บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
SENA ปี 2568 เติบโตแรง! รายได้รวม 1,600 ล้าน กำไรสุทธิ 520 ล้าน พร้อมเปิดประตู “เช่าเพื่อเป็นเจ้าของ” รับมือตลาดผันผวน
P/E 8.33 YIELD 7.40 ราคา 1.87 (0.00%)
SENA ปี 2568 เติบโตแรง! รายได้รวม 1,600 ล้าน กำไรสุทธิ 520 ล้าน พร้อมเปิดประตู “เช่าเพื่อเป็นเจ้าของ” รับมือตลาดผันผวน
บริษัทเสนาดีเวลลอปเม้นท์จำกัด (มหาชน) หรือ SENA โชว์ฟอร์มร้อนแรงในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โดยมีรายได้รวมแตะระดับ 1,600 ล้านบาท กำไรจากการดำเนินงาน (EBIT) สูงถึง 500 ล้านบาท และกำไรสุทธิอยู่ที่ 520 ล้านบาท แม้จะเผชิญแรงกดดันจากภาวะเงินเฟ้อและภาระหนี้ครัวเรือนที่ยังสูง แต่กลยุทธ์ “เป็นผู้นำให้คนเป็นเจ้าของบ้านได้ง่ายและแน่ใจ” กลับกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ (Inflection Point) ที่ช่วยผลักดันธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคง
“SENA ไม่ได้แข่งขันด้วยราคา แต่แข่งด้วยโอกาส — โอกาสในการเป็นเจ้าของบ้านแม้ยังไม่พร้อมจ่ายเต็ม”
หัวใจสำคัญของความสำเร็จคือการขยายฐานลูกค้าผ่านโครงการคอนโดมิเนียมราคาประหยัด (Affordable Condo) ที่ตั้งอยู่ใกล้แหล่งงานและสาธารณูปโภค โดยเฉพาะในทำเลศักยภาพอย่างสุขุมวิท รามอินทรา และเอกมัย ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการลงทุนและเพิ่มความสะดวกในการใช้ชีวิต ผลลัพธ์คือยอดขายรอโอน (Backlog) อยู่ที่ 810 ล้านบาท และรายได้จากการจองล่วงหน้า (Presale Revenue) พุ่งสูงถึง 13,000 ล้านบาท สะท้อนความเชื่อมั่นของตลาดต่อแบรนด์และโมเดลธุรกิจใหม่
“รายได้จากโอน (Transfer Revenue) อยู่ที่ 4,300 ล้านบาท — นี่คือเครื่องยืนยันว่าสินค้าของเราถูกวางใจในระดับจริง”
SENA ยังคงรักษาความแข็งแกร่งของพอร์ตการลงทุนด้วย “Land Bank” หรือสินค้าคงเหลือขายรวมที่มีมูลค่าสูงถึง 36,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นฐานรองรับรายได้ในอนาคตอย่างมั่นคง โดยเฉพาะในช่วงที่ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์เผชิญภาวะชะลอตัว ด้วยยอดโอนลดลง 11% จากการปล่อยสินเชื่อครัวเรือนที่หดตัวถึง 9.1% ในปี 2568 แต่กลับมีแนวโน้มฟื้นตัวในไตรมาสที่ 4 เมื่อมูลค่าสินเชื่อเพิ่มขึ้น 1.3%
“เราไม่ได้หวังพึ่งพาตลาดที่ดีขึ้น แต่สร้างตลาดใหม่ด้วยกลไกที่เปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส”
กลยุทธ์สำคัญที่ช่วยพลิกเกมคือการเปิดตัว “โปรแกรมลิฟต์เน็กซ์ (List Next)” และ “พรีลิฟต์เน็กซ์ (Pre-Lift Next)” ซึ่งช่วยให้ลูกค้าที่เคยถูกปฏิเสธจากสินเชื่อหรือยังไม่มั่นใจในการซื้อ สามารถกลับมาเป็นเจ้าของบ้านได้ในระยะยาว นอกจากนี้ บริษัทยังเดินหน้าพัฒนาโมเดล “เช่าเพื่อเป็นเจ้าของ” (Rent-to-Own) และขยายธุรกิจบริหารจัดการ (Service Apartment) โดยมีแผนเปิดตัวในโซน CBD สุขุมวิท 101 และเอกมัย เพื่อดึงดูดลูกค้าต่างชาติและผู้ประกอบการรายย่อย
“โครงการโกดังร่วมกับฮันคิวได้รับความสนใจจากบริษัทใหญ่ 30–40 ราย รวมถึง Night Flank และ CBRE — นี่คือการกระจายรายได้ที่ไม่ใช่แค่จากอสังหาฯ แต่จากโครงสร้างพื้นฐานที่สร้างมูลค่า”
เจาะประเด็นร้อน (Q&A)
- SENA มีแผนเปิดตัวโครงการใหม่กี่เซ็มในปี 2569? — เปิดโครงการใหม่ทั้งหมด 8 เซ็ม โดยมูลค่าขายรวมประมาณ 17,000 ล้านบาท
- เป้าหมายยอดโอนในปี 2569 คือเท่าใด? — มีเป้าหมายยอดโอนรวม 1,300 ยูนิต คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1,900 ล้านบาท
- SENA จะพัฒนาโครงการโกดังในทำเลใดบ้าง? — ร่วมกับฮันคิว โดยมีบริษัทใหญ่เช่น Night Flank, CBRE และอีกหลายรายสนใจเช่าพื้นที่
- SENA มีแผนเพิ่มทุนผ่านหุ้นบุรีมสิทธิ์หรือไม่? — ยังไม่ดำเนินการในปีนี้ แต่เสนอให้คณะกรรมการพิจารณาเป็นออปชันในอนาคต
- SENA จะขยายบริการ Service Apartment ที่ไหนบ้างในปี 2569? — มีแผนเปิดตัวในโซน CBD สุขุมวิท 101 และ เอกมัย
- SENA เลือกพัฒนาคอนโดขนาดเล็กใกล้แหล่งงานเพราะเหตุใด? — เพื่อลดความเสี่ยงในการลงทุน และตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่ต้องการที่อยู่อาศัยใกล้แหล่งทำงานและโรงเรียน
- ปี 2569 จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญหรือไม่? — ใช่ โดยเน้นความยืดหยุ่นของธุรกิจผ่านกลยุทธ์เช่น Rent-to-Own และการพัฒนาโครงการไซส์เล็กเพื่อสร้างความมั่นคงระยะยาว
SENA ไม่ได้แค่แข่งขันด้วยราคาหรือทำเล แต่แข่งด้วย “โอกาส” และ “ความยืดหยุ่น” ที่เปลี่ยนวิกฤตให้เป็นจุดเริ่มต้นใหม่ โดยมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง (รายได้ 1,600 ล้าน, กำไรสุทธิ 520 ล้าน), พื้นที่ขายรอโอน 36,000 ล้าน และกลยุทธ์ที่หลากหลาย ทั้ง Presale 13,000 ล้าน, Transfer Revenue 4,300 ล้าน และการกระจายรายได้จากธุรกิจบริหารจัดการและโกดัง — ทุกตัวเลขคือเครื่องหมายของความมั่นคงในยุคที่ตลาดยังผันผวน