TISCO (บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)) Q2/2569
- กำไรสุทธิเติบโต: ทำได้ 1,763.85 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.3% YoY และ 1.7% QoQ หนุนโดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิและรายได้ค่าธรรมเนียมที่ฟื้นตัว
- NIM ปรับตัวดีขึ้น: อยู่ที่ 4.98% เพิ่มขึ้นจาก 4.75% ใน Q2/2568 ตามต้นทุนเงินฝากที่ลดลงในภาวะดอกเบี้ยขาลง
- คุณภาพสินทรัพย์แข็งแกร่ง: NPL Ratio อยู่ที่ 2.12% ทรงตัวจากไตรมาสก่อนหน้า พร้อมคง Coverage Ratio สูงถึง 190.2%
- การตั้งสำรองรัดกุม: ค่าใช้จ่ายสำรอง (ECL) อยู่ที่ 0.9% ของสินเชื่อเฉลี่ย เพื่อรองรับความเสี่ยงจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และราคาพลังงาน
- ฐานเงินกองทุนแกร่ง: BIS Ratio ของกลุ่มอยู่ที่ 19.3% สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำของ ธปท. อย่างมีนัยสำคัญ
ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2/2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 1,763.85 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.3% YoY จากรายได้รวมที่ขยายตัว 6.0% โดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 5.9% จากต้นทุนเงินฝากที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่วนรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 6.3% จากการฟื้นตัวของธุรกิจนายหน้าประกันภัย ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจจัดการกองทุน เมื่อเทียบ QoQ กำไรเพิ่มขึ้น 1.7% แม้รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยจะชะลอตัวลง 9.4% จากการรับรู้ค่าธรรมเนียมพิเศษในไตรมาสก่อนหน้า แต่ได้รับชดเชยจากค่าใช้จ่ายสำรอง (ECL) ที่ลดลง
โอกาส
- การเติบโตของสินเชื่อเช่าซื้อ: ยอดขายรถยนต์ในประเทศเติบโต 14.1% (งวด 5 เดือนแรก) โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้า ช่วยหนุนสินเชื่อเช่าซื้อรถใหม่ให้ขยายตัว
- ธุรกิจจัดการกองทุน: สินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) เติบโต 4.8% QoQ มาอยู่ที่ 446,595.06 ล้านบาท โดยเฉพาะกองทุนรวมที่เติบโตเด่น 11.9%
- การบริหารจัดการต้นทุน: การปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำทุกระยะช่วยลดต้นทุนทางการเงิน (Cost of Fund) ลงเหลือ 1.58% ส่งผลบวกโดยตรงต่อส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (Loan Spread) ที่เพิ่มขึ้นเป็น 5.77%
ความเสี่ยง
- ภาวะเศรษฐกิจเปราะบาง: หนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูงและราคาพลังงานที่ผันผวนจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง กดดันความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้
- ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์: อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนภาคธุรกิจและกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายในตลาดทุน
- การแข่งขันในตลาดสินเชื่อ: โดยเฉพาะสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยที่มีการแข่งขันสูงและมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- คุณภาพสินทรัพย์: ติดตามการเคลื่อนไหวของ NPLs ในกลุ่มสินเชื่อเช่าซื้อและสินเชื่อจำนำทะเบียน (Auto Cash) ว่าจะได้รับผลกระทบจากภาวะเงินเฟ้อและราคาพลังงานเพิ่มขึ้นหรือไม่
- ทิศทางดอกเบี้ย: ผลกระทบจากการปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ ธปท. ต่อ NIM ในไตรมาสถัดไป
- การเติบโตของสินเชื่อธุรกิจ: การชำระคืนหนี้ของลูกหนี้กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างที่อาจกดดันยอดสินเชื่อรวม
- ความผันผวนของตลาดทุน: ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อรายได้ค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์และรายได้จากธุรกิจจัดการกองทุน
รายละเอียดเชิงลึก
- สินเชื่อ: สินเชื่อรวมอยู่ที่ 235,802.78 ล้านบาท (+0.3% QoQ) โดยสินเชื่อรายย่อย (สัดส่วน 69%) เติบโต 0.5% นำโดยสินเชื่อเช่าซื้อ (+1.3%) ขณะที่สินเชื่อธุรกิจลดลง 1.8% จากการชำระคืนหนี้
- เงินฝาก: เงินฝากรวม 214,801.29 ล้านบาท (+4.5% QoQ) โดยเน้นการบริหารต้นทุนผ่านการปรับลดดอกเบี้ยเงินฝากประจำ
- ธุรกิจหลักทรัพย์: รายได้ค่านายหน้า 134.74 ล้านบาท (+28.5% YoY) ตามปริมาณการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่เพิ่มขึ้น
- เงินกองทุน: BIS Ratio ของกลุ่มอยู่ที่ 19.3% (Tier 1 อยู่ที่ 17.0%) สะท้อนความแข็งแกร่งในการรองรับความเสี่ยง
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
สินทรัพย์รวมอยู่ที่ 290,027.11 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.5% จากไตรมาสก่อนหน้า ส่วนหนี้สินรวมอยู่ที่ 247,553.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.1% จากการเพิ่มขึ้นของเงินฝากและหุ้นกู้ ส่วนของเจ้าของลดลง 5.9% จากการจ่ายเงินปันผลประจำปี 2568 ในเดือนพฤษภาคม 2569 จำนวน 4,604 ล้านบาท
สรุปท้าย
TISCO ในไตรมาส 2/2569 ยังคงรักษาความสามารถในการทำกำไรได้อย่างโดดเด่นด้วย NIM ที่ขยายตัวและการควบคุมคุณภาพสินทรัพย์ที่รัดกุม แม้เผชิญความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ โดยบริษัทมีฐานเงินกองทุนที่แข็งแกร่งและนโยบายการตั้งสำรองที่เพียงพอรองรับความเสี่ยงในอนาคต ทำให้ภาพรวมยังคงมีความมั่นคงในการดำเนินธุรกิจและพร้อมรับมือกับความผันผวนของตลาดการเงินได้เป็นอย่างดี