บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
หุ้น HL ปี 2568: รายได้แตะ 2.28 พันล้าน กำไรสุทธิ 2.78 พันล้าน พร้อมเปิดประตู Telepharmacy สู่ยุคดิจิทัล
P/E 21.99 YIELD 3.31 ราคา 6.65 (0.00%)
หุ้น HL ปี 2568: รายได้แตะ 2.28 พันล้าน กำไรสุทธิ 2.78 พันล้าน พร้อมเปิดประตู Telepharmacy สู่ยุคดิจิทัล
บริษัทเฮลท์ลีดจำกัด(มหาชน) หรือหุ้น HL โชว์ฟอร์มร้อนแรงในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โดยสร้างรายได้รวมสูงถึง 228,850 ล้านบาท หรือคิดเป็นการเติบโต 13.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า พร้อมกับกำไรจากการดำเนินงาน (EBIT) อยู่ที่ 30,830 ล้านบาท และกำไรสุทธิที่ 27,830 ล้านบาท แม้จะมีการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย ส่งผลให้ผลตอบแทนจากตราสารหนี้ระยะสั้นลดลง แต่บริษัทยังสามารถรักษาระดับกำไรสุทธิได้อย่างมั่นคง โดยอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) อยู่ที่ 16.3% และ EBITDA Margin สำหรับไตรมาส 4 อยู่ที่ 11.08% ขณะที่ตลอดปีอยู่ที่ 9.15% สะท้อนประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง“รายได้หลักมาจากยาและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร 69% ของยอดขาย พร้อมเติบโต 13.2% YoY — นี่คือหัวใจของธุรกิจที่ยังคงแข็งแกร่งแม้ในภาวะเศรษฐกิจโลกไม่มั่นคง”บริษัทขยายสาขาอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ที่เพิ่มขึ้นถึง 14 สาขาในปีนี้ ทำให้จำนวนสาขา Icare Health รวมทั้งหมดอยู่ที่ 38 แห่งในไตรมาส 4 พร้อมกับมีรายได้จากธุรกิจหลัก (Core Business) คิดเป็น 69% ของยอดขายรวม และยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่วนกลุ่ม Non-Core เช่น สินค้าสุขภาพภายนอกร่างกายและเวชภัณฑ์ แม้จะเติบโตเพียง 8–9% แต่สัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 12.3% และ 12.9% ตามลำดับ สะท้อนการกระจายพอร์ตสินค้าอย่างมีกลยุทธ์ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ได้รับรางวัลระดับนานาชาติ เช่น เบสโซโทเวลพลัส (คิวเออร์), พราหมณ์วิชั่น และพราหมณ์ซูเปอร์เพลย์ ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงและได้รับการยอมรับในตลาดระดับโลก
“70% ของรายได้เป็น recurring revenue — นี่คือเครื่องยนต์ที่ทำให้ HL ไม่ต้องพึ่งพาการเปิดสาขาใหม่เพียงอย่างเดียวในการเติบโต”ในแง่กลยุทธ์ บริษัทวางรากฐานสู่ยุคดิจิทัลด้วยการพัฒนา Telepharmacy ซึ่งเริ่มดำเนินการแล้ว โดยเลือกผู้ให้บริการ (Vendor) ได้ 2 ราย และคาดว่าจะพร้อมใช้งานภายในช่วง Q3–Q4 พ.ศ. 2568 นับเป็นก้าวสำคัญในการขยายบริการสู่ลูกค้าที่ไม่สามารถเดินทางมาร้านได้ โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุและเยาวชนในโรงเรียน ซึ่งสะท้อนแนวโน้ม “longevity” และพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาดูแลสุขภาพตนเองมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
“เป้าหมายรายได้เติบโต 15% ในปีนี้ ไม่ใช่แค่คำพูด — มันคือแผนที่วางไว้ล่วงหน้าด้วยการเปิดสาขาใหม่ 14 แห่ง และการพัฒนา Telepharmacy อย่างจริงจัง”บริษัทยังคงนโยบายจ่ายเงินปันผลในอัตรา payout ratio ที่ 40% แม้ผลตอบแทนจากตราสารหนี้ระยะสั้นจะลดลง แต่กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน (cash flow) ที่แข็งแกร่งทำให้สามารถจ่ายปันผลได้อย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับแผนการขยายธุรกิจในระยะยาว โดยมีเป้าหมายในระยะสั้น (1 ปี) คือ เติบโตรายได้ 15% และในระยะยาวจะขยายสาขาไปยังต่างจังหวัดอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยเฉพาะเมืองที่มีศักยภาพสูง เช่น เชียงใหม่ และภูเก็ต
เจาะประเด็นร้อน (Q&A)
- เป้าหมายรายได้ปีนี้คือเท่าไหร่? ทำอย่างไรถึงจะถึงเป้า? — มุ่งรายได้เติบโต 15% โดยอาศัยการเปิดสาขาใหม่ 14 แห่งในกรุงเทพฯ และการเร่งพัฒนา Telepharmacy ให้พร้อมใช้งานภายใน Q3–Q4 2568
- ขยายสาขาต่างจังหวัดไหม? — ยังไม่เร่งด่วน แต่กำลังศึกษาโอกาสในเมืองเชียงใหม่และภูเก็ต โดยเน้นการขยายในกรุงเทพฯ ก่อนเพื่อสร้างฐานที่มั่นคง
- ทำไมจ่ายปันผลเพิ่มขึ้น? — เนื่องจาก cash flow จากการดำเนินงานสูง และผลตอบแทนจากตราสารหนี้ระยะสั้นลดลง ทำให้บริษัทสามารถจ่ายปันผลได้มากขึ้นโดยยังคง payout ratio ไว้ที่ 40%
- อุตสาหกรรมมีปัจจัยบวก-ลบอะไร? — บวก: สังคมผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น และพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปสู่การดูแลสุขภาพตนเอง ลบ: เศรษฐกิจโลกไม่มั่นคง ส่งผลต่อ Sentiment การใช้จ่าย
- Telepharmacy พัฒนาอย่างไร? — เลือก Vendor ได้แล้ว 2 ราย และคาดว่าจะพร้อมใช้งานภายใน Q3–Q4 พ.ศ. 2568
โพสต์ล่าสุด
บทความ
วันนี้ 16:54 น.
หุ้น B ปี 2568: รายได้ลด 6% แต่กำไร Core พุ่ง 298.8 ล้าน จุดเปลี่ยนอยู่ที่ทรูทาวเวอร์สอง
บทความ
วันนี้ 16:39 น.
ORN ปี 68 เติบโตแรง! รายได้แตะ 2,117 ล้าน กำไรพุ่ง 60% จากไฮไลต์ “ไวท์ฮูเก็ต-แอตต้า-เอสตรา”
บทความ
วันนี้ 16:32 น.