บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
LEO เติบโตฉุดไม่อยู่! รายได้พุ่ง 1,322 ล้าน กำไรขั้นต้นแตะ 31.5% แม้ต้องแบกภาระ Cross-Border E-commerce ร่วง 82%
P/E 67.45 YIELD 3.19 ราคา 1.88 (0.00%)
LEO เติบโตฉุดไม่อยู่! รายได้พุ่ง 1,322 ล้าน กำไรขั้นต้นแตะ 31.5% แม้ต้องแบกภาระ Cross-Border E-commerce ร่วง 82%
บริษัท ลีโอโกลบอลโลจิสติกส์จำกัด (มหาชน) หรือ LEO โชว์ฟอร์มร้อนแรงในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โดยมีรายได้รวมแตะระดับ 1,322 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าที่ 1,250 ล้านบาท หรือเติบโต 5.8% แม้กำไรสุทธิจะปรับตัวลดลงเหลือ 58.7 ล้านบาท จาก 64.2 ล้านบาทในปีก่อน แต่สัดส่วนอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) พุ่งขึ้นมาอยู่ที่ 31.5% จาก 30.1% ในปีก่อน สะท้อนความมั่นคงของธุรกิจหลักและประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน
“แม้จะมีธุรกิจใหม่บางส่วนขาดทุน แต่ Core Business ยังคงรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไว้ที่ 38.7% ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่าธุรกิจหลักยังแข็งแกร่งและมีศักยภาพในการสร้างกระแสเงินสด”
การเติบโตของรายได้มาจากการขยายฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยจำนวนลูกค้าที่ใช้งาน (Active Clients) เพิ่มขึ้นจาก 1,320 ราย เป็น 1,359 รายในปี 2568 หรือเพิ่มขึ้น 2.9% ขณะเดียวกัน ธุรกิจหลักอย่าง Sea Freight และ Air Freight ยังคงรักษาระดับกำไรขั้นต้นไว้ได้สูงถึง 38.7% แม้ในภาวะเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน
“Container Depot เติบโต 82% ในปี 2568 ถือเป็นหนึ่งในสัญญาณบวกที่ชัดเจนที่สุดว่าธุรกิจใหม่เริ่มเข้าสู่เส้นทางของ exponential growth”
แม้ธุรกิจ Cross-Border E-commerce จะต้องเผชิญกับแรงกดดันจากนโยบายภาษีของสหรัฐฯ ภายใต้ Trump Administration จนทำให้ยอดขายหายไปอย่างสมบูรณ์ในปี 2568 แต่กลับเป็นจุดเริ่มต้นของการปรับโครงสร้างธุรกิจตามกลยุทธ์ “3x6 Growth Matrix” โดยเฉพาะการผลักดัน Rail Freight และ Self Storage ที่เริ่มเห็นผลชัดในไตรมาสที่ 4 ของปี
“การเติบโตของธุรกิจใหม่ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่คือการสร้างระบบนิเวศโลจิสติกส์ยั่งยืนที่สามารถปรับตัวได้ในโลกที่เปลี่ยนแปลงเร็ว”
ปัจจัยภายนอกที่ส่งผลบวกคือ การเติบโตของส่งออกไทยในปี 2568 ที่เพิ่มขึ้นถึง 24.4% ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดในประวัติศาสตร์ ทำให้ธุรกิจโลจิสติกส์ได้รับประโยชน์โดยตรง โดยเฉพาะจากภาคอุตสาหกรรมอาหาร เครื่องใช้ไฟฟ้า และโครงสร้างพื้นฐานที่ขยายตัวในภูมิภาคอินเดียและตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นตลาดเป้าหมายหลักของ LEO
เจาะประเด็นร้อน (Q&A)
- Q: ธุรกิจใหม่ที่เติบโตเร็วที่สุดในปี 2568 คืออะไร และมีอัตรากำไรขั้นต้นเท่าใด?
A: ธุรกิจใหม่ที่เติบโตเร็วที่สุดคือ Container Depot ที่เพิ่มรายได้จากปีก่อนถึง 82% โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 3.0% - Q: เป้าหมายการเติบโตของรายได้ในปี 2569 คือเท่าใด?
A: เป้าหมายรายได้เติบโตอย่างน้อย 20% จากบริการเดิม และ 30–35% จากบริการใหม่ เช่น Rail Freight, Self Storage และ Cross-Border E-commerce - Q: ธุรกิจ Rail Freight มีเป้าหมายเติบโตเท่าใดในปี 2569 และ 3 ปีข้างหน้า?
A: เป้าหมายเติบโต 20–25% ในปี 2569 และ 30% ในช่วง 3 ปีข้างหน้า - Q: การเปลี่ยนแปลงของสงครามตะวันออกกลางส่งผลต่อค่าขนส่งอย่างไร?
A: การปิดกั้นช่องแคบฮอร์โมส ส่งผลให้เกิดความล่าช้าและเพิ่มค่าใช้จ่าย แต่บริษัทสามารถใช้เครือข่ายโลจิสติกส์โลกเป็นทางเลือก และมองว่าเป็นโอกาสในการสร้าง margin เพิ่มขึ้น - Q: บริษัทมีแผนขยายฐานลูกค้ากลุ่ม SPAB เท่าใดในปี 2569?
A: มีเป้าหมายเพิ่มจำนวนลูกค้าในกลุ่ม SPAB (Strategic Priority Account Base) อย่างน้อย 25% - Q: เป้าหมายรายได้รวมของ LEO ในปี 2571 คือเท่าใด?
A: มีเป้าหมายให้รายได้รวมเติบโตขึ้นถึง 50–55% ในช่วง 3 ปีข้างหน้า (2569–2571)
LEO ไม่เพียงแค่เติบโตด้วยตัวเลข แต่ยังสร้างโครงสร้างธุรกิจที่ยั่งยืน โดยมีการกระจายความเสี่ยงผ่านการพัฒนาบริการใหม่ และปรับตัวต่อภัยคุกคามจากนโยบายภายนอกอย่างชาญฉลาด ด้วยกลยุทธ์ “Green Logistics Ecosystem” และการใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ทำให้บริษัทไม่ใช่แค่ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ แต่คือผู้ขับเคลื่อนระบบนิเวศการขนส่งแห่งอนาคต