จับตา ITC ปล่อยกู้ TU หวังเพิ่มผลตอบแทนจากเงินสดส่วนเกิน
ไฮไลท์สำคัญ
บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ITC เตรียมเสนอผู้ถือหุ้นอนุมัติการปล่อยกู้ให้แก่ ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป (TU) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ในวงเงินสูงสุด 6,000 ล้านบาท ระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี ด้วยอัตราดอกเบี้ย 2.50% ต่อปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบริหารจัดการเงินสดและเงินลงทุนส่วนเกินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งคาดว่าจะช่วยสร้างผลตอบแทนเพิ่มขึ้นให้แก่ ITC ประมาณ 87 ล้านบาทต่อปี
รายละเอียดการลงทุนและผลกระทบ
ฝ่ายวิจัย บล.เอเซียพลัส (ASPS) ระบุว่า ธุรกรรมนี้จะช่วยเพิ่มอัตราผลตอบแทนเฉลี่ยของ ITC เป็น 1.87% ต่อปี และสร้างกำไรเพิ่มขึ้นราว 2-3% ของประมาณการกำไรปี 2570 สำหรับฝั่ง TU จะได้รับประโยชน์จากแหล่งเงินทุนระยะยาวที่มีต้นทุนเหมาะสมกว่าต้นทุนทางการเงินเฉลี่ย ณ ไตรมาส 1/2569 ที่ 3.09% อย่างไรก็ตาม หากมีการกู้ยืมเต็มวงเงินจะส่งผลให้ Net D/E ของ TU ขยับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 1.28 เท่า (จากเดิม 1.17 เท่า) ซึ่งยังอยู่ในกรอบที่กำหนดไว้
ข้อสังเกตจากนักวิเคราะห์
ฝ่ายวิจัยมีมุมมองเป็นกลางต่อประเด็นนี้ โดยต้องติดตามการอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นในวันที่ 24 ส.ค. นี้ เนื่องจากเคยมีเหตุการณ์ลักษณะคล้ายกันในปี 2567 ที่สุดท้ายมีการยกเลิกการประชุมไป ทั้งนี้ แม้ราคาหุ้น ITC จะปรับตัวลง 4.7% หลังมีข่าวเนื่องจากความกังวลเรื่องแผนการลงทุนในอนาคต (M&A) แต่ฝ่ายวิจัยเชื่อว่าไม่กระทบต่อแผนการเติบโตของบริษัท เนื่องจาก ITC ยังคงมีสิทธิเรียกชำระคืนเงินกู้ก่อนกำหนดได้หากมีความจำเป็นต้องใช้เงินลงทุน
สรุปคำแนะนำการลงทุน
บล.เอเซียพลัส คงคำแนะนำ "ซื้อ" ทั้งสองบริษัท โดยให้ราคาเป้าหมาย ITC ที่ 18.90 บาท และ TU ที่ 13.20 บาท โดยมองว่าการย่อตัวของราคาหุ้น ITC ถือเป็นจังหวะเข้าลงทุนที่ดี เนื่องจากผลประกอบการของบริษัทยังคงมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง และธุรกรรมการปล่อยกู้ดังกล่าวถือเป็นการจัดสรรเงินลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าการถือเงินสดไว้เฉยๆ