บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
THREL ปี 2568: ปรับพอร์ตโฟลิโอ ลด Combined Ratio เหลือ 99.8% พร้อมเป้าหมายกำไรคุณภาพในระยะยาว
P/E -100.00 YIELD 0.00 ราคา 1.02 (0.00%)
THREL ปี 2568: ปรับพอร์ตโฟลิโอ ลด Combined Ratio เหลือ 99.8% พร้อมเป้าหมายกำไรคุณภาพในระยะยาว
บริษัทไทยรีประกันชีวิตจำกัด(มหาชน) หรือ THREL โชว์ฟอร์มการดำเนินงานในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ด้วยการปรับโครงสร้างพอร์ตโฟลิโออย่างมีกลยุทธ์ โดยเฉพาะการลดสัดส่วนธุรกิจประกันสุขภาพเดี่ยวที่เกี่ยวข้องกับอัตราการเจริญเติบโตของค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ (medical inflation) อย่างชัดเจน ส่งผลให้รายได้รวมในปีดังกล่าวแตะระดับ 4,441 ล้านบาท และ Combined Ratio ปรับตัวลดลงจาก 100.8% ในปีก่อนหน้า เหลือเพียง 99.8% ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจาก “การเติบโตด้านปริมาณเบี้ยประกันภัย” มาสู่ “การเติบโตด้านคุณภาพธุรกิจ” อย่างแท้จริง
"การลด Combined Ratio จาก 100.8% เหลือ 99.8% ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่คือการวางรากฐานความมั่นคงทางการเงินที่แข็งแกร่งกว่าเดิม"
กลยุทธ์ดังกล่าวเกิดจากหลายปัจจัยภายใน เช่น การเจรจาปรับเงื่อนไขสัญญาประกันภัยใหม่ การยกเลิกสัญญาบางฉบับ และการปรับโครงสร้างคอมมิชชั่น เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและบริหารความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เคยมีความผันผวนสูงจากภาวะเงินเฟ้อทางการแพทย์ ขณะเดียวกัน บริษัทยังเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับ medical inflation เช่น Critical Illness และ Debt Benefit เพื่อกระจายความเสี่ยงและสร้างแหล่งรายได้ใหม่ในอนาคต
"การใช้มาตรฐานบัญชีประกันภัยฉบับที่ 17 ทำให้ต้องเผชิญกับ Reserve เพิ่มขึ้น 200 ล้านบาท แต่เมื่อรวม CSM และ Reserve เพิ่มเติม ผลตอบแทนที่ถือครอง (Retained Earning) กลับเพิ่มขึ้นเป็น 969 ล้านบาท"
แม้จะมีความผันผวนในไตรมาสแรกจากต้นทุนการตั้ง Reserve สำหรับ New Business จำนวนกว่า 120 ล้านบาท แต่บริษัทสามารถรักษาเสถียรภาพของผลประกอบการได้ด้วยการทยอยรีลิสต์รายได้และบริหารจัดการพอร์ตโฟลิโออย่างมีวินัย โดยเฉพาะในธุรกิจประกันกลุ่ม ที่ยังคงเป็นหัวใจหลักของพอร์ตโฟลิโอ และมีสัดส่วนการบริหารจัดการที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในปี 2568
"การพัฒนาโมเดลธุรกิจใหม่ เช่น Reinsurance และความร่วมมือกับบริษัทประกันชีวิตในภูมิภาคอาเซียน จะเป็นก้าวสำคัญในการขยายตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะอินโดนีเซีย"
ในระยะยาว THREL วางเป้าหมายชัดเจนทั้งในด้านการเงินและกลยุทธ์ โดยเฉพาะการรักษาระดับ Combined Ratio ให้อยู่ต่ำกว่า 95% ในปี 2025–2026 และเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุนให้สูงกว่า 3% พร้อมกับขยายธุรกิจไปยังตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะอินโดนีเซีย ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางหลักของการเติบโตในภูมิภาคอาเซียน นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนพัฒนาโมเดลธุรกิจใหม่ เช่น Reinsurance และการร่วมมือกับบริษัทประกันชีวิตในภูมิภาค เพื่อสร้างความยั่งยืนและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันในระยะยาว
เจาะประเด็นร้อน (Q&A)
- Combined Ratio ลดจาก 100.8% เป็น 99.8% หมายความว่าอย่างไร? หมายถึง บริษัทใช้เงินจ่ายค่าสินไหมและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานน้อยลงเมื่อเทียบกับรายได้ สะท้อนประสิทธิภาพการบริหารจัดการความเสี่ยงและต้นทุน
- ทำไม Retained Earning เพิ่มขึ้นเป็น 969 ล้านบาท ทั้งที่ Reserve เพิ่มขึ้น 200 ล้านบาท? เพราะการใช้มาตรฐานบัญชีฉบับที่ 17 ทำให้มีการเผื่อความเสี่ยงเพิ่มเติม (290 ล้านบาท) และ CSM มูลค่า 795 ล้านบาท ซึ่งช่วยเสริมฐานะทางการเงินระยะยาว
- รายได้รวมในปี 2568 อยู่ที่เท่าใด? 4,441 ล้านบาท ซึ่งเป็นเบี้ยประกันภัยรับที่ใช้ในการคำนวณตามมาตรฐานบัญชีประกันภัยฉบับที่ 17
- ผลตอบแทนจากการลงทุนในปี 2568 เป็นเท่าใด? 3% ซึ่งบริษัทตั้งเป้าเพิ่มขึ้นในระยะถัดไป โดยเน้นการเพิ่มขนาดสินทรัพย์ลงทุนและกระจายความเสี่ยง
- มีแผนขยายธุรกิจต่างประเทศหรือไม่? มี โดยเน้นอินโดนีเซียเป็นศูนย์กลาง และวางแผนร่วมมือกับบริษัทประกันชีวิตในภูมิภาคอาเซียนผ่าน MOU เพื่อพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน
- มีความเสี่ยงอะไรที่ต้องติดตาม? การเปลี่ยนแปลงของอัตราการเจริญเติบโตของค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ในประเทศ ซึ่งอาจกระทบต่อผลประกอบการหากไม่มีการบริหารจัดการที่เหมาะสม