https://aio.panphol.com/assets/images/community/16918_8DDDFE.png

ยอดขายโต 12% โหนดออนไลน์พุ่งขึ้นถึง 27% MC เติบโตได้แม้ตลาดชะลอตัว

P/E 11.63 YIELD 8.81 ราคา 10.90 (0.00%)

ยอดขายโต 12% โหนดออนไลน์พุ่งขึ้นถึง 27% MC เติบโตได้แม้ตลาดชะลอตัว

ในช่วงไตรมาสที่สองของปี พ.ศ. 2569 บริษัทแม็คกรุ๊ปจำกัด(มหาชน) หรือ MC ยังคงโชว์ผลงานที่น่าประทับใจ โดยมียอดขายรวมเติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่งถึง **12%** เมื่อเทียบกับครึ่งปีแรกของปีก่อนหน้า แม้จะเผชิญภาวะตลาดค้าปลีกทั่วประเทศชะลอตัว โดยเฉพาะในช่วงไฮเซซอนที่ควรจะเป็นจุดสูงสุดของการขายอย่างไรก็ตาม MC ยังคงรักษาอัตรากำไรสุทธิไว้ได้อย่างมั่นคง และแสดงภาพรวมการเติบโตที่ยั่งยืนผ่านกลยุทธ์หลายมิติ
"แม้ตลาดจะชะลอตัว แต่เราเติบโตได้ดีกว่าคู่แข่งเพราะมีฐานลูกค้าเดิมที่มั่นคง และกลยุทธ์การรักษาความภักดีของลูกค้า"
หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญที่สะท้อนชัดเจนในไตรมาสนี้คือ **การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างยอดขายจากออฟไลน์สู่ออนไลน์อย่างชัดเจน** โดยสัดส่วนยอดขายจากช่องทางออนไลน์เพิ่มขึ้นถึง **27%** จากเดิมที่อยู่ที่ 15% ในครึ่งปีแรกของปีก่อนหน้า ส่งผลให้การเติบโตของรายได้ออนไลน์โดดเด่นกว่าออฟไลน์ และยังคงรักษาอัตรากำไรสุทธิไว้อย่างมีเสถียรภาพ
"เราเห็นเทรนด์ชัดเจนแล้ว — Gen Z เปลี่ยนพฤติกรรมไปใช้ช่องทางออนไลน์มากขึ้น และเรามีแผนรองรับอย่างเต็มที่"
ในภาพรวมผลประกอบการไตรมาสสอง รายได้รวมของบริษัทเพิ่มขึ้นมาถึง **1,492 ล้านบาท** จากครึ่งปีแรกของปีก่อนหน้า โดยกำไรจากการดำเนินงาน (EBIT) เพิ่มขึ้นมาถึง **380 ล้านบาท** และกำไรสุทธิ (Net Profit) อยู่ที่ **297 ล้านบาท** แม้จะมีค่าใช้จ่ายรวม (S&A) เพิ่มขึ้นถึง **12%** จากปีก่อนหน้า แต่อัตรากำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษี (EBIT) ยังคงเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง กลยุทธ์ภายในที่ได้ผลลัพธ์ดีเยี่ยมคือ การปรับโครงสร้างสาขาให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น โดยใช้ AI เพื่อวิเคราะห์ Heat Map และพฤติกรรมลูกค้า ทำให้ยอดขายต่อสแควร์เมตรเพิ่มขึ้นถึง **20% YoY** จากการทดลองใน 29 สาขา และยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อขยายไปยังสาขาอีก 41 แห่งภายในปลายไตรมาสสอง
"AI ช่วยให้เราเห็นภาพลูกค้าได้ละเอียดขึ้น และเปลี่ยนพฤติกรรมการวางตำแหน่งสินค้าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น"
นอกจากนี้ การใช้ CRM เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยยอดขายจากสมาชิกแม็คคลับเพิ่มขึ้นถึง **60%** จากปีก่อนหน้า ส่งผลให้ยอดขายจากกลุ่มลูกค้าประจำ (Loyalty Customers) เพิ่มขึ้นถึง **60%** ในขณะที่ในปีก่อนหน้าเพิ่มเพียง 40% อย่างไรก็ตาม MC ก็เผชิญอุปสรรคบางประการ เช่น การลดลงของยอดขายออฟไลน์ในบางสาขาเนื่องจากโปรโมชั่นสูงเกินไป และพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลง รวมถึงความต้องการปรับปรุงระบบโลจิสติกส์ในสาขาใหม่เพื่อรองรับการขยายตัว
"เราเข้าใจว่าลูกค้าต้องการประสบการณ์ที่ดีกว่า และเราไม่ใช่แค่ลดราคา เราพยายามสร้างคุณค่าให้กับแต่ละคน"
ในแง่ภายนอก แม้จะมีผลกระทบจากนโยบายรัฐ เช่น การปิดสาขาในด่านกัมพูชาที่ส่งผลให้ยอดขายลดลงประมาณ **14 ล้านบาท** และมีแรงกดดันจากคู่แข่งที่เข้ามาใหม่จากจีน แต่บริษัทยังคงรักษาภาพรวมได้ดี เพราะมีความแตกต่างเรื่อง **Price Point**, **Quality Perception** และ **Brand Loyalty** ที่ชัดเจน สุดท้ายนี้ จากการวิเคราะห์แนวโน้ม การคาดการณ์ยอดขายในไตรมาสสามถึงสี่จะเติบโตต่อเนื่องตามเป้าหมายประมาณ **9% YoY** โดยเฉพาะจากกลยุทธ์ใหม่ของ MCJ และการปรับโปรโมชั่นให้ตรงประเด็นมากขึ้น
"เราไม่ได้หวังจะเติบโตเร็วที่สุดเท่านั้น เราหวังจะเติบโตอย่างมีคุณภาพ และยั่งยืน"

เจาะประเด็นร้อน (Q&A)

  • Q: อัตรากำไรสุทธิลดลงเมื่อเทียบกับครึ่งปีแรกของปีก่อนหน้า เหตุใด?
    A: อัตรากำไรสุทธิลดลงเนื่องจากมีโปรโมชั่นสูงในช่วงปลายไตรมาสสอง และค่าใช้จ่ายรวม (S&A) เพิ่มขึ้นถึง 12% จากปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษี (EBIT) ยังคงเติบโตดีเยี่ยม
  • Q: สินค้าใหม่ของแบรนด์ MCJ มีผลต่ออัตรากำไรหรือไม่?
    A: MCJ เป็นแบรนด์ใหม่ที่เน้นกลุ่ม Gen Y และ Gen Z โดยมี Margin สูงกว่า Mac เดิม เนื่องจากเป็นสินค้าระดับพรีเมียม มีคุณภาพสูงและราคาที่สมดุล (Affordable Premium)
  • Q: การใช้ AI ในสาขาช่วยเพิ่มยอดขายได้มากน้อยแค่ไหน?
    A: จากการวัดผลใน 29 สาขาที่ทดลองใช้ AI พบว่ายอดขายต่อสแควร์เมตรเพิ่มขึ้นถึง Double Digit และยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อขยายไปยังสาขาอีก 41 แห่งภายในปลายไตรมาสสอง
  • Q: สัดส่วนยอดขายออนไลน์ในปีนี้จะถึงเป้าหมาย 35% หรือไม่?
    A: จากการวิเคราะห์แนวโน้ม คาดว่าสัดส่วนยอดขายออนไลน์จะอยู่ที่ประมาณ 27–29% ในปีนี้ และอาจเข้าใกล้เป้าหมาย 35% ในช่วงปลายปี เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภค Gen Z มีแนวโน้มใช้ช่องทางออนไลน์มากขึ้น
  • Q: มีแผน M&A หรือ M&P ในช่วงครึ่งปีหลังไหม?
    A: มีเป้าหมายในการลงทุนในธุรกิจเสริม เช่น เครื่องแต่งกายแนว Sport Casual และการขยายสาขาในภูมิภาคใหม่ โดยยังไม่มีแผน M&A ในระยะสั้น
  • Q: ผลกระทบจากการปิดสาขาในด่านกัมพูชาคืออะไร?
    A: ส่งผลให้ยอดขายลดลงประมาณ 14 ล้านบาท และมีผลกระทบต่อภาพรวมรายได้เล็กน้อย แต่ไม่กระทบต่ออัตรากำไรโดยรวม
  • Q: การใช้ CRM มีผลต่อการเติบโตของยอดขายอย่างไร?
    A: จากปีก่อนหน้าที่ CRM ส่งผลให้ยอดขายเพิ่มขึ้น 40% ในปีนี้สูงถึง 60% โดยเฉพาะจากกลุ่มลูกค้าประจำ (Loyalty Customers)
  • Q: มีแผนปรับปรุงยอดขายออฟไลน์หรือไม่?
    A: มีแผนลดโปรโมชั่นในบางช่องทาง และเน้นการใช้ CRM เพื่อกระตุ้นยอดขายกลับมาอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในสาขาที่มีค่าใช้จ่ายสูงเกินไป

โพสต์ล่าสุด