https://aio.panphol.com/assets/images/community/16873_F0FDB2.png

SMD100 ปี 2568 ฟื้นตัวแรง! รายได้แตะ 910 ล้าน กำไรสุทธิ 6.6 ล้าน พร้อมพลิกโมเดลธุรกิจสู่ “เช่าใช้รายปี”

P/E 36.59 YIELD 3.34 ราคา 1.87 (0.00%)

SMD100 ปี 2568 ฟื้นตัวแรง! รายได้แตะ 910 ล้าน กำไรสุทธิ 6.6 ล้าน พร้อมพลิกโมเดลธุรกิจสู่ “เช่าใช้รายปี”

บริษัท เอสเอ็มดีไรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SMD100 โชว์ฟอร์มร้อนแรงในไตรมาส 4 ของปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โดยมีรายได้รวมเพิ่มขึ้นจาก 870 ล้านบาทในปีก่อนหน้า เป็น 910 ล้านบาท หรือเติบโต 4.6% ในปีเดียว พร้อมพลิกสถานะจากรายได้ขาดทุนมาสู่การสร้างกำไรสุทธิ 6.6 ล้านบาท และกำไรจากการดำเนินงาน (EBIT) อยู่ที่ 83 ล้านบาท ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญหลังจากที่ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2568 บริษัทเผชิญภาวะขาดทุนสะสม 16.7 ล้านบาทในไตรมาสแรก และ -13 ล้านบาทในไตรมาสสอง

“เราไม่ได้แค่ขายเครื่องมือแพทย์อีกต่อไป แต่เรากำลังสร้างรายได้แบบต่อเนื่องด้วยโมเดล ‘เช่าใช้รายปี’ หรือ As-a-Service ที่เปลี่ยนวิถีธุรกิจของเราอย่างสิ้นเชิง”

การเติบโตของ SMD100 มาจากความสำเร็จในการปรับโครงสร้างรายได้ โดยเฉพาะการขยายธุรกิจ Sleep Lab ร่วมกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และโรงพยาบาลเอกชน ทำให้รายได้จากการบริการเพิ่มขึ้นจาก 70 ล้านบาทในปี 2567 เป็น 75 ล้านบาทในปี 2568 หรือเติบโต 7.1% ในขณะที่รายได้จากการขายเครื่องมือแพทย์ยังคงรักษาไว้ที่ระดับ 835 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 92% ของรายได้รวมทั้งหมด สะท้อนว่าธุรกิจ Core ยังคงเป็นเสาหลักสำคัญ

“การลงทุนครึ่งปีแรกอาจทำให้ขาดทุนชั่วคราว แต่ผลตอบแทนในระยะยาวจะเห็นชัดเมื่อรายได้คงที่จากโมเดลเช่าใช้เริ่มเข้ามา”

จุดเปลี่ยนสำคัญของกลยุทธ์คือการย้ายจากโมเดล “ขายครั้งเดียว” มาสู่ “บริการต่อเนื่อง” โดยเฉพาะเครื่องมือแพทย์มูลค่าสูง เช่น เครื่องจ่ายยาอัตโนมัติ เครื่องฉายรักษาแสงรักษามะเร็ง และหุ่นยนต์ผ่าตัดจากญี่ปุ่น ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างขออนุมัติจากภาครัฐ โดยคาดว่าจะได้รับการอนุมัติภายในอีก 6 เดือน พร้อมทั้งมีแผนลงทุนเพิ่มเติมในธุรกิจ Sleep Lab และเครื่องมือรักษาภาวะนอนไม่หลับ เช่น เครื่องช่วยหายใจแบบ CPAP แม้ยังไม่มีการประกาศงบลงทุนชัดเจนจากบอร์ดบริษัท

“เราไม่ได้แข่งขันด้วย ‘ผลิตภัณฑ์’ เพียงอย่างเดียว แต่แข่งขันด้วย ‘โมเดลธุรกิจ’ และ ‘ความสามารถในการสร้างรายได้ต่อเนื่อง’”

ในส่วนของนโยบายรัฐบาล แม้จะมีการประกาศสนับสนุน “Medical Hub” และ “Wellness Economy” เป็นนโยบายหลัก แต่ยังขาดมาตรการทางการเงินชัดเจน ทำให้ SMD100 ต้องพึ่งพาการลงทุนเองอย่างเต็มรูปแบบ ขณะเดียวกันแนวโน้มอุตสาหกรรมก็เอื้อต่อโมเดลลิซซิ่ง (Leasing) โดยเฉพาะเครื่องมือแพทย์มูลค่าเกิน 5 ล้านบาท ที่โรงพยาบาลเอกชนเริ่มเลือกใช้แบบ Operating Lease เพื่อลดภาระเงินลงทุนระยะยาว

เจาะประเด็นร้อน (Q&A)

  • เป้าหมายยอดขายปี 2568 คือเท่าใด? — ยังไม่ได้ผ่านการอนุมัติจากบอร์ดบริษัท และอยู่ระหว่างทบทวนหลายรอบ โดยคาดว่าจะประกาศเป้าหมายชัดเจนภายในไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2569
  • มีแผนลงทุนเพิ่มเติมในปี 2568 หรือไม่? — มีแผนลงทุนเพิ่มเติมในด้าน Sleep Lab และเครื่องมือรักษาภาวะนอนไม่หลับ เช่น CPAP แต่ยังไม่มีการประกาศงบลงทุนชัดเจนจากบอร์ด
  • จ่ายเงินปันผลหรือไม่? — มีการประกาศจ่ายเงินปันผลในอัตรา 50% จากกำไรสุทธิของบริษัทแม่ (SMD100) โดยมีจำนวนเงินรวมเท่ากับ 129.8 ล้านบาท
  • เป้าหมายระยะยาวคืออะไร? — พัฒนาโมเดลธุรกิจครบวงจรในด้าน Wellness Economy ภายใน 5 ปี โดยรวมถึงการรักษาภาวะนอนไม่หลับ การดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ และการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์
  • ต้องจับตาอะไรบ้าง? — การเปลี่ยนแปลงนโยบายภาครัฐ การรักษาผลตอบแทนจาก Sleep Lab ท่ามกลางต้นทุนการบริหารที่เพิ่มขึ้น และการแข่งขันจากคู่แข่งที่เน้น “product innovation” เป็นหลัก

ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นว่า SMD100 ไม่ได้แค่เติบโตในตัวเลข แต่กำลังพลิกโฉมธุรกิจจากผู้ผลิตเครื่องมือแพทย์ มาเป็นผู้นำด้านโมเดลบริการสุขภาพองค์รวมที่ยั่งยืน โดยใช้ “ตัวเลข” เป็นหลักฐาน และ “นวัตกรรมทางธุรกิจ” เป็นอาวุธหลักในการแข่งขันในยุคใหม่

โพสต์ล่าสุด