https://aio.panphol.com/assets/images/community/18136_A03C1B.png

WHAUP กำไรปกติ Q1/26 ไม่เด่น แต่ 2Q26 คาดกลับมาเติบโต

P/E 19.90 YIELD 4.43 ราคา 5.70 (0.00%)

text-primary หยวนต้ายังคงแนะนำ "ซื้อ" แม้ปรับราคาเหมาะสมลงเล็กน้อย

ไฮไลท์สำคัญ

บมจ. ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ (WHAUP) คาดการณ์กำไรปกติใน 1Q26 จะลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) และปีก่อนหน้า (YoY) ถึงแม้ว่าปริมาณน้ำในประเทศจะสูงขึ้นและการรับรู้ค่าใช้น้ำส่วนเกินจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

คาดการณ์ผลประกอบการ 1Q26

บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดการณ์กำไรปกติ 1Q26 ของ WHAUP จะอยู่ที่ 186 ล้านบาท ลดลง 13% QoQ และ 19% YoY แม้ว่าปริมาณน้ำในประเทศจะสูงขึ้นตามความต้องการใช้น้ำดิบและน้ำอุตสาหกรรมของกลุ่มโรงไฟฟ้าและกลุ่มปิโตรเคมีที่ฟื้นตัว และการรับรู้ค่าใช้น้ำส่วนเกิน (Excessive Charge) ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเป็น 280 ล้านบาท (+876% QoQ, +767% YoY) จากกลุ่มลูกค้า Data Center แต่ถูกกดดันจากส่วนแบ่งขาดทุนจากโรงไฟฟ้า Gheco-one ที่คาดว่าจะสูงขึ้นตามการปิดซ่อมบำรุงตามแผนในช่วงต้นปี และการปิดซ่อมบำรุงนอกแผนหลังจากนั้น (ปิดซ่อมบำรุงทั้งสิ้นราว 88 วัน) และปริมาณน้ำในเวียดนามที่คาดว่าจะลดลงเป็น 8.6 ล้าน ลบ.ม. (-10% QoQ, -7% YoY) ตามความต้องการใช้น้ำของลูกค้ารายหลักที่ลดลง

ข้อสังเกตและการปรับประมาณการ

หยวนต้าได้ปรับประมาณการกำไรปี 2026-27 ลง 7% และ 4% เป็น 1,352 ล้านบาท (+15% YoY) และ 1,627 ล้านบาท (+20% YoY) เพื่อสะท้อนส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้า Gheco-one ที่ต่ำกว่าที่ประเมินก่อนหน้า ตามความเสี่ยงในการปิดซ่อมบำรุงที่อาจสูงขึ้น อย่างไรก็ตามคาดว่ากำไรปกติปี 2026 ยังคงเติบโตได้ YoY โดยมีปัจจัยหนุนจากการรับรู้ค่าใช้น้ำส่วนเกิน (Excessive Charge) จากลูกค้ากลุ่ม Data Center ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง ความต้องการใช้น้ำในประเทศที่เริ่มปรับตัวสูงขึ้นตามการเริ่ม COD ของกลุ่ม Data Center ในช่วงปลายปี 2026 และการทยอย COD โครงการ Solar Rooftop ราว 100MW

สรุปและคำแนะนำ

ถึงแม้ว่าผลประกอบการ 1Q26 อาจจะไม่โดดเด่น แต่คาดว่ากำไร 2Q26 จะพลิกกลับมาเติบโต QoQ และ YoY จากฐานต่ำ โดยมีแรงหนุนจากโรงไฟฟ้า Gheco-one ที่กลับมาเดินเครื่องตามปกติหลังการปิดซ่อม การรับรู้ค่าใช้น้ำส่วนเกินที่สูงขึ้นเทียบปีก่อน และปริมาณน้ำในประเทศที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง หยวนต้าได้ปรับราคาเหมาะสมลงเป็น 5.80 บาท/หุ้น (เดิม 6.10 บาท) แต่ยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" โดยมองว่าหุ้นมี Upside 22.9% อย่างไรก็ตามในระยะสั้นคาดว่าหุ้นมีโอกาส Underperform ตลาดจากผลประกอบการที่ไม่เด่นใน 1Q26 ดังนั้นเชิงกลยุทธ์แนะนำเข้าสะสมหลังการประกาศงบ 1Q26 (คาดรายงานงบวันที่ 13 พ.ค.)

โพสต์ล่าสุด