THANA Q2/2566 กำไรสุทธิวูบ 95% โอนบ้านโครงการหลักใกล้จบ-กำไรน้อยฉุดรายได้
รายได้-กำไรหดตัวตามการโอนโครงการหลักใกล้ปิดเฟส ขณะที่ฝ่ายจัดการเร่งเปิดโครงการใหม่เพื่อสร้างการเติบโตระยะยาว
บริษัท ธนาสิริ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ THANA รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ 0.6 ล้านบาท ลดลง 13.4 ล้านบาท หรือ 95.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้การโอนบ้านในโครงการ "ธนาฮาบิแทต กรู๊ฟ ปิ่นเกล้า – สิรินธร" ซึ่งเป็นโครงการที่มีอัตรากำไรขั้นต้นค่อนข้างสูงใกล้ปิดโครงการแล้ว และการเร่งขายบ้านในโครงการปัจจุบันที่มีอัตรากำไรขั้นต้นค่อนข้างน้อย ส่งผลให้ภาพรวมอัตรากำไรขั้นต้นลดลง
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ THANA ในไตรมาส 2 ปี 2566 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก การลดลงของรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ในโครงการ "ธนาฮาบิแทต กรู๊ฟ ปิ่นเกล้า – สิรินธร" ซึ่งเป็นโครงการที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง และใกล้จะปิดโครงการแล้ว ประกอบกับการที่บริษัทต้องเร่งระบายสต็อกบ้านในโครงการปัจจุบัน ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นค่อนข้างน้อยกว่า เพื่อบริหารจัดการต้นทุนและกระแสเงินสด
2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
โครงการ "ธนาฮาบิแทต กรู๊ฟ ปิ่นเกล้า – สิรินธร" เป็นโครงการที่บริษัทเน้นการออกแบบและพัฒนาโดยใช้หลักการ Value Engineering, Zero Waste และการสรรหาวัสดุที่เหมาะสม ทำให้มีอัตรากำไรขั้นต้นที่ค่อนข้างสูง แต่เมื่อโครงการใกล้ปิดการขาย ยอดโอนกรรมสิทธิ์จึงลดลงตามธรรมชาติ ในขณะเดียวกัน บริษัทได้เร่งการขายบ้านในโครงการปัจจุบัน ซึ่งอาจมีอัตรากำไรขั้นต้นที่น้อยกว่า เพื่อสร้างยอดขายและรับรู้รายได้ให้ได้ตามเป้าหมาย ส่งผลให้ภาพรวมอัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทลดลงจาก 29.6% ในไตรมาส 2 ปี 2565 เหลือ 19.7% ในไตรมาส 2 ปี 2566
นอกจากนี้ ยอดจองซื้อใหม่ในไตรมาส 2 ปี 2566 อยู่ที่ 308 ล้านบาท ลดลง 68 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากโครงการ "ธนาฮาบิแทต กรู๊ฟ ปิ่นเกล้า – สิรินธร" ได้รับการตอบรับที่ดีมากในช่วงก่อนหน้า และใกล้ปิดโครงการแล้ว ขณะที่โครงการใหม่ "ธนาวิลเลจ 3 วงแหวน ปิ่นเกล้า-ศรีรัช" ที่เปิดตัวไปเมื่อปลายปี 2565 มียอดจองซื้อจริงน้อยกว่าแผนงานที่วางไว้ ส่งผลให้ยอด Backlog ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2566 อยู่ที่ 156 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
มีโอกาสที่จะเป็นลักษณะครั้งคราว แต่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากปัจจัยหลักที่กดดันผลประกอบการในไตรมาสนี้คือการใกล้ปิดโครงการที่มีกำไรสูง ซึ่งเป็นวัฏจักรปกติของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ อย่างไรก็ตาม การที่ยอดจองซื้อใหม่ในโครงการใหม่ยังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย อาจส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไรในระยะถัดไป บริษัทได้มีการเปิดตัวโครงการใหม่ "อนาบูกิ ธนาฮาบิแทต ราชพฤกษ์" ซึ่งเป็นโครงการร่วมทุนกับกลุ่มอนาบูกิจากญี่ปุ่น ที่มียอดจองซื้อที่ดีขึ้น และคาดว่าจะช่วยหนุนรายได้ในอนาคต แต่ก็ยังต้องจับตาดูการตอบรับของโครงการใหม่ๆ และความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและราคาขายให้สามารถรักษาระดับอัตรากำไรที่ดีได้
Highlight สำคัญ
- กำไรสุทธิลดลง 95.7% YoY: อยู่ที่ 0.6 ล้านบาท จาก 14 ล้านบาทในปีก่อน เนื่องจากรายได้จากการโอนบ้านในโครงการ "ธนาฮาบิแทต กรู๊ฟ ปิ่นเกล้า – สิรินธร" ที่มีกำไรสูงใกล้ปิดโครงการแล้ว และการเร่งขายโครงการปัจจุบันที่มีกำไรน้อยกว่า
- รายได้จากการขายลดลง 45% YoY: อยู่ที่ 117 ล้านบาท จาก 162 ล้านบาทในปีก่อน โดยหลักมาจากโครงการ "ธนาฮาบิแทต กรู๊ฟ ปิ่นเกล้า-สิรินธร" ที่ใกล้ปิดโครงการ
- อัตรากำไรขั้นต้นลดลง: อยู่ที่ 19.7% จาก 29.6% ในปีก่อน สาเหตุหลักมาจากส่วนผสมของโครงการที่โอนกรรมสิทธิ์
- ยอดจองซื้อใหม่ลดลง 18.1% YoY: อยู่ที่ 308 ล้านบาท จาก 376 ล้านบาทในปีก่อน โดยโครงการใหม่ "ธนาวิลเลจ 3 วงแหวน ปิ่นเกล้า-ศรีรัช" มียอดจองน้อยกว่าแผน
- Backlog ลดลง 66.3% YoY: อยู่ที่ 156 ล้านบาท จาก 463 ล้านบาทในปีก่อน เนื่องจากมีการเร่งโอนกรรมสิทธิ์เพื่อรับรู้รายได้
- รายได้อื่นเพิ่มขึ้น: อยู่ที่ 5 ล้านบาท จาก 2 ล้านบาทในปีก่อน มาจากรายได้ค่าบริหารจัดการโครงการของบริษัทในเครือและกิจการร่วมค้า
- ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 21.7% YoY: อยู่ที่ 28 ล้านบาท จาก 22 ล้านบาทในปีก่อน เพื่อเสริมทีมบริหารและพนักงานรองรับการเติบโตในอนาคต
ภาพรวมผลประกอบการ
งวด 3 เดือน (Q2/2566): บริษัทมีรายได้จากการขาย 117 ล้านบาท ลดลง 45 ล้านบาท (45%) เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (Q2/2565) ที่มีรายได้ 162 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการโอนบ้านในโครงการ "ธนาฮาบิแทต กรู๊ฟ ปิ่นเกล้า – สิรินธร" ที่ใกล้ปิดโครงการแล้ว ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 25 ล้านบาท (52.1%) มาอยู่ที่ 23 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 29.6% เหลือ 19.7% ขณะที่รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 3 ล้านบาท จาก 2 ล้านบาท เป็น 5 ล้านบาท จากรายได้ค่าบริหารจัดการโครงการ ส่วนแบ่งกำไรจากการร่วมค้าเพิ่มขึ้น 1 ล้านบาท เป็น 4 ล้านบาท แต่เมื่อหักค่าใช้จ่ายต่างๆ แล้ว กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 13.4 ล้านบาท (95.7%) จาก 14 ล้านบาท เหลือเพียง 0.6 ล้านบาท
งวด 6 เดือน (1H/2566): บริษัทมีรายได้จากการขาย 320 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12 ล้านบาท (3.9%) เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (1H/2565) ที่มีรายได้ 308 ล้านบาท โดยรายได้ส่วนใหญ่มาจากการโอนบ้านในโครงการ "ธนาฮาบิแทต กรู๊ฟ ปิ่นเกล้า – สิรินธร" และโครงการร่วมทุน "อนาบูกิ ธนาฮาบิแทต ราชพฤกษ์" อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อย 0.6% จาก 30.8% เหลือ 30.2% เนื่องจากส่วนผสมของโครงการที่รับรู้รายได้ ในขณะที่รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 13 ล้านบาท จาก 6 ล้านบาท เป็น 19 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากรายได้ครั้งเดียวจากการให้ค้ำประกันวงเงินกู้ ส่วนแบ่งกำไรจากการร่วมค้าเพิ่มขึ้น 2 ล้านบาท เป็น 10 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่เพิ่มขึ้น 9 ล้านบาท (29%) จาก 30.7 ล้านบาท เป็น 40 ล้านบาท
โอกาส
- การเปิดตัวโครงการใหม่: บริษัทมีการเปิดตัวโครงการใหม่ "อนาบูกิ ธนาฮาบิแทต ราชพฤกษ์" ซึ่งเป็นโครงการร่วมทุนกับกลุ่มอนาบูกิจากญี่ปุ่น ที่ได้รับผลตอบรับที่ดี และคาดว่าจะช่วยหนุนรายได้ในอนาคต
- การบริหารจัดการต้นทุน: ฝ่ายจัดการเน้นการออกแบบและพัฒนาโครงการโดยใช้หลักการ Value Engineering, Zero Waste และการสรรหาวัสดุที่เหมาะสม เพื่อควบคุมต้นทุนและรักษาอัตรากำไร
- การให้บริการบริหารจัดการโครงการ: รายได้จากการให้บริการบริหารจัดการโครงการของบริษัทในเครือและกิจการร่วมค้ามีแนวโน้มเติบโตขึ้น ซึ่งเป็นอีกช่องทางในการสร้างรายได้
ความเสี่ยง
- การแข่งขันในตลาดอสังหาริมทรัพย์: ตลาดอสังหาริมทรัพย์มีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ประกอบการรายเดิมและรายใหม่ ซึ่งอาจส่งผลต่อยอดขายและราคาขาย
- ความผันผวนของเศรษฐกิจและกำลังซื้อ: ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ลดลง อาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจซื้ออสังหาริมทรัพย์
- การเปิดตัวโครงการใหม่ที่อาจไม่เป็นไปตามเป้า: โครงการ "ธนาวิลเลจ 3 วงแหวน ปิ่นเกล้า-ศรีรัช" มียอดจองซื้อจริงน้อยกว่าแผนงานที่วางไว้ ซึ่งอาจส่งผลต่อรายได้และกำไรในอนาคต
- การบริหารจัดการ Backlog: ยอด Backlog ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งต้องติดตามการสร้างยอดขายใหม่เพื่อทดแทน
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- ยอดขายโครงการใหม่: การตอบรับของโครงการ "อนาบูกิ ธนาฮาบิแทต ราชพฤกษ์" และโครงการใหม่ที่จะเปิดตัวในอนาคต
- การบริหารจัดการต้นทุนและอัตรากำไร: ความสามารถในการรักษาอัตรากำไรขั้นต้นท่ามกลางสภาวะตลาดที่ท้าทาย
- แผนการเปิดโครงการใหม่: การพัฒนาและเปิดตัวโครงการใหม่เพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว
- การบริหารกระแสเงินสด: การบริหารจัดการกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน และการจัดหาเงิน เพื่อรองรับการพัฒนาโครงการ
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
- การโอนกรรมสิทธิ์: รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ลดลงอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาสนี้ เนื่องจากโครงการหลักที่มีกำไรสูงอย่าง "ธนาฮาบิแทต กรู๊ฟ ปิ่นเกล้า – สิรินธร" ใกล้ปิดโครงการแล้ว ทำให้รายได้ส่วนใหญ่มาจากโครงการที่อัตรากำไรน้อยกว่า
- ยอดจองซื้อ (Presale): ยอดจองซื้อใหม่ลดลง โดยเฉพาะในโครงการใหม่ที่เปิดตัวไป ซึ่งสะท้อนถึงความท้าทายในการสร้างยอดขายในสภาวะตลาดปัจจุบัน
- Backlog: ยอด Backlog ลดลงอย่างมาก สะท้อนถึงการเร่งโอนกรรมสิทธิ์เพื่อรับรู้รายได้ และการที่ยอดขายใหม่ยังไม่สามารถทดแทนได้อย่างเต็มที่
- อัตรากำไรขั้นต้น: อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างชัดเจน เนื่องจากส่วนผสมของโครงการที่รับรู้รายได้เปลี่ยนไป
- ต้นทุนการขายและบริหาร: ต้นทุนในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับรายได้ เพื่อกระตุ้นยอดขาย ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
- สินทรัพย์รวม: ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2566 สินทรัพย์รวมอยู่ที่ 1,125 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22 ล้านบาท จากสิ้นปีก่อน โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง 23 ล้านบาท เนื่องจากกระแสเงินสดสุทธิจากการดำเนินงาน
- หนี้สินรวม: หนี้สินรวมอยู่ที่ 559 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4 ล้านบาท จากสิ้นปีก่อน โดยมีหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
- ส่วนของผู้ถือหุ้น: ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 566 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18 ล้านบาท จากสิ้นปีก่อน โดยมีกำไรสะสมเพิ่มขึ้น 20 ล้านบาท จากกำไรสุทธิในครึ่งปีแรก
- อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio): อยู่ที่ 1.0 เท่า ดีขึ้นจาก 0.89 เท่าในปีที่แล้ว และยังคงต่ำกว่าเกณฑ์ที่สถาบันการเงินกำหนด
- กระแสเงินสด: กระแสเงินสดสุทธิจากการดำเนินงานลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 175.6 ล้านบาท ในปีก่อน เหลือ 33 ล้านบาทในไตรมาสนี้ เนื่องจากเงินสดรับจากการขายโครงการเดิมลดลง และการลงทุนในโครงการใหม่ ขณะที่กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงินสูงขึ้นจากการชำระคืนเงินกู้ยืมและจ่ายดอกเบี้ย
สรุปท้าย
THANA เผชิญความท้าทายในไตรมาส 2 ปี 2566 จากการที่โครงการหลักที่มีกำไรสูงใกล้ปิดโครงการ ส่งผลให้รายได้และกำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าบริษัทจะมีการเปิดตัวโครงการใหม่และมีรายได้อื่นเข้ามาเสริม แต่ยอดขายโครงการใหม่ยังไม่เป็นไปตามเป้า และ Backlog ลดลงอย่างมาก ทำให้ต้องจับตาการบริหารจัดการต้นทุน การสร้างยอดขายใหม่ และการเปิดตัวโครงการในอนาคต เพื่อฟื้นฟูกำไรให้กลับมาเติบโตได้อย่างยั่งยืน