บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
TFG ปี 2568 เติบโตแรง! รายได้แตะ 7.3 พันล้าน กำไรพุ่ง 137% สู่ 7,400 ล้าน พร้อมเปิดสาขาใหม่กว่า 235 แห่ง
P/E 7.83 YIELD 7.00 ราคา 10.00 (0.00%)
TFG ปี 2568 เติบโตแรง! รายได้แตะ 7.3 พันล้าน กำไรพุ่ง 137% สู่ 7,400 ล้าน พร้อมเปิดสาขาใหม่กว่า 235 แห่ง
บริษัท ไทยฟู้ดส์กรุ๊ปจำกัดมหาชน (TFG) โชว์ฟอร์มร้อนแรงในปีงบประมาณ 2568 ด้วยการเติบโตของรายได้รวมอย่างมีนัยสำคัญถึง 11% จากปีก่อนหน้า สู่ระดับ 73,000 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิพุ่งขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 137% แตะระดับ 7,400 ล้านบาท และรักษาอัตรากำไรสุทธิต่อรายได้ (Net Profit Margin) ไว้ใกล้เคียง 10% แม้จะปรับตัวจาก 45% ในปีก่อนหน้า แต่สะท้อนถึงความมั่นคงของโมเดลธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน
"การปรับโครงสร้างช่องทางจำหน่ายจากพึ่งพาโมเดิร์นเทรดและเทรดเดอร์ มาสู่การบริหารผ่านเครือข่ายร้านค้าปลีกของตนเอง คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เราควบคุมต้นทุนและราคาได้ดีขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ"
กลยุทธ์ดังกล่าวถูกขับเคลื่อนด้วยการเปิดสาขาใหม่กว่า 235 แห่ง ในปีงบประมาณ 2568 โดยเน้นการขยายตัวในพื้นที่ที่มีศักยภาพในการขายสินค้าหลากหลาย และลดความเสี่ยงจากวัฏจักรราคาในตลาดอุตสาหกรรม พร้อมผลักดันให้สินค้าในธุรกิจไก่และสุกรเติบโตผ่านช่องทาง Food Service และการส่งออก โดยเฉพาะในภูมิภาคยุโรปและญี่ปุ่น ซึ่งเป็นตลาดที่มีความต้องการสูงและมีอัตรากำไรดี
"เราไม่ได้แค่ขายไก่หรือหมู แต่เรากำลังสร้างระบบนิเวศของอาหารครบวงจร — จากฟาร์มถึงร้านค้าปลีก และไปถึงโต๊ะอาหารผู้บริโภค"
ผลประกอบการในแต่ละธุรกิจสะท้อนความสำเร็จอย่างชัดเจน โดยธุรกิจไก่มีรายได้ราว 21,000 ล้านบาท และกำไร 3,500 ล้านบาท พร้อมอัตรากำไรเพิ่มขึ้น 25% YoY ส่วนธุรกิจสุกรมีรายได้ 16,000 ล้านบาท และกำไร 4,800 ล้านบาท โตแรงถึง 35% YoY ขณะที่ธุรกิจอาหารสัตว์ (ฟิตมิล) ที่เพิ่งขยายการผลิตในเวียดนาม กลับเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 200% YoY จากกำไร 700 ล้านบาท ในขณะที่รายได้ของร้านค้าปลีก (Retail Shop) อยู่ที่ 27,000 ล้านบาท และกำไร 1,800 ล้านบาท โต 15% YoY
"การบริหารต้นทุนลดลงถึง 35% จากปีก่อนหน้า คือหัวใจสำคัญของความสำเร็จในปีนี้"
ต้นทุนการเลี้ยงไก่และสุกรลดลงอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนจากนโยบายรัฐที่ล็อกไว้ราคาข้าวโพดในเวียดนาม ซึ่งช่วยลดต้นทุนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้จะมีความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจโลกและราคาวัตถุดิบที่ผันผวน แต่ TFG ยังคงรักษาความคล่องตัวด้วยการขยายธุรกิจในเวียดนาม โดยเฉพาะในธุรกิจไก่และอาหารสัตว์ ที่มีศักยภาพเติบโต 15–20% ต่อปี และคาดว่าจะมีรายได้แตะ 20,000 ล้านบาท ในปีงบประมาณ 2571
"เราไม่ได้แข่งกับคู่แข่งด้วยราคา แต่แข่งด้วยระบบ ความหลากหลาย และการควบคุมทุกขั้นตอน"
เจาะประเด็นร้อน (Q&A)
- เปิดร้านกาแฟหรือไม่? ใช่ — จะเปิดภายใต้แบรนด์เข้าถึงง่าย ราคาอยู่ระหว่าง 30–40 บาท โดยเลือกสาขาที่มีพื้นที่ 15–60 ตารางเมตร และมีผู้บริโภคมากกว่าคู่แข่ง
- ตลาดส่งออกไก่เป็นอย่างไร? ส่งไปยุโรป 46%, ญี่ปุ่น 32%, อาร์ตเตอร์ 10% และมีแผนขยายสู่เกาหลีและประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปี 2569
- ผลกระทบจากนำเข้าข้าวโพดถั่วเหลืองจากสหรัฐฯ? ยังไม่มีความชัดเจน แต่บริษัทคาดว่าผลกระทบจำกัด เนื่องจากมีแผนใช้วัตถุดิบภายในประเทศมากกว่า
- อัตรากำไรสุทธิจะเพิ่มขึ้นไหม? แม้ลดลงจาก 45% เหลือ 10% ในปี 2568 จากการลงทุนขยายสาขา แต่คาดว่าจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 4% ในปีถัดไป
- สัดส่วนอาหารสดในไก่และสุกร? อยู่ที่ 70% (ไก่ ~15%, สุกร ~45%) และมีแผนพัฒนาสินค้าแปรรูปเพื่อเพิ่ม margin
- ธุรกิจสุกรในเวียดนามเติบโตไหม? มีศักยภาพ 15–20% ต่อปี และมีแผนขยายต่อเนื่อง โดยคาดรายได้แตะ 20,000 ล้านบาท ในปี 2571
- อุปสรรคในการส่งออกสุกร? เนื้อสัตว์แช่เย็นยังไม่ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคเวียดนาม เนื่องจากขาดมาตรฐานและเทคโนโลยีเก็บรักษา
- ลดราคาหมูสุกรไหม? ยังขายเป็นชีวิตอยู่ แต่จำกัดเฉพาะช่วงเวลา และมีแผนลดความเสี่ยงด้วยการเปลี่ยนไปสู่สินค้าแปรรูปผ่าน Food Service และร้านค้าปลีกของตนเอง
ในระยะสั้น TFG มุ่งเปิดสาขาให้ครบ 850 แห่ง โดยเน้นสินค้าที่มีอัตรากำไรสูง (high-margin SKU) เพื่อเพิ่มรายได้ต่อวันต่อสาขา ส่วนระยะยาว ตั้งเป้าหมายให้ธุรกิจไก่และอาหารสัตว์ในเวียดนามเติบโตอย่างยั่งยืน และขยายตลาดส่งออกไปยังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมติดตามปัจจัยเสี่ยงจากนโยบายการค้า ราคาวัตถุดิบโลก และการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในตลาดส่งออก