SCG Q3/2566 กำไรทรงตัวท่ามกลางยอดขายหดตัว ปัจจัยหลักจากราคาเคมีภัณฑ์และตลาดภูมิภาค
รายได้และกำไร Q3/2566 ใกล้เคียงปีก่อน แม้ภาพรวมยอดขายลดลง ชี้ธุรกิจเคมิคอลส์ยังแกร่ง ขณะซีเมนต์เผชิญขาดทุน
บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCG รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีรายได้จากการขาย 125,649 ล้านบาท ลดลง 12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสำหรับงวดใกล้เคียงกับปีก่อนที่ 2,441 ล้านบาท แม้ภาพรวมยอดขายจะลดลงจากทุกกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะจากราคาสินค้าเคมีภัณฑ์ที่ปรับตัวลดลงและสถานการณ์ตลาดในภูมิภาค
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญของผลประกอบการ SCG ในไตรมาส 3 ปี 2566 คือ ความสามารถในการรักษาอัตรากำไรให้ใกล้เคียงปีก่อน แม้รายได้จากการขายจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 12% โดยมีกำไรสำหรับงวดอยู่ที่ 2,441 ล้านบาท ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยหลักที่เข้ามาช่วยประคองผลประกอบการมาจาก ธุรกิจเคมิคอลส์ที่ยังคงมีกำไรจากการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือและปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่ ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้างประสบภาวะขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ของโรงงานในภูมิภาค
2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การที่รายได้จากการขายลดลง 12% ในไตรมาส 3 ปี 2566 เป็นผลมาจากยอดขายที่ลดลงของทุกกลุ่มธุรกิจ สาเหตุหลักมาจาก ราคาสินค้าเคมีภัณฑ์ที่ปรับตัวลดลง และ สถานการณ์ตลาดในภูมิภาคที่ยังคงมีความท้าทาย นอกจากนี้ การไม่รวมยอดขายของ SCG Logistics เนื่องจากเปลี่ยนสถานะจากบริษัทย่อยเป็นบริษัทร่วมจากการรวมธุรกิจ SCGJWD Logistics ก็เป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลต่อยอดขายรวม
อย่างไรก็ตาม ธุรกิจเคมิคอลส์ สามารถชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้ด้วย กำไรจากการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือ (Inventory Valuation Gain) และ ปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น ซึ่งช่วยหนุนอัตรากำไรของกลุ่มธุรกิจนี้ ในทางตรงกันข้าม ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ได้รับผลกระทบจากการ ขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ (Impairment Loss) ของโรงงานซีเมนต์ในภูมิภาค ซึ่งเป็นรายการที่ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิของกลุ่มโดยรวม
3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม แม้ว่าธุรกิจเคมิคอลส์จะแสดงความสามารถในการทำกำไรได้ดีจากการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือและปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น แต่ปัจจัยดังกล่าวอาจเป็น ลักษณะครั้งคราว โดยเฉพาะการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือที่ขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดและต้นทุนวัตถุดิบในอนาคต ส่วนปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นต้องพิจารณาถึงแนวโน้มเศรษฐกิจในภูมิภาคและกำลังซื้อที่จะฟื้นตัว
ในขณะที่ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้างที่ประสบภาวะขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์นั้น เป็นรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว (One-time) แต่ก็สะท้อนถึงความท้าทายในตลาดภูมิภาคที่อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในระยะยาวได้เช่นกัน ดังนั้น การที่ผลประกอบการจะต่อเนื่องหรือไม่นั้น ต้องติดตามสถานการณ์ตลาดในภูมิภาค ราคาสินค้าเคมีภัณฑ์ และแผนการปรับโครงสร้างธุรกิจของกลุ่มซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้างอย่างใกล้ชิด
Highlight สำคัญ
- รายได้จากการขาย Q3/2566 อยู่ที่ 125,649 ล้านบาท ลดลง 12% YoY จากยอดขายที่ลดลงของทุกกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะราคาสินค้าเคมีภัณฑ์และสถานการณ์ตลาดในภูมิภาค
- กำไรสำหรับงวด Q3/2566 อยู่ที่ 2,441 ล้านบาท ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จะลดลง
- ธุรกิจเคมิคอลส์มีกำไรจากการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือและปริมาณขายเพิ่มขึ้น ช่วยประคองผลประกอบการ
- ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้างมีขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ของโรงงานในภูมิภาค
- ผลประกอบการ 9 เดือนแรกปี 2566 มีรายได้ 379,028 ล้านบาท ลดลง 15% YoY แต่มีกำไร 27,049 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27% YoY ส่วนใหญ่จากกำไรจากการปรับมูลค่าเงินลงทุนในช่วงครึ่งปีแรก
- สินทรัพย์รวม ณ สิ้น Q3/2566 อยู่ที่ 960,058 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 53,568 ล้านบาท จากสิ้นปี 2565
ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2566 SCG มีรายได้จากการขายรวม 125,649 ล้านบาท ลดลง 12% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากยอดขายที่ลดลงในทุกกลุ่มธุรกิจ โดยมีปัจจัยหลักมาจากราคาสินค้าเคมีภัณฑ์ที่ปรับตัวลดลง และสถานการณ์ตลาดในภูมิภาคที่ยังคงมีความท้าทาย ประกอบกับการไม่รวมยอดขายของ SCG Logistics เนื่องจากเปลี่ยนสถานะเป็นบริษัทร่วม ส่งผลให้กำไรสำหรับงวดอยู่ที่ 2,441 ล้านบาท ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
สำหรับผลการดำเนินงานในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 379,028 ล้านบาท ลดลง 15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากยอดขายที่ลดลงของทุกกลุ่มธุรกิจ สาเหตุหลักจากสถานการณ์ตลาดในภูมิภาค อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีกำไรสำหรับงวดเท่ากับ 27,049 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยส่วนใหญ่มาจากกำไรจากการปรับมูลค่าเงินลงทุนในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2566
โอกาส
- การปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือและปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นในธุรกิจเคมิคอลส์: เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยหนุนอัตรากำไรของกลุ่มธุรกิจนี้ แม้ภาพรวมตลาดจะเผชิญความท้าทาย
- การรวมธุรกิจ SCGJWD Logistics: แม้จะส่งผลกระทบต่อยอดขายรวมในไตรมาสนี้ แต่การรวมธุรกิจดังกล่าวอาจสร้างโอกาสในการเติบโตและ Synergy ในระยะยาว
- กำไรจากการปรับมูลค่าเงินลงทุนในช่วงครึ่งปีแรก: เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้กำไร 9 เดือนแรกเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
ความเสี่ยง
- ราคาสินค้าเคมีภัณฑ์ที่ผันผวนและปรับตัวลดลง: เป็นปัจจัยกดดันรายได้และอัตรากำไรของธุรกิจเคมิคอลส์
- สถานการณ์ตลาดในภูมิภาคที่ยังคงมีความท้าทาย: ส่งผลกระทบต่อยอดขายของทุกกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง
- การขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ของโรงงานซีเมนต์ในภูมิภาค: สะท้อนถึงความเสี่ยงในการดำเนินงานและผลตอบแทนจากการลงทุนในบางพื้นที่
- ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและภูมิภาค: อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความต้องการสินค้าและบริการของ SCG
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- แนวโน้มราคาสินค้าเคมีภัณฑ์ในไตรมาสถัดไป
- การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและกำลังซื้อในภูมิภาค
- ผลประกอบการและ Synergy ที่จะเกิดขึ้นจากการรวมธุรกิจ SCGJWD Logistics
- แผนการบริหารจัดการต้นทุนและสินทรัพย์ในกลุ่มธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง
- ความสามารถในการรักษาอัตรากำไรของธุรกิจเคมิคอลส์ในสภาวะตลาดที่ผันผวน
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
เอกสารที่ให้มาเป็นข้อมูลของ บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCG ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจ วัสดุก่อสร้างและเคมีภัณฑ์ เป็นหลัก ไม่ใช่กลุ่มธุรกิจบริการโดยตรง อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาจากข้อมูลที่ให้มา สามารถวิเคราะห์ในมุมของกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องได้ดังนี้:
- รายได้จากการขาย: ลดลง 12% YoY ใน Q3/2566 และ 15% YoY ใน 9 เดือนแรกปี 2566 ซึ่งสะท้อนถึงภาวะตลาดที่ชะลอตัว โดยเฉพาะในกลุ่มเคมีภัณฑ์และตลาดภูมิภาค
- กำไร: แม้รายได้ลดลง แต่กำไร Q3/2566 ใกล้เคียงปีก่อน และกำไร 9 เดือนแรกเพิ่มขึ้น 27% YoY โดยมีปัจจัยหนุนจากการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือและเงินลงทุน
- ธุรกิจเคมิคอลส์: ยังคงเป็นหัวจักรสำคัญในการสร้างกำไร แม้ราคาสินค้าจะลดลง แต่การปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือและปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นช่วยชดเชยได้
- ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง: เผชิญความท้าทายจากการด้อยค่าสินทรัพย์ ซึ่งบ่งชี้ถึงผลการดำเนินงานที่อ่อนแอในบางพื้นที่
- การไม่รวม SCG Logistics: ส่งผลกระทบต่อยอดขายรวม แต่การรวมธุรกิจกับ JWD อาจสร้างโอกาสในอนาคต
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 SCG มีสินทรัพย์รวมเท่ากับ 960,058 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2565 จำนวน 53,568 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับหนี้สิน กระแสเงินสด หรืออัตราส่วนทางการเงินอื่นๆ
สรุปท้าย
SCG ในไตรมาส 3 ปี 2566 เผชิญความท้าทายจากรายได้ที่ลดลง 12% YoY จากปัจจัยลบด้านราคาเคมีภัณฑ์และตลาดภูมิภาค แต่สามารถรักษาความสามารถในการทำกำไรให้ใกล้เคียงปีก่อนได้ จากการสนับสนุนของธุรกิจเคมิคอลส์ที่ยังมีกำไรจากการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือและปริมาณขายเพิ่มขึ้น แม้ธุรกิจซีเมนต์จะประสบขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ สำหรับ 9 เดือนแรกปี 2566 กำไรสุทธิเติบโต 27% YoY จากกำไรจากการปรับมูลค่าเงินลงทุน อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาเคมีภัณฑ์และสถานการณ์ตลาดในภูมิภาคยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวโน้มผลประกอบการในระยะต่อไป