ITTHI กำไรสุทธิ Q2/2569 หดตัว 76.3% เหตุรายได้หลักวูบ 46%
รายได้ธุรกิจจัดจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้าส่องสว่างและพลังงานทดแทนลดลงแรง ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นการควบคุมค่าใช้จ่าย
บริษัท อิทธิฤทธิ์ ไนซ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ITTHI รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 มีกำไรสุทธิ 1.8 ล้านบาท ลดลงถึง 76.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากรายได้จากการขายและให้บริการที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ฝ่ายจัดการระบุว่าบริษัทสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารและต้นทุนทางการเงินได้ดีขึ้น แต่ยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากรายได้ที่หดตัวได้
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ ITTHI ในไตรมาส 2 ปี 2569 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ การหดตัวของรายได้จากการขายและให้บริการในธุรกิจจัดจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้าส่องสว่างและพลังงานทดแทน ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัท โดยรายได้ในส่วนนี้ลดลงถึง 46% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2568 ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง 76.3%
ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สาเหตุหลักของการลดลงของรายได้มาจาก 2 ปัจจัยสำคัญ คือ
- การจำหน่ายสินค้ากลุ่มโคมไฟถนนโซล่าเซลล์ให้แก่กลุ่มลูกค้างานโครงการภาครัฐ: แม้ว่าจะเป็นรายได้หลักคิดเป็น 76% ของรายได้รวม แต่กลับลดลง 31% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
- การจำหน่ายสินค้าให้แก่กลุ่มลูกค้างานโครงการผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์: ยอดขายในกลุ่มนี้ลดลงอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากสถานการณ์ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในปี 2569 ชะลอตัวลง ส่งผลให้ลูกค้ากลุ่มงานโครงการมีการชะลอการก่อสร้าง
แม้ว่ารายได้จะลดลง แต่บริษัทสามารถควบคุมต้นทุนขายและการให้บริการได้ดีขึ้น โดยต้นทุนขายลดลง 48% และอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 10% เป็น 17% ในไตรมาส 2 ปี 2569 เนื่องจากรายได้จากกลุ่มลูกค้าภาครัฐที่มีอัตรากำไรค่อนข้างต่ำ (เฉลี่ย 10%) ลดลง อย่างไรก็ตาม การลดลงของต้นทุนนี้ยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากรายได้ที่ลดลงได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและค่าใช้จ่ายในการบริหารก็ปรับลดลงตามยอดขายที่ลดลงเช่นกัน
จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม
ฝ่ายจัดการระบุว่ากลุ่มบริษัทมีเป้าหมายและทิศทางในการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยจะยังคงมุ่งเน้นการจำหน่ายสินค้าให้แก่กลุ่มลูกค้างานโครงการภาครัฐเป็นหลัก ซึ่งสอดคล้องกับแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ โดยเฉพาะโคมไฟถนนโซล่าเซลล์และพลังงานทดแทน ซึ่งมีแนวโน้มการเติบโตได้อีกหลายเท่าตัว อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่อาจมีผลกระทบเชิงลบคือความล่าช้าในการส่งมอบสินค้าให้แก่หน่วยงานภาครัฐ ซึ่งบริษัทได้มีมาตรการควบคุมและติดตามเพื่อลดความเสี่ยงดังกล่าว
สำหรับกลุ่มลูกค้าผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ การฟื้นตัวของยอดขายในกลุ่มนี้จะขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์โดยรวม ซึ่งยังมีความไม่แน่นอน
Highlight สำคัญ
- กำไรสุทธิ Q2/2569 ลดลง 76.3% YoY อยู่ที่ 1.8 ล้านบาท จาก 5.8 ล้านบาทในปีก่อน
- รายได้จากการขายและให้บริการ Q2/2569 ลดลง 46% YoY อยู่ที่ 108 ล้านบาท จาก 200 ล้านบาท (โดยประมาณจากสัดส่วนที่ลดลง)
- รายได้ 6 เดือนแรกปี 2569 ลดลง 25% YoY อยู่ที่ 290 ล้านบาท
- อัตรากำไรขั้นต้น Q2/2569 เพิ่มขึ้น เป็น 17% จาก 10% ในปีก่อน เนื่องจากรายได้จากกลุ่มลูกค้าภาครัฐที่มีกำไรต่ำลดลง
- ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง สอดคล้องกับยอดขายที่ลดลง
- ฐานะการเงิน: สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 4% จากสิ้นปี 2568 เป็น 479 ล้านบาท โดยมีเงินสดลดลงจากการลงทุนในบริษัทย่อยและจ่ายปันผล ขณะที่หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 28.2% เป็น 117 ล้านบาท
ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 2 ปี 2569 กลุ่มบริษัทมีรายได้จากการขายและให้บริการจำนวน 108 ล้านบาท ลดลง 46% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2568 และสำหรับรอบระยะเวลาหกเดือนแรกของปี 2569 มีรายได้ 290 ล้านบาท ลดลง 25% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ต้นทุนขายและการให้บริการสำหรับไตรมาส 2 ปี 2569 อยู่ที่ 83% ของรายได้ ลดลงจาก 85% ในปีก่อน ทำให้มีกำไรขั้นต้น 18 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 17% ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 10% ในปีก่อน แม้ว่ากำไรขั้นต้นจะลดลงตามรายได้ แต่การเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้นเกิดจากการที่รายได้จากกลุ่มลูกค้าภาครัฐซึ่งมีอัตรากำไรต่ำลดลง
ค่าใช้จ่ายในการขายและค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยค่าใช้จ่ายในการขายลดลง 29.7% ในไตรมาส 2 และ 14.6% ใน 6 เดือนแรก ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 19.2% ในไตรมาส 2 และ 14.6% ใน 6 เดือนแรก
อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากรายได้ที่ลดลงอย่างมาก ทำให้กำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 2 ปี 2569 อยู่ที่ 1.8 ล้านบาท ลดลง 76.3% จาก 5.8 ล้านบาทในปีก่อน และสำหรับ 6 เดือนแรกปี 2569 อยู่ที่ 7.2 ล้านบาท ลดลง 59.9% จาก 10.7 ล้านบาทในปีก่อน
โอกาส
- การเติบโตในกลุ่มลูกค้างานโครงการภาครัฐ: ฝ่ายจัดการมองว่าการจำหน่ายโคมไฟถนนโซล่าเซลล์และพลังงานทดแทนให้กับหน่วยงานภาครัฐทั่วประเทศมีแนวโน้มการเติบโตได้อีกหลายเท่าตัว สอดคล้องกับแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ
- ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม: การจำหน่ายโคมไฟถนนโซล่าเซลล์ช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้า ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่สนับสนุนด้านความยั่งยืน
- การควบคุมค่าใช้จ่าย: บริษัทมีความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารและต้นทุนทางการเงินได้ดีขึ้น
ความเสี่ยง
- ความผันผวนของรายได้จากลูกค้าโครงการ: การพึ่งพิงรายได้จากลูกค้ากลุ่มงานโครงการภาครัฐและผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ทำให้รายได้มีความผันผวนตามสภาวะเศรษฐกิจและนโยบายภาครัฐ
- ความล่าช้าในการส่งมอบสินค้า: ความเสี่ยงในการถูกปรับเป็นค่าเสียหายจากการส่งมอบสินค้าให้แก่หน่วยงานภาครัฐล่าช้า
- สถานการณ์ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์: การชะลอตัวของธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ส่งผลกระทบโดยตรงต่อยอดขายในกลุ่มลูกค้าดังกล่าว
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- แนวโน้มรายได้จากกลุ่มลูกค้าภาครัฐ: การฟื้นตัวหรือการเติบโตของคำสั่งซื้อโคมไฟถนนโซล่าเซลล์จากหน่วยงานภาครัฐ
- การฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์: ผลกระทบต่อยอดขายสินค้าให้กับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
- ประสิทธิภาพในการควบคุมค่าใช้จ่าย: ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายให้มีประสิทธิภาพต่อเนื่อง
- การบริหารความเสี่ยงด้านการส่งมอบ: มาตรการของบริษัทในการลดความเสี่ยงจากการถูกปรับค่าเสียหาย
- การขยายตลาดใหม่: โอกาสในการกระจายฐานลูกค้าเพื่อลดการพึ่งพิงกลุ่มลูกค้าเดิม
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
ในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวข้องกับโครงการภาครัฐและอสังหาริมทรัพย์ ITTHI เผชิญกับความท้าทายด้านยอดขายที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 2 ปี 2569 โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มโคมไฟถนนโซล่าเซลล์ที่แม้จะเป็นรายได้หลัก แต่ก็ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่กลุ่มลูกค้าอสังหาริมทรัพย์ก็ได้รับผลกระทบจากภาวะตลาดที่ชะลอตัว
อย่างไรก็ตาม บริษัทได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้ดีขึ้น โดยอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวสูงขึ้นจากการที่สัดส่วนรายได้จากกลุ่มลูกค้าที่มีกำไรต่ำลดลง และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารก็ถูกควบคุมให้ลดลงตามยอดขาย ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีในการบริหารจัดการภายใน
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์รวม 479 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากสิ้นปี 2568 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง 82 ล้านบาท เนื่องจากการลงทุนในบริษัทย่อย การจ่ายเงินปันผล และการดำเนินงานปกติ ขณะที่สินทรัพย์หมุนเวียนและไม่หมุนเวียนอื่น รวมถึงลูกหนี้การค้าและสินค้า เพิ่มขึ้น 30 ล้านบาท และส่วนปรับปรุงอาคารและอุปกรณ์และสินทรัพย์สิทธิการใช้ เพิ่มขึ้น 69 ล้านบาท จากการลงทุนในบริษัทย่อย
หนี้สินรวมอยู่ที่ 117 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.2% จากสิ้นปี 2568 ส่วนใหญ่มาจากเจ้าหนี้ค่าซื้อทรัพย์สินของบริษัทย่อยและหนี้สินตามสัญญาเช่า
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 357 ล้านบาท ลดลง 5.3% จากสิ้นปี 2568 เนื่องจากการจ่ายเงินปันผลจำนวน 27 ล้านบาท แม้ว่าจะมีกำไรสุทธิ 7 ล้านบาทในช่วง 6 เดือนแรกก็ตาม
สรุปท้าย
ITTHI เผชิญกับความท้าทายด้านรายได้ที่ลดลงอย่างมากในไตรมาส 2 ปี 2569 โดยเฉพาะจากกลุ่มลูกค้าโครงการภาครัฐและอสังหาริมทรัพย์ ส่งผลให้กำไรสุทธิหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าบริษัทจะสามารถบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้ดีขึ้น แต่อัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากรายได้ที่ลดลงได้ทั้งหมด ทิศทางในอนาคตยังคงมุ่งเน้นไปที่การเติบโตในกลุ่มลูกค้าภาครัฐ แต่ยังคงต้องจับตาปัจจัยเสี่ยงด้านความผันผวนของรายได้และความล่าช้าในการส่งมอบสินค้า รวมถึงการฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์.