ตามผลกำไรที่เพิ่มขึ้น
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
สินทรัพย์: ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 สินทรัพย์รวมอยู่ที่ 11,809.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 113.4% จากสิ้นปี 2568 (5,533.6 ล้านบาท) โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้า สินค้าคงเหลือ และสินทรัพย์ที่ได้จากการเข้าลงทุนในบริษัทย่อยในเวียดนาม
หนี้สิน: หนี้สินรวมอยู่ที่ 5,996.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 776.0% จากสิ้นปี 2568 (684.5 ล้านบาท) ส่วนใหญ่มาจากเงินกู้ยืมระยะสั้น เจ้าหนี้การค้า และหนี้สินที่เกิดจากสัญญาเช่า อัตราหนี้สินต่อทุน (D/E ratio) อยู่ที่ 1.03 เท่า
ส่วนของผู้ถือหุ้น: อยู่ที่ 5,813.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.9% จากสิ้นปี 2568 (4,849.1 ล้านบาท) เนื่องมาจากผลกำไรจากการดำเนินงานและการเข้าลงทุนในบริษัทย่อย
สภาพคล่อง: อัตราส่วนทุนหมุนเวียน (Current Ratio) อยู่ที่ 1.7 เท่า
สรุปท้าย
PSGC ในไตรมาส 2 ปี 2569 แสดงผลประกอบการที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีหัวใจกำไรมาจากการเข้ามาของธุรกิจถ่านหินและบริการจากบริษัท NT ซึ่งเข้ามาเสริมรายได้และกำไรได้อย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าธุรกิจก่อสร้างจะชะลอตัวตามภาพรวมอุตสาหกรรม แต่การขยายตัวของธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติในกลุ่มประเทศ CLMV ประกอบกับความเข้าใจในตลาดท้องถิ่น ทำให้บริษัทมีโอกาสในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของราคาพลังงาน การบริหารโครงการก่อสร้าง และอัตราแลกเปลี่ยน ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด