บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
NVD ปี 2568 ทำรายได้ทะลุ 1,043 ล้านบาท กำไรสุทธิแตะ 150,800 ล้าน หลังชำระหุ้นกู้ครบ หนี้สินเหลือเพียง 1.25 เท่า
P/E 7.52 YIELD 0.00 ราคา 0.55 (-1.79%)
NVD ปี 2568 ทำรายได้ทะลุ 1,043 ล้านบาท กำไรสุทธิแตะ 150,800 ล้าน หลังชำระหุ้นกู้ครบ หนี้สินเหลือเพียง 1.25 เท่า
บริษัทเนอวานาดีเวลลอปเม้นท์จำกัด (มหาชน) หรือ NVD โชว์ฟอร์มร้อนแรงในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โดยสร้างรายได้รวมสูงถึง 1,043,000 ล้านบาท กำไรจากการดำเนินงาน (EBIT) อยู่ที่ 300,000 ล้านบาท และกำไรสุทธิพุ่งแตะระดับ 150,800 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของบริษัทหลังจากชำระคืนหุ้นกู้ระยะยาวครบถ้วนในปีนี้ ส่งผลให้โครงสร้างหนี้สินเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) ปรับตัวลงมาอยู่ที่ระดับ ~1.25 เท่า ถือเป็นสัญญาณบวกต่อเสถียรภาพทางการเงินในระยะยาว
“การชำระคืนหุ้นกู้เต็มจำนวนในปี 2568 ไม่ใช่แค่เรื่องหนี้สิน แต่เป็นการปลดล็อกศักยภาพทางการเงินเพื่อปรับโครงสร้างแบบลอยตัว (Floating Rate) ที่ช่วยลดต้นทุนได้ในภาวะดอกเบี้ยต่ำ”
ความสำเร็จของ NVD ไม่ได้เกิดจากแค่การบริหารหนี้เท่านั้น แต่ยังสะท้อนผ่านสัดส่วนรายได้ Core ที่ครองตลาดอย่างเหนียวแน่น โดยรายได้จากอสังหาริมทรัพย์แนวสูงและแนวราบ (Core Revenue) อยู่ที่ 1,043,000 ล้านบาท ขณะที่รายได้จากธุรกิจเสริม เช่น คอมมิวนิตี้มอลล์ อาคารจอดรถ และบริการสร้างบ้าน (Non-Core) อยู่ที่ 243,000 ล้านบาท ซึ่งแสดงให้เห็นว่า Core ยังคงเป็นแหล่งผลิตกำไรหลัก โดยมีสัดส่วนกำไรสุทธิจาก Core ถึง 91% หรือเทียบเท่า 285,000 ล้านบาท ขณะที่ Non-Core ทำกำไรได้ 65,800 ล้านบาท
“Core ยังคงเป็นหัวใจของธุรกิจ แต่ Non-Core ก็เริ่มสร้างมูลค่าเพิ่มได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในกลุ่มโฮมออฟฟิศและโครงการเชิงพาณิชย์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ใหม่”
ยอดจอง (Presale Revenue) ของ NVD ในปีนี้พุ่งสูงถึง 1,280,000 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่ายอดโอนกรรมสิทธิ์ (Transfer Revenue) ที่อยู่ที่ 1,043,000 ล้านบาท สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของ pipeline การขาย และความสามารถในการดึงดูดลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากโครงการใหม่ในช่วงครึ่งปีหลัง เช่น Nirvana at Work และ Absolute Bangkok ที่มีราคาเฉลี่ยต่อหน่วย (ASP) อยู่ระหว่าง 25–35 ล้านบาท ซึ่งยังคงรักษาภาพลักษณ์แบรนด์พรีเมียมไว้ได้อย่างเหนียวแน่น
“การเพิ่มบ้านตัวอย่างในแต่ละโครงการช่วยลดความลังเลของลูกค้า และกระตุ้นการตัดสินใจซื้อได้จริง โดยเฉพาะกลุ่ม Real Demand ที่มองหาที่อยู่อาศัยคุณภาพ”
ด้านฐานที่ดินรอพัฒนา (Land Bank) ของบริษัทปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง +18% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สะท้อนถึงความมั่นใจในการขยายพอร์ตการลงทุนในทำเลศูนย์กลางกรุงเทพฯ อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ยอดสินค้าคงคลัง (Inventory/Unsold) ยังอยู่ที่ระดับ 11,083 ล้านบาท ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ควบคุมได้ แม้จะมีการชะลอตัวของยอดขายในช่วงครึ่งแรกของปีจากภาวะเศรษฐกิจและภาระหนี้ครัวเรือนที่สูง
“แม้ตลาดจะชะลอ แต่ NVD ยังคงรักษาระดับอัตรากำไรสุทธิไว้ได้ที่ 8% จาก 5% ในปีก่อน ซึ่งเกิดจากการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ”
เจาะประเด็นร้อน (Q&A)
- มีแผนเปิดโครงการใหม่ในปี 2569 หรือไม่? ยังไม่มีการเปิดตัวโครงการใหม่ในช่วงครึ่งปีแรก แต่หากตลาดฟื้นตัวดีขึ้นในครึ่งปีหลัง จะพิจารณาเปิดตัวอีก 1–2 โครงการ โดยเน้นทำเลที่มีความต้องการชัดเจน เช่น Nirvana at Work และ Absolute Bangkok
- การชำระคืนหุ้นกู้ส่งผลต่อต้นทุนการเงินอย่างไร? มีผลโดยตรง เพราะเปลี่ยนโครงสร้างจาก Fixed Rate เป็น Floating Rate ซึ่งในปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยต่ำลง ส่งผลให้ต้นทุนการเงินลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
- สงครามตะวันออกกลางส่งผลต่อ NVD หรือไม่? ในระยะสั้นยังไม่มีผลกระทบมาก แต่หากค่าพลังงานสูงขึ้น จะส่งผลต่อต้นทุนวัสดุก่อสร้าง และอาจทำให้ลูกค้ากังวลเรื่องเศรษฐกิจในอนาคต
- อัตราการทำกำไรสุทธิปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างไร? เพิ่มขึ้นจาก 5% ในปีก่อน มาอยู่ที่ 8% ในปีนี้ จากการบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- NVD มีแผนขยายฐานลูกค้าไปที่ไหนบ้าง? ยังคงเน้นกลุ่ม Real Demand และเตรียมรีแบรนด์ Neurona Collection เพื่อยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์ในระยะยาว
NVD ปี 2568 จึงไม่ใช่แค่ปีที่ทำรายได้ทะลุเป้า แต่เป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางการเงินอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมรักษาอัตรากำไรสุทธิไว้ที่ระดับ 8% แม้ในภาวะเศรษฐกิจผันผวน สะท้อนให้เห็นถึงความมั่นคงทางการเงินและความสามารถในการบริหารจัดการที่เหนือชั้น ทำให้มั่นใจได้ว่า NVD จะสามารถรักษาความเติบโตอย่างมีเสถียรภาพในระยะยาว