SPRIME รายได้ Q2/2566 โต 11% รับอานิสงส์ค่าเช่า-พื้นที่ค้าปลีกเพิ่ม
ทรัสต์ SPRIME โชว์รายได้รวม 140.24 ล้านบาท เติบโต 11.21% YoY แม้ต้นทุนพุ่ง แต่กำไรสุทธิทรงตัว
ทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ เอส ไพรม์ โกรท (SPRIME) รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้จากการลงทุนรวม 140.24 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.21% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากการปรับขึ้นค่าเช่าและการเพิ่มขึ้นของรายได้จากพื้นที่ค้าปลีก แม้ว่าค่าใช้จ่ายรวมจะปรับตัวสูงขึ้น 27.21% และต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่กำไรจากการลงทุนสุทธิยังคงทรงตัวอยู่ที่ 75.31 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.34% สะท้อนถึงความสามารถในการบริหารจัดการท่ามกลางต้นทุนที่สูงขึ้น
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SPRIME ในไตรมาส 2/2566 คือ การเติบโตของรายได้จากการลงทุนที่แข็งแกร่งถึง 11.21% ซึ่งส่วนใหญ่มาจาก การปรับขึ้นค่าเช่าได้สำเร็จในช่วงปีที่ผ่านมา และการรับรู้รายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการเข้าลงทุนในส่วนพื้นที่ค้าปลีก (Suntowers Retail Space) อย่างไรก็ตาม การเติบโตของรายได้นี้ถูกหักล้างด้วย ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 27.21% โดยเฉพาะต้นทุนค่าไฟฟ้า ค่า FT และค่าใช้จ่ายต่อเนื่องจากการปรับปรุงอาคาร รวมถึง ต้นทุนทางการเงินที่พุ่งสูงขึ้น 59.09% จากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยและวงเงินกู้ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรจากการลงทุนสุทธิเติบโตเพียงเล็กน้อย 0.34%
2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้มาจากปัจจัยเชิงบวกในตลาดอสังหาริมทรัพย์ประเภทอาคารสำนักงาน โดยเฉพาะการที่ SPRIME สามารถ ปรับขึ้นค่าเช่าได้ตามกลไกตลาด และการ ขยายการลงทุนในพื้นที่ค้าปลีก ซึ่งมีแนวโน้มการให้เช่าที่ดีขึ้นจากการที่ลูกค้าภายในอาคารขยายพื้นที่และมีลูกค้าใหม่เข้ามาเพิ่ม ส่งผลให้อัตราการเช่าเฉลี่ยอยู่ที่ 84.63% และอัตราค่าเช่าเฉลี่ย 608 บาท/ตารางเมตร/เดือน ในทางกลับกัน ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจาก ต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น เช่น ค่าไฟฟ้าและค่า FT ที่ปรับตัวตามราคาพลังงาน รวมถึง ค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงอาคาร (Renovation) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและยกระดับอาคาร ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่จำเป็นเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน นอกจากนี้ ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น เป็นผลโดยตรงจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย และการที่กองทรัสต์มีการเพิ่มวงเงินกู้เพื่อการลงทุน
3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม แม้ว่าการปรับขึ้นค่าเช่าและการเพิ่มรายได้จากพื้นที่ค้าปลีกจะเป็นปัจจัยบวกที่อาจส่งผลต่อเนื่องได้ แต่การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและต้นทุนทางการเงินเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะสถานการณ์อัตราดอกเบี้ยที่ยังคงมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูง และราคาพลังงานที่อาจผันผวน การปรับปรุงอาคารที่แล้วเสร็จจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและอาจส่งผลดีต่อรายได้ในระยะยาว แต่ในระยะสั้นยังคงมีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องอยู่ ฝ่ายจัดการไม่ได้ให้ข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับแนวโน้มต้นทุนในอนาคต จึงต้องติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจและนโยบายการเงินอย่างใกล้ชิด
Highlight สำคัญ
- รายได้จากการลงทุนรวม 140.24 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.21% YoY จากการปรับขึ้นค่าเช่าและการเพิ่มรายได้จากพื้นที่ค้าปลีก
- ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 27.21% YoY โดยมีสาเหตุหลักจากค่าไฟฟ้า ค่า FT และค่าใช้จ่ายปรับปรุงอาคาร
- ต้นทุนทางการเงินพุ่งสูงขึ้น 59.09% YoY จากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยและวงเงินกู้ที่เพิ่มขึ้น
- กำไรจากการลงทุนสุทธิ 75.31 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.34% YoY ทรงตัวได้ท่ามกลางต้นทุนที่สูงขึ้น
- สินทรัพย์สุทธิจากการดำเนินงานลดลง 37.34% จากรายการกำไรสุทธิจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าเงินลงทุน
ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2566 SPRIME มีรายได้จากการลงทุนรวม 140.24 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.14 ล้านบาท หรือ 11.21% เมื่อเทียบกับ 126.09 ล้านบาทในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการปรับขึ้นค่าเช่าและการเพิ่มขึ้นของรายได้จากพื้นที่ค้าปลีก ขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 64.93 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.89 ล้านบาท หรือ 27.21% จาก 51.04 ล้านบาทในปีก่อน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายจากการใช้ไฟฟ้า ต้นทุนค่า FT และค่าใช้จ่ายจากการปรับปรุงอาคาร ทำให้กำไรจากการลงทุนสุทธิอยู่ที่ 75.31 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.25 ล้านบาท หรือ 0.34% เมื่อเทียบกับ 75.05 ล้านบาทในปีก่อน
โอกาส
- การปรับขึ้นค่าเช่า: ฝ่ายจัดการสามารถปรับขึ้นค่าเช่าได้ในช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อรายได้ในระยะยาว
- การลงทุนในพื้นที่ค้าปลีก: การเข้าลงทุนในส่วนพื้นที่ค้าปลีก (Suntowers Retail Space) ส่งผลให้มีรายได้เพิ่มขึ้น และมีแนวโน้มการให้เช่าที่ดีขึ้น
- การปรับปรุงอาคาร: การปรับปรุงอาคารและระบบต่างๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ จะช่วยรักษาความสามารถในการแข่งขันและดึงดูดผู้เช่าในระยะยาว
ความเสี่ยง
- ต้นทุนค่าไฟฟ้าและค่า FT: การปรับตัวสูงขึ้นของราคาพลังงานส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการดำเนินงาน
- ต้นทุนทางการเงิน: การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินของกองทรัสต์เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
- ค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงอาคาร: แม้จะเป็นการลงทุนเพื่ออนาคต แต่ก็เป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในปัจจุบันและส่งผลต่อกำไร
- ความผันผวนของมูลค่าเงินลงทุน: รายการกำไรสุทธิจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนมีความผันผวนและส่งผลต่อสินทรัพย์สุทธิจากการดำเนินงาน
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- แนวโน้มการปรับขึ้นค่าเช่าในสัญญาเช่าฉบับต่อไป
- ผลกระทบของอัตราดอกเบี้ยต่อต้นทุนทางการเงินในอนาคต
- ความสามารถในการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและค่าสาธารณูปโภค
- ความคืบหน้าและผลตอบรับจากการปรับปรุงอาคาร Suntowers
- การเปลี่ยนแปลงของอัตราการเช่าและอัตราค่าเช่าเฉลี่ยของทรัพย์สินหลัก
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
สำหรับ SPRIME ซึ่งเป็นทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ (REIT) ที่เน้นอาคารสำนักงานเป็นหลัก ปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณาคือ อัตราการเช่า (Occupancy Rate) และ อัตราค่าเช่าเฉลี่ย (Average Rental Rate) ในไตรมาส 2/2566 อัตราการเช่าเฉลี่ยอยู่ที่ 84.63% และอัตราค่าเช่าเฉลี่ย 608 บาท/ตารางเมตร/เดือน ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าสถานการณ์การให้เช่าอยู่ในทิศทางที่ดีขึ้นจากการที่ลูกค้าภายในอาคารขยายพื้นที่และมีลูกค้าใหม่เข้ามา การเติบโตของรายได้ 11.21% สะท้อนถึงความสำเร็จในการปรับขึ้นค่าเช่าและผลจากการลงทุนในพื้นที่ค้าปลีก อย่างไรก็ตาม ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ทั้งต้นทุนการให้บริการ (ค่าไฟฟ้า, ค่า FT) และต้นทุนทางการเงิน เป็นปัจจัยกดดันที่สำคัญ
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง แต่มีการกล่าวถึงการเพิ่มวงเงินกู้จำนวน 213 ล้านบาท เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2565 ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ มีการระบุถึง "การลดลงในสินทรัพย์สุทธิจากการดำเนินงาน เท่ากับ 45.26 ล้านบาท จากรายการกำไรสุทธิจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุน" ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความผันผวนของมูลค่าสินทรัพย์ที่อาจเกิดขึ้นได้
สรุปท้าย
SPRIME ในไตรมาส 2/2566 สามารถสร้างการเติบโตของรายได้จากการลงทุนได้ถึง 11.21% จากการปรับขึ้นค่าเช่าและผลบวกจากการลงทุนในพื้นที่ค้าปลีก อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของต้นทุนการดำเนินงานและต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญได้กดดันให้กำไรสุทธิเติบโตเพียงเล็กน้อยที่ 0.34% แม้ว่าจะมีโอกาสจากการบริหารจัดการค่าเช่าและพื้นที่ แต่ความเสี่ยงจากต้นทุนที่ผันผวนและอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป