บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
ชโย (CHAYO) ปี 68 รายได้แตะ 2,166 ล้านบาท กำไรขาดทุนสุทธิ 2,052 ล้าน แต่เป้าหมายจัดเก็บหนี้ไม่มีหลักประกันทะลุ 1,000 ล้านในปีนี้
P/E -100.00 YIELD 0.00 ราคา 1.08 (0.00%)
ชโย (CHAYO) ปี 68 รายได้แตะ 2,166 ล้านบาท กำไรขาดทุนสุทธิ 2,052 ล้าน แต่เป้าหมายจัดเก็บหนี้ไม่มีหลักประกันทะลุ 1,000 ล้านในปีนี้
บริษัทชโยกรุ๊ปจำกัด (มหาชน) หรือ CHAYO รายงานผลประกอบการงวดปีบัญชี พ.ศ. 2568 ด้วยรายได้รวมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 2,026 ล้านบาท ในปีก่อนหน้า มาอยู่ที่ 2,166 ล้านบาท หรือเติบโต 6.8% แม้จะขาดทุนสุทธิถึง 2,052 ล้านบาท แต่สะท้อนภาพการปรับโครงสร้างธุรกิจอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการเน้นหนี้ไม่มีหลักประกัน (unsecured NPL) ที่ขยายตัวถึง 99% จากปีก่อน พร้อมมูลค่าพอร์ตหนี้รวม 87,950 ล้านบาท และอัตราส่วนการครอบคลุม (Coverage Ratio) อยู่ที่ ~1.05 ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัยสำหรับบริษัทบริหารหนี้
“รายได้รวมเพิ่มขึ้น 6.8% จาก 2,026 ล้านบาท เป็น 2,166 ล้านบาท แต่ขาดทุนสุทธิ 2,052 ล้านบาทจากสำรอง ECL สูงถึงระดับนี้ เพราะต้องรับมือกับความเสี่ยงหนี้ครัวเรือนและ SME ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง”
กลไกการเติบโตของ CHAYO ในปีนี้มาจากการขยายธุรกิจซื้อหนี้เสียบริหาร (NPL Management) ที่เพิ่มขึ้นจาก 1,825 ล้านบาท เป็น 1,975 ล้านบาท หรือเติบโต 8.23% โดยคิดเป็นสัดส่วนรายได้รวมถึง 91% ของทั้งหมด ส่วนธุรกิจปล่อยสินเชื่อหดตัวจาก 147 ล้านบาท เหลือเพียง 126 ล้านบาท (-14.3%) และธุรกิจติดตามชำระหนี้ลดลงเหลือ 24 ล้านบาท จากเดิม 28 ล้านบาท (-2%) ขณะที่ธุรกิจจัดหาคนงานเติบโตเร็วถึง 25% จาก 28 ล้านบาท เป็น 35 ล้านบาท สะท้อนการกระจายรายได้ในกลุ่มบริการรอง
“หนี้ไม่มีหลักประกันคือหัวใจของกลยุทธ์ ซึ่งมีสัดส่วนรวมถึง 38% ของพอร์ตทั้งหมด และคาดว่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้นอีกในช่วงปลายปี 2568 จากนโยบายรัฐบาลซื้อหนี้เสียออกจากระบบ”
บริษัทวางเป้าหมายการจัดเก็บหนี้ไม่มีหลักประกันไว้ที่ประมาณ 1,000 ล้านบาทต่อปี หรือเฉลี่ย 165–170 ล้านบาทต่อไตรมาส สูงกว่าเป้าหมายในปีก่อนหน้าที่อยู่ที่ 700 ล้านบาท พร้อมลดต้นทุนฟ้องร้องคดีลงอย่างมีนัยสำคัญ และปรับโครงสร้างการบริหารจัดการพอร์ตให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มหนี้ครัวเรือนและ SME ที่มีแนวโน้มหนี้เสียเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนจากข้อมูลตลาดหนี้เสียรวมทั้งประเทศที่อยู่ที่ 521,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 83% ของหนี้ทั้งหมด
“ECL ต่อเดือนในปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 40–50 ล้านบาท รวมทั้งปีไม่เกิน 500 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าช่วงไตรมาสแรกของปีก่อนหน้ามาก แสดงว่าบริษัทเริ่มปรับประมาณการความเสี่ยงให้แม่นยำขึ้น”
ในด้านกลยุทธ์ระยะยาว CHAYO เดินหน้าเจรจากับสถาบันการเงินเพื่อซื้อหนี้ใหม่ โดยเฉพาะหนี้ไม่มีหลักประกัน และมีแผนจัดทำบัญชีรับจ่ายสำหรับ NPA มูลค่าหลักหมื่นล้านบาท พร้อมวางหลักหมุดและแบ่งเขตพื้นที่แล้ว โดยการโอนกรรมสิทธิ์คาดว่าจะเกิดขึ้นในไตรมาสที่ 3–4 หากเศรษฐกิจอสังหาริมทรัพย์ฟื้นตัวตามที่คาดไว้ นอกจากนี้ บริษัทไม่มีแผนออกหุ้นกู้ในปีนี้ แต่ยังคงเจรจากับสถาบันการเงินเพื่อขอสินเชื่อเพื่อซื้อหนี้ใหม่
“เป้าหมายกำไรในปี 2569 คือไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท แม้รายได้อาจลดลงเล็กน้อย แต่ยอดจัดเก็บหนี้จะคงที่อยู่ที่ 55–60 ล้านบาทต่อไตรมาส”
เจาะประเด็นร้อน (Q&A)
- รายได้รวมปี 2568 เท่ากับเท่าใด? 2,166 ล้านบาท
- กำไรขาดทุนสุทธิอยู่ที่เท่าใด? 2,052 ล้านบาท (จากสำรอง ECL)
- ธุรกิจซื้อหนี้เสียบริหารมีรายได้เท่าใดในปีนี้? 1,975 ล้านบาท (+8.23% จากปีก่อน)
- สัดส่วนรายได้จากธุรกิจซื้อหนี้เสียบริหารเป็นเท่าใด? 91%
- มูลค่าพอร์ตหนี้รวม (AUM) อยู่ที่เท่าใด? 87,950 ล้านบาท
- อัตราส่วนการครอบคลุม (Coverage Ratio) เท่ากับเท่าใด? ~1.05
- เป้าหมายจัดเก็บหนี้ไม่มีหลักประกันในปีนี้คือเท่าใด? 1,000 ล้านบาทต่อปี (เฉลี่ย 165–170 ล้านบาท/ไตรมาส)
- ECL ต่อเดือนในปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่เท่าใด? 40–50 ล้านบาท
- เป้าหมายกำไรสุทธิในปี 2569 คือเท่าใด? ไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท
- ยอดจัดเก็บหนี้เฉลี่ยต่อไตรมาสในปี 2569 จะอยู่ที่เท่าใด? 55–60 ล้านบาท
- หนี้ครัวเรือนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในช่วงใดของปี 2569? คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในช่วงกลางปี โดยเฉพาะหลังเหตุการณ์เศรษฐกิจใหญ่เดือนกรกฎาคม
- แผนโอนกรรมสิทธิ์ NPA มูลค่าหลักหมื่นล้านบาทจะเกิดขึ้นเมื่อใด? คาดว่าในไตรมาสที่ 3–4 หากเศรษฐกิจอสังหาริมทรัพย์ดีขึ้น
แม้ปี 2568 จะปิดตัวด้วยขาดทุนสูง แต่ CHAYO กลับแสดงให้เห็นถึงความชัดเจนในกลยุทธ์การเติบโต โดยเฉพาะการเข้าสู่ตลาดหนี้ไม่มีหลักประกันที่มีศักยภาพสูง และเตรียมรับมือกับนโยบายรัฐบาลซื้อหนี้เสียในปี 2569 อย่างเต็มตัว ทำให้โอกาสในการฟื้นตัวทางกำไรในปีถัดไปดูมีความเป็นไปได้สูง