บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
TFG: กำไรโตกระแทก 147% พุ่งสู่ 7,400 ล้าน ด้วยโมเดลครบวงจร
P/E 5.40 YIELD 10.14 ราคา 6.90 (0.00%)
TFG: กำไรโตกระแทก 147% พุ่งสู่ 7,400 ล้าน ด้วยโมเดลครบวงจร
บริษัทไทยฟู้ดส์กรุ๊ปจำกัด (มหาชน) หรือ TFG ประกาศผลประกอบการปี พ.ศ. 2568 (ค.ศ. 2025) ออกมาแข็งแกร่ง โดยรายได้รวมเพิ่มขึ้น12.3% จาก 7,300 ล้านบาท เป็น 6,500 ล้านบาท และกำไรสุทธิพุ่งขึ้นถึง 146.7% จาก 3,000 ล้านบาท สู่ระดับ 7,400 ล้านบาท
โมเดลธุรกิจเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน
TFG เปลี่ยนแปลงโครงสร้างธุรกิจจากโมเดลเดิมที่พึ่งพาเทรดเดอร์และส่งออกแบบ มาเป็นโมเดล “ครบวงจร – ควบคุมต้นทุน + กระจายสินค้าปลายทาง” โดยเน้นขยายเครือข่ายร้านค้าปลีกเป็นศูนย์กลาง
ตัวชี้วัดดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
- อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) เพิ่มขึ้นจาก 13% เป็น 21% — เพิ่มขึ้น8 คะแนนเปอร์เซ็นต์
- อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) เพิ่มจาก 4.6% เป็น 10% — เพิ่มขึ้น5.4 คะแนนเปอร์เซ็นต์
- ROIC อยู่ที่ 23% (ยังไม่มีข้อมูลปีก่อน)
- CAGR (10 ปี) เท่ากับ 16%
บริหารจัดการต้นทุนได้ดีเยี่ยม
กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นมากจากกลยุทธ์ภายใน เช่น การลดสัดส่วนขายผ่านช่องทางมาร์จินต่ำ และการควบคุมต้นทุนวัตถุดิบผ่านการล็อกราคา (hedging) โดยเฉพาะราคาข้าวโพดและถั่วเหลืองลดลง ทำให้ต้นทุนการผลิตไก่-สุกรลดลงประมาณ4%
ความเสี่ยงภายนอกยังมีอยู่
- ราคาหมูในไทยยังผันผวน โดยปัจจุบันอยู่ที่56 บาท/กิโล
- การส่งออกไก่แปรรูปได้รับอิทธิพลจาก EU’s sanitary standards และการแข่งขันจากต่างประเทศ
- นโยบายภาษีนำเข้าวัตถุดิบจากสหรัฐฯ ยังไม่ชัดเจน — แต่ TFG ใช้วัตถุดิบในประเทศ 70% → จึงไม่ได้รับผลกระทบมาก
แผนขยายธุรกิจชัดเจน
- จะเปิดร้านกาแฟในร้านไทยฟู้ดฯ โดยมีเป้าหมายเปิดสาขาประมาณ300 สาขาแรก ในราคาเข้าถึงง่าย (30–40 บาท)
- ขยายตลาดส่งออกไก่แปรรูปไป เกาหลี และเพิ่มสัดส่วนการส่งออกผ่านช่องทาง Food Service
- มีแผนเติบโตรายได้จากเวียดนามเป็น 20,000 ล้านบาท ในปี 2570–2571 (CAGR 25%)
เป้าหมายระยะยาว
- ระยะสั้น: ขยายร้านค้าปลีกเป็น 850 สาขา (เติบโต40% จากปัจจุบัน), เพิ่มสัดส่วนรายได้จาก retail เป็น70%, รักษาระดับ margin ขั้นต้นที่ 21% และ net margin ที่3–4%
- ระยะยาว: เติบโตรายได้เวียดนามเป็น20,000 ล้านบาท (CAGR 25%), เพิ่มมาร์จินสูงในธุรกิจไก่-สุกรผ่านการบริหารต้นทุน
สรุปใจความสำคัญ
TFG พุ่งกำไรขั้นต้นสูงถึง 147% ในปี 2568 จากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างธุรกิจอย่างชัดเจน โดยเน้นการควบคุมต้นทุนและการขยายร้านค้าปลีกเป็นศูนย์กลาง เป็นหุ้นที่ควรติดตามในกลุ่มอาหารและเกษตรกรรมที่มีโมเดลธุรกิจเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ