SWC กำไรสุทธิ 6 เดือนแรกปี 66 โต 26.48% รับแรงหนุนธุรกิจเคมีเคหะภัณฑ์-อาหารและเครื่องดื่ม
รายได้รวมโต 2.99% ฝ่ายจัดการเน้นกลยุทธ์กระจายสินค้า-โปรโมชั่น-พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่
บริษัท เชอร์วู้ด คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SWC รายงานผลประกอบการงวด 6 เดือนแรกปี 2566 มีกำไรสุทธิ 35.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.48% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากรายได้จากการขายที่เติบโต 2.99% จากการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายและกิจกรรมส่งเสริมการขายในกลุ่มเคมีเคหะภัณฑ์ รวมถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องของธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่
1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ SWC ในงวด 6 เดือนแรกปี 2566 คือ การเติบโตของรายได้จากการขายที่แข็งแกร่งในกลุ่มธุรกิจเคมีเคหะภัณฑ์และธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 26.48% หรือ 6.92 ล้านบาท เป็น 33.07 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการขายรวมเพิ่มขึ้น 2.99% เป็น 875.82 ล้านบาท
2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้มาจากหลายปัจจัยสำคัญ ดังนี้:
- กลุ่มเคมีเคหะภัณฑ์: การกระจายสินค้าที่ครอบคลุมร้านค้าทั่วประเทศมากขึ้น การจัดเรียงและการมองเห็นสินค้าที่ดีขึ้นในทุกช่องทาง รวมถึงกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่ที่รายได้เติบโตถึง 31.41% และช่องทางอุตสาหกรรมที่เติบโต 6.98% จากสินค้ากลุ่มราดพื้นป้องกันปลวก
- กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม:
- ธุรกิจถั่ว (แบรนด์ ‘มารูโจ้’): รายได้เติบโตโดดเด่นถึง 83.31% จากการปรับปรุงระบบการกระจายสินค้าทั่วประเทศ ทำให้กระจายสินค้าได้มากขึ้น และรายได้ตลาดส่งออกเพิ่มขึ้น 75.21%
- ธุรกิจนม (แบรนด์ ‘ฮอกไกโด’): รายได้เติบโต 5.89% จากการเพิ่มช่องทางจัดจำหน่ายและการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่
- ธุรกิจเครื่องดื่ม (แบรนด์ ‘ซุปเปอร์ไฟต์’): แม้รายได้ในประเทศจะลดลง 58.12% จากการปรับราคาเพื่อแข่งขัน แต่รายได้ตลาดส่งออกกลับเติบโตสูงถึง 381.44% จากการขยายการกระจายสินค้าและกิจกรรมส่งเสริมการขาย
นอกจากนี้ บริษัทมีการบริหารจัดการต้นทุนขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยต้นทุนขายลดลงจาก 65.48% เป็น 64.78% ของยอดขาย เนื่องจากมีการปรับราคาขายและมุ่งเน้นสินค้าที่มีอัตรากำไรสูง ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 12.66% จากการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ดี
3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
มีโอกาสต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มที่บริษัทมีการปรับรูปแบบการกระจายสินค้า พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง และขยายตลาดส่งออก ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่คาดว่าจะส่งผลดีต่อรายได้ในอนาคต อย่างไรก็ตาม การแข่งขันในตลาดเครื่องดื่มในประเทศที่นำไปสู่การปรับราคาอาจเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม ส่วนกลุ่มเคมีเคหะภัณฑ์ การรักษาประสิทธิภาพการจัดจำหน่ายและการส่งเสริมการขายจะเป็นกุญแจสำคัญ
Highlight สำคัญ
- กำไรสุทธิ 6 เดือนแรกปี 2566: 35.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.48% YoY
- รายได้จากการขาย 6 เดือนแรกปี 2566: 875.82 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.99% YoY
- ธุรกิจเคมีเคหะภัณฑ์: เติบโตจากการขยายช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่ (+31.41%) และช่องทางอุตสาหกรรม (+6.98%)
- ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม: ธุรกิจถั่ว ‘มารูโจ้’ โตแรง (+83.31%) ธุรกิจนม ‘ฮอกไกโด’ โตต่อเนื่อง (+5.89%) และธุรกิจเครื่องดื่ม ‘ซุปเปอร์ไฟต์’ โตในตลาดส่งออก (+381.44%)
- ต้นทุนขาย: ลดลงเป็น 64.78% ของยอดขาย จากการปรับราคาและเน้นสินค้ากำไรสูง
- ค่าใช้จ่ายบริหาร: ลดลง 12.66% YoY จากการควบคุมค่าใช้จ่าย
ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดหกเดือน สิ้นสุด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทมีกำไรสุทธิ 35.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.92 ล้านบาท หรือ 26.48% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 26.15 ล้านบาท รายได้จากการขายรวมอยู่ที่ 875.82 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.42 ล้านบาท หรือ 2.99% โดยมีต้นทุนขายลดลงเมื่อเทียบกับยอดขาย ทำให้ความสามารถในการทำกำไรดีขึ้น แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายจะเพิ่มขึ้น 10.78% จากการโฆษณาและการตลาดที่เข้มข้นขึ้น แต่ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 12.66%
โอกาส
- การขยายช่องทางการจัดจำหน่าย: การเข้าถึงร้านค้าทั่วประเทศที่มากขึ้นในกลุ่มเคมีเคหะภัณฑ์และอาหารและเครื่องดื่ม
- การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่: การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น "ซุปเปอร์ไฟต์พลัสซี" เพื่อเพิ่มทางเลือกและขยายฐานลูกค้า
- การเติบโตในตลาดส่งออก: โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ที่มีอัตราการเติบโตสูงในตลาดต่างประเทศ
- การปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงาน: การบริหารจัดการต้นทุนการผลิตและต้นทุนขายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ความเสี่ยง
- การแข่งขันในตลาด: โดยเฉพาะในธุรกิจเครื่องดื่ม ที่อาจส่งผลต่อการปรับราคาขายและอัตรากำไร
- การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค: ที่อาจส่งผลต่อความต้องการสินค้าในแต่ละกลุ่ม
- ต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน: แม้ปัจจุบันจะมีการบริหารจัดการที่ดี แต่ความผันผวนของต้นทุนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง
- ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน: แม้จะมีรายได้จากการส่งออกเพิ่มขึ้น แต่ความผันผวนของค่าเงินอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการได้
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- แนวโน้มการเติบโตของรายได้ในกลุ่มเคมีเคหะภัณฑ์ โดยเฉพาะช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่
- ผลตอบรับและการเติบโตของผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม
- ความสามารถในการรักษาอัตรากำไรท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงในบางกลุ่มสินค้า
- การขยายตลาดส่งออกในธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม และผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน
- การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับกิจกรรมทางการตลาด
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
- Utilization & Order Book: เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับ utilization rate หรือ order book โดยตรง แต่การเติบโตของรายได้ในกลุ่มเคมีเคหะภัณฑ์ โดยเฉพาะช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่ (+31.41%) และช่องทางอุตสาหกรรม (+6.98%) บ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นหรือการตอบสนองต่อคำสั่งซื้อได้ดี
- ราคาวัตถุดิบ: ไม่ได้ระบุถึงราคาวัตถุดิบโดยตรง แต่การที่ต้นทุนขายลดลงเมื่อเทียบกับยอดขาย (จาก 65.48% เป็น 64.78%) และการที่บริษัทมุ่งเน้นขายสินค้าที่มีอัตรากำไรสูง บ่งชี้ถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่ดี หรืออาจเป็นผลจากการปรับราคาขายที่สูงขึ้น
- GPM (Gross Profit Margin): แม้ไม่ได้ระบุ GPM โดยตรง แต่การที่ต้นทุนขายลดลงเมื่อเทียบกับยอดขาย และการเน้นสินค้ากำไรสูง บ่งชี้ถึงแนวโน้ม GPM ที่ดีขึ้น
- การส่งออก: มีการเติบโตที่โดดเด่นในตลาดส่งออกของธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม โดยเฉพาะธุรกิจถั่ว ‘มารูโจ้’ (+75.21%) และธุรกิจเครื่องดื่ม ‘ซุปเปอร์ไฟต์’ (+381.44%)
- ค่าเงิน: ไม่ได้มีการกล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนโดยตรง แต่การเติบโตของรายได้ส่งออกอาจมีความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงิน
- สินค้าคงคลัง: ไม่ได้มีการระบุข้อมูลสินค้าคงคลัง
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
- สินทรัพย์รวม: ณ 30 มิ.ย. 2566 อยู่ที่ 1,308.87 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.77% จากสิ้นปี 2565 โดยหลักจากลูกหนี้การค้าและอุปกรณ์เพื่อรองรับธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม
- หนี้สินรวม: ณ 30 มิ.ย. 2566 อยู่ที่ 666.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.33% จากสิ้นปี 2565 โดยหลักจากเงินกู้ยืมระยะสั้นและภาษีเงินได้ค้างจ่าย
- ส่วนของผู้ถือหุ้น: ณ 30 มิ.ย. 2566 อยู่ที่ 642.08 ล้านบาท ลดลง 10.75% จากสิ้นปี 2565 เนื่องจากการจ่ายปันผล
- กระแสเงินสด: เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน หรือการจัดหาเงิน
สรุปท้าย
SWC โชว์ผลประกอบการ 6 เดือนแรกปี 2566 เติบโตอย่างน่าพอใจ โดยมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 26.48% จากการขับเคลื่อนของรายได้ที่เติบโต 2.99% เป็นผลจากกลยุทธ์การขยายช่องทางการจัดจำหน่าย การส่งเสริมการขาย และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มเคมีเคหะภัณฑ์และอาหารและเครื่องดื่ม โดยเฉพาะการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในตลาดส่งออกของธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม แม้จะมีค่าใช้จ่ายด้านการตลาดที่เพิ่มขึ้น แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาการแข่งขันในตลาดเครื่องดื่ม และความผันผวนของต้นทุนและอัตราแลกเปลี่ยน เพื่อประเมินโอกาสและความเสี่ยงในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง