https://aio.panphol.com/assets/images/community/16809_6E3492.png

SCC พลิกโฉมธุรกิจปี 2568: ตัดขาดทุน 6% เพิ่ม EBITDA ขึ้นมาด้วยพลัง Core

P/E 14.54 YIELD 2.93 ราคา 170.50 (0.00%)

SCC พลิกโฉมธุรกิจปี 2568: ตัดขาดทุน 6% เพิ่ม EBITDA ขึ้นมาด้วยพลัง Core

รายได้รวม: ไม่ระบุในข้อมูล

กำไรสุทธิ (หลังตัด Non-Core Loss): เพิ่มขึ้นเหลือ 5,000 ล้านบาท

กำไรสุทธิรวม One-time Loss: 14,715 ล้านบาท

One-time Loss จากธุรกิจขาดทุน (Non-performing assets): 5,300 ล้านบาท

Cash on Hand: เหลือมากกว่า 50,000 ล้านบาท

Cost of Debt: ลดลงเหลือ 3.3%

Capex พ.ศ. 2568: เท่ากับ 30,000 ล้านบาท

Dividend per Share: ประกาศไว้ที่ 5.0+ บาทต่อหุ้น

พลิกโฉมธุรกิจ: จาก “รับมือวิกฤต” สู่ “สร้างกล้ามเนื้อธุรกิจ”

ปี พ.ศ. 2568 เป็นปีสำคัญของ SCC โดยมุ่งเน้นการปรับโครงสร้างธุรกิจ เพื่อลดภาระหนี้และเพิ่มความสามารถในการทำกำไรอย่างยั่งยืน

แม้เศรษฐกิจโลกผันผวนและค่าเงินบาทแข็งค่า แต่ SCC ยังรักษากระแสเงินสดและ EBITDA ได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะธุรกิจซีเมนต์และเคมิคอลส์

บริษัทประกาศ “จุดเปลี่ยน” (Inflection Point) ในการพัฒนาธุรกิจ โดยเน้นการลงทุนด้านเทคโนโลยีดิจิทัล (AI), พัฒนาผลิตภัณฑ์ต่ำคาร์บอน และขยายฐานในเวียดนามและอาเซียน

Core Business โตแข็งแกร่ง แม้ตลาดเผชิญวิกฤต

  • ธุรกิจซีเมนต์: EBITDA เพิ่มขึ้น 25% จากปีก่อน — เติบโตมากกว่าตลาดทั้งประเทศที่เพิ่มเพียง 2%
  • ธุรกิจเคมิคอลส์: Adjusted EBITDA เพิ่มขึ้น 23% จากการบริหารต้นทุนและเน้นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง (HVA)
  • ธุรกิจแพคเกจจิ้ง: ยังคงเป็นผู้นำตลาดในเอเชีย

ตัดธุรกิจขาดทุนให้หมด: “ตัดเนื้อร้าย” เพื่อแข็งแกร่งระยะยาว

SCC ประกาศตัดธุรกิจที่ขาดทุน (non-performing assets) ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิรวมลดลงในปี 2568 จาก One-time Loss เท่ากับ 5,300 ล้านบาท

แม้จะดูกระทบต่อผลประกอบการชั่วคราว แต่บริษัทมองว่าเป็น “การตัดเนื้อร้าย” เพื่อสร้างฐานรากธุรกิจที่มั่นคงและยั่งยืน

ปัจจัยขับเคลื่อนหลัก

  • Economic growth globally: GDP โต 6% ในปี 2568 → ส่งผลดีต่ออุปสงค์สินค้าเคมีและวัสดุก่อสร้าง
  • Overcapacity ในอุตสาหกรรมเคมี: จาก 14 ล้านตัน ในปี 2567 ลดลงเหลือ 9 ล้านตัน ในปี 2568 → อุตสาหกรรมปรับตัวดีขึ้น
  • นโยบายรัฐไทย: หากมีเสถียรภาพทางการเมืองและเร่งเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ → ส่งผลดีต่อ Demand ซีเมนต์
  • คู่แข่งลดลง: จีนและเกาหลีปิดโรงงานเพิ่มเติม → ลดแรงกดดันการแข่งขัน
  • ราคาน้ำมันและวัตถุดิบ: ราคา Propane ต่ำในช่วงปลายปี 2567 → ช่วยลดต้นทุนในโรงงาน LST (เวียดนาม)

ความเสี่ยงสำคัญที่นักลงทุนควรระวัง

  • E-Train และ LST ในเวียดนาม: ยังอยู่ระหว่างก่อสร้าง และไม่มีการยืนยันรายได้ในปี 2568
  • Margin เคมิคอลส์ยังถูกกดดัน จากภาวะ Overcapacity และความต้องการตลาดที่ลดลง
  • ความผันผวนของค่าเงินบาทและราคาน้ำมัน ส่งผลต่อต้นทุนและรายได้

เป้าหมายระยะยาว: เสริมพลังอาเซียน สร้างนวัตกรรมต่ำคาร์บอน

  1. ระยะสั้น (พ.ศ. 2568): ตัดธุรกิจขาดทุนให้เสร็จสิ้น, รักษา Cash Flow และลดต้นทุนหนี้สิน
  2. ระยะยาว (พ.ศ. 2569–2570): ขยายฐานในเวียดนามและอาเซียนอย่างมั่นคง, พัฒนาผลิตภัณฑ์ต่ำคาร์บอนและ Smart Materials, ใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ

สรุปใจความสำคัญ

SCC พลิกโฉมธุรกิจในปี 2568 จากการตัดธุรกิจขาดทุน และเน้น Core Business ที่เติบโตแข็งแกร่ง โดยเฉพาะซีเมนต์และเคมิคอลส์

EBITDA เพิ่มขึ้น 6%, Cash on Hand เหลือเกิน 50,000 ล้านบาท, และ One-time Loss จากการปรับโครงสร้างสูงถึง 5,300 ล้านบาท

แม้จะเผชิญความไม่แน่นอนในโครงการใหม่และภาวะ Overcapacity ในอุตสาหกรรมเคมี, แต่แนวโน้มระยะยาวถือว่ามั่นคง หากสามารถรักษาความแข็งแกร่งของธุรกิจหลักและเร่งผลักดันโครงการใหม่อย่างต่อเนื่อง

โพสต์ล่าสุด