https://aio.panphol.com/assets/images/community/16984_6EEFC5.png

LH ปี 2568 รายได้ 2.9 พันล้าน กำไรสุทธิ 3,716 ล้าน แต่สินค้าคงคลังยังพันล้าน – ต้องปรับกลยุทธ์รับตลาดชะลอตัว

P/E 12.15 YIELD 6.61 ราคา 3.78 (0.00%)

LH ปี 2568 รายได้ 2.9 พันล้าน กำไรสุทธิ 3,716 ล้าน แต่สินค้าคงคลังยังพันล้าน – ต้องปรับกลยุทธ์รับตลาดชะลอตัว

บริษัทแลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH ปิดบัญชีปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ด้วยตัวเลขที่สะท้อนความท้าทายอย่างชัดเจน โดยมีรายได้รวมเท่ากับ 29,988 ล้านบาท กำไรจากการดำเนินงาน (Core Profit) อยู่ที่ 5,806 ล้านบาท และกำไรสุทธิที่ 3,716 ล้านบาท แม้จะมีการเปิดโครงการใหม่เพื่อกระตุ้นยอดขาย แต่กลับไม่สามารถชดเชยยอดขายที่ลดลงได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้สินค้าพร้อมขาย (Unsold Inventory) ยังคงพุ่งสูงถึง 9,800 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าจับตา เพราะหมายถึงการมีอสังหาริมทรัพย์รอขายจำนวนมากในมือ แม้จะอยู่ในช่วงปลายปีที่ตลาดมักฟื้นตัว

“เราไม่ได้ต่อสู้กับคู่แข่งเพียงรายเดียว แต่ต่อสู้กับภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว อัตราดอกเบี้ยที่ยังสูง และความระมัดระวังของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง”

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนภาพรวมของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในปี 2568 ที่เผชิญกับแรงกดดันจากหลายปัจจัยร่วมกัน โดยเฉพาะภาวะเศรษฐกิจมหภาคที่เติบโตต่ำ อัตราหนี้ครัวเรือนที่ยังสูงถึง 87% ของรายได้ครัวเรือน และนโยบายการเงินที่ยังคงเข้มงวด ทำให้ลูกค้ากลัวการผ่อนผัน หรือเลือกชะลอการซื้อที่อยู่อาศัย ขณะเดียวกัน การแข่งขันในตลาดยังรุนแรง โดยเฉพาะในกลุ่มโครงการแนวราบและคอนโดมิเนียมระดับกลาง ที่มีอุปทานล้นตลาดเกินความต้องการ

“เป้าหมายไม่ใช่แค่ขายให้หมด แต่คือขายให้ได้กำไร และไม่ทิ้งสินค้าไว้ในมือจนกลายเป็นภาระ”

อย่างไรก็ตาม LH ยังคงเน้นกลยุทธ์การพัฒนาโครงการคุณภาพสูง และปรับตัวให้เข้ากับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะการเน้นความยั่งยืนและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งสะท้อนในแผนการเปิดโครงการใหม่เพียง 2 โครงการในปี 2569 เพื่อควบคุมสินค้าคงคลัง และไม่เพิ่มภาระทางการเงิน พร้อมตั้งเป้าหมายยอดขายไว้ที่ 15,000 ล้านบาท และยอดโอนที่ 17,000 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นเป้าหมายที่ท้าทาย เพราะต้องเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าทั้งในด้านรายได้และอัตราการโอน

“การเปิดโครงการแค่ 2 แห่งในปีหน้า ไม่ใช่ความกลัว แต่คือการเลือกอย่างมีวินัย”

เจาะประเด็นร้อน (Q&A)

  • ทำไม LH ถึงยังคงสินค้าคงคลัง 9,800 ล้านบาท ทั้งที่เปิดโครงการใหม่? เนื่องจากตลาดยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ และการขายในช่วงไตรมาส 4 ปี 2568 ยังคงชะลอ ทำให้สินค้าบางส่วนยังไม่สามารถโอนได้ตามแผน แม้จะมีการปรับราคาหรือส่งเสริมการขาย
  • เป้าหมายยอดขาย 15,000 ล้านบาท และยอดโอน 17,000 ล้านบาท เป็นไปได้จริงไหม? หากพิจารณาจากอัตราการโอนเฉลี่ยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (ประมาณ 60-70% ของยอดขาย) และต้องการโอน 17,000 ล้านบาท แปลว่าต้องมียอดขายรวมอย่างน้อย 24,000 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่ารายได้ปี 2568 ถึง 30% จึงต้องอาศัยการบริหารจัดการสินค้าคงคลังอย่างเข้มงวด
  • ทำไมไม่มีการตอบคำถามในช่วง Q&A? ผู้บริหารไม่ได้ให้คำตอบต่อคำถามที่มีการตั้งไว้ ทำให้ยากต่อการประเมินความเชื่อมั่นของตลาด และความโปร่งใสในการสื่อสารกับนักลงทุน
  • Core Profit อยู่ที่ 5,806 ล้านบาท แสดงถึงอะไร? สะท้อนว่าธุรกิจหลักยังมีความสามารถทำกำไรได้ดี แม้รายได้จะไม่เติบโตมากนัก โดยเฉพาะจากส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนและรายได้ให้เช่า ซึ่งเป็นตัวช่วยลดความผันผวน

โพสต์ล่าสุด