CPF เผชิญแรงกดดันกำไร Q2/26 คาดลดลง 59% จับตาฟื้นตัวครึ่งปีหลัง
ไฮไลท์สำคัญ
บริษัทหลักทรัพย์ พาย (Pi) ออกบทวิเคราะห์หุ้น CPF โดยประเมินว่ากำไรสุทธิในไตรมาส 2/2569 มีแนวโน้มชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยคาดการณ์กำไรสุทธิอยู่ที่ 4,209 ล้านบาท ลดลง 59% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และลดลง 14% จากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) จากปัจจัยกดดันด้านราคาเนื้อสัตว์ที่ยังอยู่ในระดับต่ำและต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม โบรกเกอร์ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 25.2 บาท ด้วยวิธีประเมินมูลค่า 0.8 เท่าของ PBV ปี 2569
วิเคราะห์ผลประกอบการและปัจจัยกดดัน
สำหรับผลประกอบการไตรมาส 2/2569 คาดว่ารายได้จะอยู่ที่ 137,638 ล้านบาท ทรงตัวจากไตรมาส 1/2569 แต่ลดลง 7% YoY เนื่องจากราคาเนื้อสัตว์ทั้งสุกรและไก่ในหลายภูมิภาคปรับตัวลดลง ในขณะที่ กำไรขั้นต้นคาดว่าจะลดลงเหลือ 15% จาก 19.8% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ โดยเฉพาะข้าวโพดที่ปรับตัวสูงขึ้นถึง 20% QoQ และกากถั่วเหลืองที่เพิ่มขึ้น 4% QoQ นอกจากนี้ ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนยังได้รับผลกระทบจากธุรกิจสุกรในจีนที่ยังคงขาดทุน แม้จะเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของราคาในอนาคตบ้างแล้วก็ตาม
ข้อสังเกตและแนวโน้มการลงทุน
แม้ราคาเนื้อสัตว์ในประเทศจะเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวในช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยราคาสุกรปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 66 บาท/กก. แต่โบรกเกอร์มองว่านักลงทุนควรเน้นเพียง “เก็งกำไรระยะสั้น” เท่านั้น เนื่องจากกำไรสุทธิรวมครึ่งปีแรก (1H26) คิดเป็นเพียง 46% ของประมาณการกำไรทั้งปีที่ 19,634 ล้านบาท ซึ่งมีความเสี่ยงที่ผลประกอบการจริงอาจต่ำกว่าคาดการณ์เดิม ทั้งนี้ต้องติดตามปัจจัยบวกจากการอ่อนตัวของราคาน้ำมันและฤดูกาลเก็บเกี่ยวข้าวโพดในเดือนสิงหาคมที่จะช่วยลดแรงกดดันด้านต้นทุน รวมถึงมาตรการลดผลผลิตสุกรในจีนที่จะช่วยหนุนราคาให้เข้าสู่จุดคุ้มทุนในช่วงไตรมาส 4/2569
ส่วนสรุป
โดยสรุป CPF ยังคงเผชิญกับความท้าทายจากต้นทุนการผลิตที่สูงและราคาเนื้อสัตว์ที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ในไตรมาส 2/2569 ส่งผลให้กำไรสุทธิมีแนวโน้มปรับตัวลดลงอย่างมาก ทั้งนี้ราคาเป้าหมายที่ 25.2 บาท มี Upside ประมาณ 14% จากราคาปัจจุบันที่ 22.20 บาท นักลงทุนควรติดตามการประกาศงบการเงินในช่วงกลางเดือนสิงหาคมนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินทิศทางกำไรในช่วงครึ่งปีหลังอีกครั้ง