บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
RAM กำไรทรุด! ไตรมาส 1/69 กำไรสุทธิลดลง 28.8% แม้รายได้รวมโต 96.1%
P/E 7.89 YIELD 0.54 ราคา 18.40 (0.00%)
โรงพยาบาลรามคำแหง (RAM) เผยผลประกอบการไตรมาส 1/2569 รายได้รวมพุ่ง 96.1% แต่กำไรสุทธิกลับลดลง 28.8% ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม
ภาพรวมผลการดำเนินงาน
RAM รายงานรายได้รวมในไตรมาส 1/2569 ที่ 5,454.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 96.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นลดลง 28.8% อยู่ที่ 245.2 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่าการเติบโตของรายได้
วิเคราะห์รายได้และกำไร
รายได้รวมที่เพิ่มขึ้นเป็นผลมาจากการรวมงบการเงินของ THG และ CMH หากไม่รวม THG และ CMH รายได้จากกิจกรรมดำเนินงานจะลดลง 4.1% แต่รายได้จากกิจการโรงพยาบาลยังคงเติบโตได้ 2.7% โดยได้รับการสนับสนุนจากการเติบโตของกลุ่มโรงพยาบาลวิภาราม
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนกิจการโรงพยาบาล ต้นทุนการให้บริการ และค่าใช้จ่ายเพื่อการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นในอัตราสูงกว่าอัตราการเติบโตของรายได้ ส่งผลให้ EBITDA เติบโตในอัตราที่ต่ำกว่ารายได้รวม และกำไรสุทธิลดลง อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อยจาก 23.2% เป็น 22.9% และอัตรากำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทลดลงจาก 11.7% เป็น 4.4%
สินทรัพย์ หนี้สิน และกระแสเงินสด
สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.1% จากสิ้นปี 2568 ในขณะที่หนี้สินรวมลดลง 1.6% จากการชำระคืนเงินกู้ยืมสถาบันการเงิน อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) ลดลงเล็กน้อยจาก 0.60 เท่า เป็น 0.59 เท่า แสดงถึงความแข็งแกร่งของฐานะการเงิน
กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานเป็นบวกจำนวน 770.0 ล้านบาท แต่กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุนและจัดหาเงินเป็นลบ โดยส่วนใหญ่ใช้ไปกับการปรับปรุง/ก่อสร้างอาคารโรงพยาบาล, การซื้อเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ และการชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยเงินกู้ยืม
สรุปและแนวโน้ม
แม้ว่า RAM จะมีรายได้รวมที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด แต่การที่กำไรสุทธิลดลงเป็นสิ่งที่ต้องจับตามอง บริษัทฯ ยังคงต้องเผชิญกับความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น อย่างไรก็ตาม RAM ยังมีโอกาสในการเติบโตในกลุ่มการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) รวมถึงการผสานศักยภาพของเครือข่ายโรงพยาบาลและการพัฒนาศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ (CoE)
บริษัทฯ คาดว่าผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2569 จะปรับตัวดีขึ้นจากปัจจัยฤดูกาล และจะดำเนินกิจกรรมทางการตลาดเชิงรุกในช่วง High Season ในไตรมาส 3 และ 4