บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
SAPPE: ต้นทุนพลาสติกพุ่ง! FSSIA คงคำแนะนำ "ถือ" ราคาเป้าหมาย 33 บาท
P/E 12.49 YIELD 5.79 ราคา 30.25 (2.54%)
text-primary SAPPE ยังคงเติบโตได้ดีใน Q1/2569 แต่ต้นทุนที่สูงขึ้นอาจส่งผลกระทบใน Q2
FSSIA (FSS International Investment Advisory Securities Co Ltd) วิเคราะห์แนวโน้มผลประกอบการของ SAPPE โดยคาดการณ์ว่าผลกำไรสุทธิใน Q1/2569 จะฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง ที่ 238 ล้านบาท (+96.3% q-q, +6.5% y-y) เนื่องจากผลกระทบจากสงครามยังจำกัดอยู่ โดยเฉพาะในตะวันออกกลางที่อาจ อ่อนตัวลงบ้าง (-13.3% q-q, +6.3% y-y) จากปัญหาการขนส่งตั้งแต่เดือนมีนาคม ในขณะที่ภูมิภาคอื่นๆ ยังคงส่งออกได้ตามปกติ เอเชียคาดว่าจะฟื้นตัวได้ดี (+15.0% q-q, +8.0% y-y) จากปัจจัยสนับสนุนด้านเทศกาลรอมฎอน และสหรัฐฯ ควรเติบโต (+3.1% q-q, +71.6% y-y) จากการปรับขึ้นราคาเพื่อสะท้อนภาษี ยุโรปคาดว่าจะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง y-y (+77.7%) เนื่องจากฐานที่ต่ำ แต่มีแนวโน้มลดลง q-q (-10.7%) เนื่องจากปัจจัยด้านฤดูกาล รายได้ในประเทศคาดว่าจะอยู่ที่ +2.6% q-q แต่ -9.0% y-y เนื่องจากราคา coconuts ที่ลดลง
text-primary อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น แต่ต้นทุนพลาสติกที่สูงขึ้นเป็นความเสี่ยง
FSSIA คาดการณ์ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะปรับตัวดีขึ้น เป็น 46.0% จาก 43.5% ใน Q4/2568 เนื่องจากบริษัทฯ ยังคงได้รับประโยชน์จากสินค้าคงคลังต้นทุนต่ำ และการใช้กำลังการผลิตที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตามราคาพลาสติกโลกที่สูงขึ้นจากผลกระทบของสงคราม โดยเฉพาะ Polyethylene (เอเชียตะวันออกเฉียงใต้) ที่แตะ USD1,530/tonne ในเดือนเมษายน (+19.7% m-m, +55.3% y-y) ซึ่งสูงสุดในรอบ 12 ปี อาจส่งผลให้ราคา PET ปรับตัวสูงขึ้น 52.0% q-q และ 61.0% y-y ใน Q2/2569 และจะเริ่มส่งผลกระทบต่อต้นทุนของ SAPPE ตั้งแต่เดือนเมษายน ความกังวลหลักไม่ได้อยู่ที่ต้นทุนที่สูงขึ้นเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความเป็นไปได้ในการขาดแคลนอุปทานด้วย บริษัทฯ กำลังพิจารณาปรับขึ้นราคา แต่ยังไม่แน่ชัดว่าจะสามารถชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้นใน Q2/2569 ได้หรือไม่
text-primary ข้อสังเกตและประเด็นที่ต้องติดตาม
FSSIA คงประมาณการกำไรปี 2569 ไว้ที่ 842 ล้านบาท (+8.5% y-y) โดยรวมถึงผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้นประมาณหนึ่งไตรมาส อย่างไรก็ตามยังมีความเสี่ยงด้านขาลงหากต้นทุนเพิ่มขึ้นสูงกว่า หรือนานกว่าที่คาดไว้ การวิเคราะห์ความอ่อนไหว (Sensitivity analysis) แสดงให้เห็นว่าหากต้นทุนน้ำมันและ PET resin เพิ่มขึ้น 10% จะทำให้กำไรลดลง 5.8%
text-primary สรุปและคำแนะนำ
FSSIA คงคำแนะนำ "ถือ" (HOLD) สำหรับหุ้น SAPPE โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 33.00 บาท (Upside +7.3%) โดยประเมินจากผลการดำเนินงานที่คาดว่าจะฟื้นตัวใน Q1/2569 แต่ยังคงต้องติดตามสถานการณ์ต้นทุนพลาสติกที่สูงขึ้นอย่างใกล้ชิด