บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
KCE เจอแรงกดดันต้นทุน! BYD ปรับลดคำแนะนำเป็น "ลดน้ำหนักลงทุน"
P/E 49.07 YIELD 3.45 ราคา 34.75 (6.92%)
text-primary ไฮไลท์สำคัญ
KCE ยังคงเผชิญกับแรงกดดันด้านต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นใน 2Q26 และคาดว่าจะเริ่มปรับราคาขายใน 3Q26 เพื่อสะท้อนต้นทุนที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะทองแดงและ Fiber glass ที่อยู่ในภาวะอุปทานตึงตัว
text-primary 2Q ยังเผชิญแรงกดดันต้นทุน
BYD คาดการณ์ว่า KCE จะยังคงเผชิญกับความเสี่ยงด้านต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นในช่วง 2Q-3Q โดยใน 2Q อาจยังไม่สามารถปรับราคาขายได้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของต้นทุน อย่างไรก็ตาม บริษัทมีแผนทยอยปรับราคาขายเพิ่มประมาณ 15% ใน 3Q เพื่อสะท้อนแรงกดดันจากต้นทุน
KCE มีความได้เปรียบจากการมีบริษัทย่อย ไทยลามิเนต แมนูแฟคเจอเรอร์ (TLM) ซึ่งผลิต Prepreg และ CCL ภายในกลุ่ม ช่วยเสริมความสามารถในการควบคุมต้นทุน ลดความเสี่ยงจากความผันผวนของอุปทาน และเพิ่มความยืดหยุ่นด้านการจัดหาวัตถุดิบ
แม้ว่า TLM จะได้รับอานิสงส์จากภาวะ CCL ขาดแคลน แต่ข้อจำกัดสำคัญอยู่ที่การขาดแคลน Fiber glass ตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้ TLM ไม่สามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้ตามอุปสงค์ของลูกค้า
text-primary ข้อสังเกตุ
BYD ประเมินว่ากำไรสุทธิ 2Q26 จะทรงตัวทั้งในเชิง y-y และ q-q จากแรงกดดันต้นทุนวัตถุดิบที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) จะสามารถรักษาไว้ใกล้เคียง 18% เทียบกับ 1Q26 ผ่านการคุมต้นทุนการผลิตและการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
BYD มองว่าราคาสะท้อนการฟื้นตัวไปมากแล้ว แม้แนวโน้มผลประกอบการมีทิศทางฟื้นตัว แต่มูลค่าปัจจุบันมองว่ายังคงตึงตัว
text-primary คำแนะนำและราคาเป้าหมาย
BYD คงคำแนะนำ "ลดน้ำหนักลงทุน" โดยปรับราคาเป้าหมายขึ้นมาอยู่ที่ 27.00 บาท จาก 21.50 บาท อ้างอิงวิธีประเมินมูลค่า PER ที่ 25.0 เท่า สอดคล้องการเติบโตเฉลี่ยที่ CAGR ช่วง 2026 – 28 ที่ 25% ปัจจุบันราคาเทรด PER ที่ 34.1 เท่า +2SD ที่ค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลัง