https://aio.panphol.com/assets/images/community/16929_CE1079.png

หุ้นบัตรกรุงไทยเติบโตไม่หยุด! ปี 2568 รายได้พุ่ง 3.6% สู่ระดับ 27,789 ล้านบาท

P/E 9.86 YIELD 5.95 ราคา 29.75 (0.00%)

หุ้นบัตรกรุงไทยเติบโตไม่หยุด! ปี 2568 รายได้พุ่ง 3.6% สู่ระดับ 27,789 ล้านบาท

ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 หรือค.ศ. 2025 บริษัทบัตรกรุงไทยจำกัด(มหาชน) หรือ KTC เติบโตอย่างมั่นคงภายใต้กลยุทธ์ “Responsible Lending” โดยรายได้รวมเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 27,789 ล้านบาท — เพิ่มขึ้นถึง 3.6% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าที่อยู่ที่ 24,913 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิขยายตัวขึ้นมาอยู่ที่ 7,782 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 4.6% จากปีก่อนหน้าที่อยู่ที่ 7,437 ล้านบาท ขณะเดียวกัน อัตรา NPL (Non-Performing Loan) ยังคงต่ำกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ อยู่ที่ระดับ 1.79% โดยมี Coverage Ratio เพิ่มขึ้นมาถึงระดับ 425% — สูงกว่าปีก่อนหน้ามากถึงเกือบสี่เท่า สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการคุณภาพพอร์ตสินเชื่อได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง

ในขณะที่ธุรกิจหลักยังคงเป็นบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคล โดยมีเปอร์เซ็นต์รายได้รวมถึง 66% จากบัตรเครดิต และ 34% จากสินเชื่อบุคคล — เริ่มมีการขยายตัวอย่างช้าๆ ในธุรกิจไม่ใช่หลัก เช่น การเป็นที่ปรึกษาประกันภัย (Insurance Brokerage) ซึ่งเริ่มเติบโตในปลายปีนี้

"การย้ายฐานการขยายตลาดจากกลุ่มลูกค้าเดิมมาสู่กลุ่ม SME และผู้บริโภคระดับกลาง โดยใช้เครือข่ายธนาคารกรุงไทยเป็นตัวกลาง และการพัฒนาผลิตภัณฑ์สินเชื่อแบบเร่งด่วน (Instant Loan) พร้อมระบบอนุมัติแบบเรียลไทม์ภายใน 1 ชั่วโมง เป็นกลยุทธ์สำคัญที่สะท้อนความเปลี่ยนแปลงโครงสร้างธุรกิจไปสู่การตอบโจทย์ความต้องการทางการเงินที่หลากหลายและรวดเร็วมากขึ้น"

กลยุทธ์นี้ถูกผลักดันโดยเครือข่ายสาขาของธนาคารกรุงไทยทั้งหมด 928 แห่ง ซึ่งเป็นตัวกลางสำคัญในการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มข้าราชการและ SME โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การพัฒนาผลิตภัณฑ์สินเชื่อแบบเร่งด่วน (Instant Loan) ที่อนุมัติได้ภายในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง — เหนือกว่าคู่แข่งที่ใช้เวลานานถึง 2–3 ชั่วโมง

แม้เศรษฐกิจโลกและภายในประเทศจะชะลอตัวลง ส่งผลให้ผู้บริโภคชะลอการใช้จ่าย แต่ KTC เติบโตได้อย่างแข็งแกร่งในหมวด Lifestyle และสุขภาพ เช่น Rewards Program และประกันสุขภาพ โดยเรียกได้ว่า “เติบโตไม่หยุด” แม้ในภาวะที่ยากลำบาก

"นโยบายการจ่ายเงินปันผลอย่างมั่นคงในระดับ 55.1% เป็นสัญญาณชัดเจนถึงความมั่นคงทางธุรกิจ และความเชื่อมั่นของผู้ถือหุ้น"

อย่างไรก็ตาม ยังมีปัญหาบางประการที่กำลังได้รับการปรับปรุง เช่น ความไม่พอใจของลูกค้าบางส่วนในเรื่อง “ความสมบูรณ์ของผลิตภัณฑ์” โดยเฉพาะสินเชื่อพิเศษอย่าง KTC Plow/Pivot ที่ยังขาดความน่าสนใจพอสมควร

นอกจากนี้ การพัฒนาดิจิทัลยังต้องปรับปรุงให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่มีประสบการณ์ใช้งานออนไลน์

"แม้จะเติบโตได้ดีในภาวะเศรษฐกิจผันผวน แต่ KTC ก็ยังคงรักษาระดับคุณภาพพอร์ตสินเชื่อไว้อย่างแข็งแกร่ง โดยอัตรา NPL อยู่ที่ 1.79% และ Coverage Ratio เพิ่มขึ้นถึง 425%"

ในปีต่อไป KTC มุ่งเน้นการขยายตลาดไปยัง SME และกลุ่มผู้บริโภคระดับกลาง โดยมีเป้าหมายให้ Credit Card Spending เพิ่มขึ้น 5% และ Personal Loan เพิ่มขึ้นอีก 1–2%

พร้อมทั้งยังประกาศว่าจะรักษาระดับ Net Profit สูงกว่าปี 2568 โดยยังคงรักษาระดับ NPL ต่ำกว่า 2% — เป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงความมั่นคงในระยะยาวของธุรกิจ

เจาะประเด็นร้อน (Q&A)

  • Q: อัตรา NPL อยู่ที่ 1.79% แปลว่าอะไร?
    A: เป็นตัวชี้วัดคุณภาพพอร์ตสินเชื่อที่ดีมากกว่าเป้าหมาย 2% และแสดงถึงความสามารถในการบริหารจัดการหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • Q: Coverage Ratio เพิ่มขึ้นมาถึง 425% มีความหมายอย่างไร?
    A: หมายถึงความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้าสูงมากกว่าหนี้สินที่ธนาคารถือครอง สะท้อนความมั่นคงทางการเงินและลดความเสี่ยงจากการล้มละลาย
  • Q: เหตุใด KTC จึงเติบโตได้ดีในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว?
    A: เพราะเน้นผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับไลฟ์สไตล์และสุขภาพ เช่น Rewards และประกันสุขภาพ ซึ่งเป็นสินค้าจำเป็นและใช้ได้จริง
  • Q: การแข่งขันจาก By Now Pay Later ส่งผลต่อ KTC เรื่องใด?
    A: ส่งผลให้ KTC เน้นย้ำกลยุทธ์ Responsible Lending และคุณภาพพอร์ตมากกว่า เพื่อสร้างความแตกต่างและรักษาความเชื่อมั่นของลูกค้า
  • Q: การจ่ายปันผล 55.1% เป็นสัญญาณบ่งชี้อะไร?
    A: เป็นสัญญาณถึงความมั่นคงทางธุรกิจและนโยบายการเติบโตที่เน้นผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง

โพสต์ล่าสุด