บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
TNL ปี 2568: กำไรสุทธิโต 3.5% แต่ NPL ยังรุงรัง 28.3% หลังปรับโครงสร้างพอร์ตสินเชื่อ-รีไซเคิลหนี้กว่า 860 ล้านบาท
P/E 16.90 YIELD 2.61 ราคา 0.00 (0.00%)
TNL ปี 2568: กำไรสุทธิโต 3.5% แต่ NPL ยังรุงรัง 28.3% หลังปรับโครงสร้างพอร์ตสินเชื่อ-รีไซเคิลหนี้กว่า 860 ล้านบาท
บริษัท ทีเอ็นแอล จำกัด (มหาชน) หรือ TNL รายงานผลประกอบการงวดปีบัญชี พ.ศ. 2568 (ค.ศ. 2025) อย่างเป็นทางการ โดยมีรายได้รวมแตะระดับ 1,100 ล้านบาท พร้อมปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ทั้งในแง่กำไรจากการดำเนินงาน (EBIT) และกำไรสุทธิ ซึ่งทั้งสองรายการปรับตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 3.5% YoY แม้จะเผชิญแรงกดดันจากภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัว และการรับรู้รายได้จากโครงการในปี 2524 ที่เร็วกว่าแผนเดิม ส่งผลให้เกิดส่วนแบ่งกำไรขาดทุน 7 ล้านบาทในไตรมาสที่ 4
"แม้จะมีการชะลอตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ แต่ TNL ยังคงรักษาโครงสร้างพอร์ตสินเชื่อให้มีคุณภาพดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการลด NPL จากระดับสูงสุด 39% ในไตรมาสที่ 2 เหลือเพียง 28.3% ภายในปีงบประมาณนี้"
จุดเปลี่ยนสำคัญของ TNL คือการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ธุรกิจตั้งแต่ปี พ.ศ. 2522 จากผู้ผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูป มาสู่การพัฒนา Ecosystem ธุรกิจการเงินที่เน้น 3 แกนหลัก ได้แก่ Secure Lending, Asset Management และ Financial Advisory โดยมีการผนึกกำลังกับกลุ่ม BTS Group เพื่อเสริมสร้างฐานผู้ถือหุ้นที่มั่นคง ซึ่งส่งผลให้บริษัทสามารถยกระดับภาพรวมธุรกิจไปสู่การเป็นผู้นำในวงการเงินทุนและหลักทรัพย์ของประเทศไทยอย่างแท้จริง
"การรีไซเคิลทุนผ่านการเรียกเก็บหนี้บางส่วน และประนีประนอมหนี้กว่า 860 ล้านบาท เป็นก้าวสำคัญในการฟื้นฟูคุณภาพพอร์ตสินเชื่อ และเปิดทางให้ธุรกิจหลักอย่าง Secure Lending เติบโตได้อย่างมีเสถียรภาพ"
ในแง่โครงสร้างรายได้ ธุรกิจ Secure Lending ยังคงเป็นแกนนำ โดยมีส่วนแบ่งรายได้ประมาณ 50% และเติบโต 3.4% จากการปรับพอร์ตอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการเน้นหลักประกันที่มีคุณภาพสูง ขณะเดียวกัน อัตรา Over-Collateralization Rate ของบริษัทพุ่งสูงถึง 214% สะท้อนถึงความปลอดภัยของพอร์ตสินเชื่อในระดับที่น่าประทับใจ แม้จะเผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจมหภาคที่ชะลอตัว และการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมที่ช้ากว่าคาดการณ์
"ROE และ ROA เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะ จากปี 2520 จนถึงปี 2568 เนื่องจากการพัฒนาคุณภาพพอร์ตสินเชื่อและประสิทธิภาพการบริหารเงินลงทุนอย่างมีระบบ"
ในด้านธุรกิจย่อย บริษัทมีแผนเปิดตัวโครงการคอนโดใหม่ภายใต้แบรนด์ Noble Create และ New Everest ซึ่งเสร็จสิ้นแล้วในช่วงปลายปี 2524 โดยมียอดจองเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการ New Core และ Nivkos ที่คาดว่าจะเริ่มโอนในไตรมาสที่ 3–4 ของปี 2525 ส่วนธุรกิจ AMC มีแผนพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายซื้อพอร์ตจาก NPL และ NPA ด้วยงบประมาณรวม 1,200 ล้านบาทในปีนี้
เจาะประเด็นร้อน (Q&A)
- กำไรขาดทุน 7 ล้านบาทในไตรมาสที่ 4 เกิดจากอะไร? เกิดจากยอดโอนโครงการ TNLA ล่าช้าเมื่อเทียบกับแผนเดิม และการรับรู้รายได้จากโครงการเร็วขึ้นในปี 2524 ส่งผลให้ขาดทุนสะสมสูงขึ้นในไตรมาสสุดท้ายของปี 2525
- มีแผนเปิดโครงการคอนโดใหม่หรือไม่? มีแผนเปิดตัวโครงการภายใต้แบรนด์ Noble Create และ New Everest เสร็จสิ้นแล้วในปลายปี 2524 โดยมียอดจองเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
- อัตราผลตอบแทน ROE และ ROA มีแนวโน้มอย่างไร? เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะ จากปี 2520 เนื่องจากการพัฒนาคุณภาพพอร์ตสินเชื่อและประสิทธิภาพการบริหารเงินลงทุน
- ขยายธุรกิจให้คำปรึกษาหรือไม่? มีแผนขยายอย่างต่อเนื่อง โดยมี Live Mandate 3 เรื่อง รวมถึงการทำ M&A และ Fundraising สำหรับบริษัทเอกชนผ่าน Convertible Bond
- เป้าหมายระยะสั้น-ยาวคืออะไร? เป้าหมายระยะสั้น: เพิ่มยอดโอน TNLA เป็น 4,000 ล้านบาท และขยายพอร์ต Secure Lending เป็น 7,100 ล้านบาท ส่วนระยะยาว: พัฒนาธุรกิจให้คำปรึกษาเป็น Free Base Income เสถียร และเพิ่มอัตรากำไรสูงสุดถึง 40%
สิ่งที่ต้องจับตามอง
- การชะลอตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์และเศรษฐกิจโลกที่อาจส่งผลต่อรายได้จาก TNLA
- การปรับโครงสร้างหนี้ในธุรกิจ Secure Lending เพื่อรักษาคุณภาพพอร์ตให้อยู่ในระดับที่น่าเชื่อถือ
- การแข่งขันจากผู้เล่นรายใหญ่ในตลาด AMC และการเงินทั่วไป