บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
COCONUT KING ฟื้นตัวจากวิกฤตต้นทุน! ปี 2568 รายได้แตะ 6,736 ล้าน กำไรสุทธิโต 100% จากธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง
P/E 34.64 YIELD 2.09 ราคา 5.75 (0.00%)
COCONUT KING ฟื้นตัวจากวิกฤตต้นทุน! ปี 2568 รายได้แตะ 6,736 ล้าน กำไรสุทธิโต 100% จากธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง
บริษัทไทยโคโคนัทจำกัด(มหาชน) หรือ COCOCO ผ่านจุดเปลี่ยนสำคัญในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โดยแม้รายได้รวมจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 6,697 ล้านบาท เป็น 6,736 ล้านบาท หรือเติบโตเพียง 1.76% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แต่กลับเผชิญภาวะกำไรสุทธิลดลงอย่างรุนแรงถึง 64.43% จาก 408 ล้านบาท เหลือเพียง 244 ล้านบาทเท่านั้น สาเหตุหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะราคามะพร้าวแกงและมะพร้าวน้ำหอมในช่วงไตรมาส 3–4 ที่ทำให้มาร์จิ้นดิ่งลงเหลือเพียง 18.50% จาก 21.43% ในปีก่อนหน้า และอัตรากำไรสุทธิหดตัวจาก 6.09% เหลือเพียง 3.65%
“กำไรลด แต่ตลาดขยาย — ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงคือ ‘เครื่องยนต์’ ที่ช่วยให้ COCOCO ไม่หลุดจากเส้นทางเติบโต”
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมของธุรกิจกลับไม่ได้สะท้อนความล้มเหลว แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่มีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่ม Non-Core Business หรือ “อาหารสัตว์เลี้ยง” ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 37.99% ของรายได้รวมในปี 2568 และเป็นแรงผลักดันหลักให้กำไรสุทธิยังคงมีเสถียรภาพในระดับที่ยอมรับได้ แม้จะลดลงจากปีก่อนหน้า โดยเฉพาะในไตรมาส 4 ที่ยอดขายเติบโตถึง 22.13% และกำไรสุทธิยังคงหดตัวอยู่ที่ -53%
“เราไม่ได้หวังว่าจะฟื้นจากน้ำมะพร้าวเพียงอย่างเดียว — อาหารสัตว์เลี้ยงคือ ‘จุดเปลี่ยน’ ที่ทำให้ธุรกิจไม่ติดกับดักต้นทุน”
กลยุทธ์การเติบโตในปีนี้ถูกวางอย่างชัดเจน โดยบริษัทเน้นขยายตลาดสู่ภูมิภาคใหม่ ได้แก่ ยุโรป อเมริกาเหนือ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะประเทศที่มีแนวโน้มบริโภคสินค้าไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น โปแลนด์ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ พร้อมกับเปิดตลาดใหม่ในสหรัฐฯ และยุโรปที่มีการสั่งซื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้ารายใหญ่ที่สั่งซื้ออาหารสัตว์เลี้ยงจากอเมริกาเติบโต 100% ในปีเดียว
“เราไม่ได้แค่ขายผลิตภัณฑ์ — เราสร้างแบรนด์ที่เชื่อถือได้ในตลาดโลก”
ในด้านการบริหารจัดการต้นทุน COCOCO เร่งปรับกลยุทธ์อย่างจริงจัง โดยมีแผนจัดทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้ากับเกษตรกรเพื่อล็อกต้นทุนมะพร้าวในระยะยาว และหันมาใช้วัตถุดิบท้องถิ่น เช่น เนื้อไก่ในประเทศ เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาเชื้อเพลิงและสกุลเงิน นอกจากนี้ โรงงานผลิตในฟิลิปปินส์ที่มีความคืบหน้า 80% และเครื่องจักรติดตั้งเรียบร้อยแล้ว คาดว่าจะเปิดดำเนินการผลิตกะทิกระป๋องได้ภายในไตรมาสสามของปีนี้ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการกระจายความเสี่ยงและลดต้นทุนการขนส่ง
“ตลาดจีนกลับมาแล้ว — แต่เราไม่ได้หวังแค่ยอดขาย แต่หวังคุณภาพและความเชื่อมั่น”
เจาะประเด็นร้อน (Q&A)
- ราคามะพร้าวปรับตัวลงแล้วหรือยัง? ใช่ — บริษัทระบุว่าราคาเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง และมีแผนจัดสัญญาซื้อขายล่วงหน้ากับเกษตรกรเพื่อล็อกต้นทุนในระยะยาว
- โรงงานฟิลิปปินส์เปิดผลิตเมื่อไหร่? เครื่องจักรติดตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้ว และคาดว่าจะเริ่มผลิตกะทิกระป๋องได้ในไตรมาสสามของปี 2568
- ยอดสั่งซื้อจากจีนกลับมาปกติหรือยัง? ใช่ — บริษัทยืนยันว่ามีการตรวจสอบคุณภาพทุกชิ้นแล้ว และยอดสั่งซื้อจากจีนกลับมาเติบโตตามปกติ
- เป้าหมายรายได้ในปี 2569 คือเท่าไร? เป้าหมายระยะยาวคือรายได้รวมเติบโต 35% ในปี 2569 และเพิ่มอีก 20% ในปี 2570
- ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่พัฒนาคืออะไร? ได้แก่ น้ำมะพร้าวออร์แกนิก เครื่องดื่มไฮเดรชั่นจากธรรมชาติ และเครื่องดื่มฟังก์ชันแนล
- บริษัทจะขยายการผลิตเพิ่มเติมไหม? ในประเทศไทยไม่มีแผนขยายเพิ่ม แต่จะพิจารณาขยายโรงงานในฟิลิปปินส์ในเฟสที่สอง
แม้จะเผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลก อัตราดอกเบี้ยสูง และความผันผวนของสกุลเงิน แต่ COCOCO กลับใช้การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างเป็นโอกาส โดยเฉพาะการเติบโตของธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงที่มีสัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้นถึง 37.99% และยอดขายในอเมริกาเติบโต 100% ทำให้บริษัทมั่นใจว่าจะกลับมาเติบโตด้านกำไรสุทธิอย่างมีนัยสำคัญภายในปี 2569 พร้อมเป้าหมายรายได้รวม 35% และ 20% ในปีถัดไป