บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
SCC พลิกโฉมธุรกิจปี 2568: ตัดขาดทุน 6% เพิ่ม EBITDA ขึ้นมาด้วยพลัง Core
P/E 14.54 YIELD 2.93 ราคา 170.50 (0.00%)
SCC พลิกโฉมธุรกิจปี 2568: ตัดขาดทุน 6% เพิ่ม EBITDA ขึ้นมาด้วยพลัง Core
รายได้รวม: ไม่ระบุในข้อมูล
กำไรสุทธิ (หลังตัด Non-Core Loss): เพิ่มขึ้นเหลือ 5,000 ล้านบาท
กำไรสุทธิรวม One-time Loss: 14,715 ล้านบาท
One-time Loss จากธุรกิจขาดทุน (Non-performing assets): 5,300 ล้านบาท
Cash on Hand: เหลือมากกว่า 50,000 ล้านบาท
Cost of Debt: ลดลงเหลือ 3.3%
Capex พ.ศ. 2568: เท่ากับ 30,000 ล้านบาท
Dividend per Share: ประกาศไว้ที่ 5.0+ บาทต่อหุ้น
พลิกโฉมธุรกิจ: จาก “รับมือวิกฤต” สู่ “สร้างกล้ามเนื้อธุรกิจ”
ปี พ.ศ. 2568 เป็นปีสำคัญของ SCC โดยมุ่งเน้นการปรับโครงสร้างธุรกิจ เพื่อลดภาระหนี้และเพิ่มความสามารถในการทำกำไรอย่างยั่งยืน
แม้เศรษฐกิจโลกผันผวนและค่าเงินบาทแข็งค่า แต่ SCC ยังรักษากระแสเงินสดและ EBITDA ได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะธุรกิจซีเมนต์และเคมิคอลส์
บริษัทประกาศ “จุดเปลี่ยน” (Inflection Point) ในการพัฒนาธุรกิจ โดยเน้นการลงทุนด้านเทคโนโลยีดิจิทัล (AI), พัฒนาผลิตภัณฑ์ต่ำคาร์บอน และขยายฐานในเวียดนามและอาเซียน
Core Business โตแข็งแกร่ง แม้ตลาดเผชิญวิกฤต
- ธุรกิจซีเมนต์: EBITDA เพิ่มขึ้น 25% จากปีก่อน — เติบโตมากกว่าตลาดทั้งประเทศที่เพิ่มเพียง 2%
- ธุรกิจเคมิคอลส์: Adjusted EBITDA เพิ่มขึ้น 23% จากการบริหารต้นทุนและเน้นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง (HVA)
- ธุรกิจแพคเกจจิ้ง: ยังคงเป็นผู้นำตลาดในเอเชีย
ตัดธุรกิจขาดทุนให้หมด: “ตัดเนื้อร้าย” เพื่อแข็งแกร่งระยะยาว
SCC ประกาศตัดธุรกิจที่ขาดทุน (non-performing assets) ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิรวมลดลงในปี 2568 จาก One-time Loss เท่ากับ 5,300 ล้านบาท
แม้จะดูกระทบต่อผลประกอบการชั่วคราว แต่บริษัทมองว่าเป็น “การตัดเนื้อร้าย” เพื่อสร้างฐานรากธุรกิจที่มั่นคงและยั่งยืน
ปัจจัยขับเคลื่อนหลัก
- Economic growth globally: GDP โต 6% ในปี 2568 → ส่งผลดีต่ออุปสงค์สินค้าเคมีและวัสดุก่อสร้าง
- Overcapacity ในอุตสาหกรรมเคมี: จาก 14 ล้านตัน ในปี 2567 ลดลงเหลือ 9 ล้านตัน ในปี 2568 → อุตสาหกรรมปรับตัวดีขึ้น
- นโยบายรัฐไทย: หากมีเสถียรภาพทางการเมืองและเร่งเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ → ส่งผลดีต่อ Demand ซีเมนต์
- คู่แข่งลดลง: จีนและเกาหลีปิดโรงงานเพิ่มเติม → ลดแรงกดดันการแข่งขัน
- ราคาน้ำมันและวัตถุดิบ: ราคา Propane ต่ำในช่วงปลายปี 2567 → ช่วยลดต้นทุนในโรงงาน LST (เวียดนาม)
ความเสี่ยงสำคัญที่นักลงทุนควรระวัง
- E-Train และ LST ในเวียดนาม: ยังอยู่ระหว่างก่อสร้าง และไม่มีการยืนยันรายได้ในปี 2568
- Margin เคมิคอลส์ยังถูกกดดัน จากภาวะ Overcapacity และความต้องการตลาดที่ลดลง
- ความผันผวนของค่าเงินบาทและราคาน้ำมัน ส่งผลต่อต้นทุนและรายได้
เป้าหมายระยะยาว: เสริมพลังอาเซียน สร้างนวัตกรรมต่ำคาร์บอน
- ระยะสั้น (พ.ศ. 2568): ตัดธุรกิจขาดทุนให้เสร็จสิ้น, รักษา Cash Flow และลดต้นทุนหนี้สิน
- ระยะยาว (พ.ศ. 2569–2570): ขยายฐานในเวียดนามและอาเซียนอย่างมั่นคง, พัฒนาผลิตภัณฑ์ต่ำคาร์บอนและ Smart Materials, ใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
สรุปใจความสำคัญ
SCC พลิกโฉมธุรกิจในปี 2568 จากการตัดธุรกิจขาดทุน และเน้น Core Business ที่เติบโตแข็งแกร่ง โดยเฉพาะซีเมนต์และเคมิคอลส์
EBITDA เพิ่มขึ้น 6%, Cash on Hand เหลือเกิน 50,000 ล้านบาท, และ One-time Loss จากการปรับโครงสร้างสูงถึง 5,300 ล้านบาท
แม้จะเผชิญความไม่แน่นอนในโครงการใหม่และภาวะ Overcapacity ในอุตสาหกรรมเคมี, แต่แนวโน้มระยะยาวถือว่ามั่นคง หากสามารถรักษาความแข็งแกร่งของธุรกิจหลักและเร่งผลักดันโครงการใหม่อย่างต่อเนื่อง