เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
THG กำไรสุทธิ Q2/66 ดิ่ง 63% รับรายได้หด-ต้นทุนพุ่ง
ข่าวสาร

THG กำไรสุทธิ Q2/66 ดิ่ง 63% รับรายได้หด-ต้นทุนพุ่ง

THG P/E 120.32 YIELD 1.89
1 ชั่วโมง 08:37 น. 0 ความเห็น

รายได้รวมวูบ 5.9% สวนทางต้นทุนการเงินพุ่งสูง เหตุดอกเบี้ยขาขึ้น-ลงทุนขยายธุรกิจ

บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ THG รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 152 ล้านบาท ลดลง 63.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 412 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้รวมที่ลดลง 5.9% เป็น 2,515 ล้านบาท ประกอบกับต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

กลุ่มธุรกิจ: บริการ

หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ THG ในไตรมาส 2/2566 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ การลดลงของรายได้รวม และการเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงิน

1) หัวใจคืออะไร

หัวใจหลักของผลประกอบการที่ลดลงในไตรมาส 2/2566 คือ กำไรสุทธิที่ลดลง 63.1% YoY เป็น 152 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจาก รายได้รวมที่ลดลง 5.9% YoY เป็น 2,515 ล้านบาท และ ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 53.4% YoY เป็น 112 ล้านบาท

2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

  • รายได้รวมลดลง: สาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้จากธุรกิจการบริบาลผู้ป่วยและเครื่องมือแพทย์ ซึ่งลดลงถึง 62.6% YoY เป็น 91 ล้านบาท เนื่องจากการชะลอตัวของการโอนห้องพักอาศัยในโครงการจิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้ โดยในไตรมาสนี้มีการโอนเพียง 4 ห้อง เทียบกับ 32 ห้องในปีก่อน แม้ว่ารายได้จากธุรกิจให้บริการทางการแพทย์จะยังคงเติบโตเล็กน้อย 0.1% YoY เป็น 2,421 ล้านบาท และโรงพยาบาลธนบุรี ตรัง ที่เข้ามาเป็นบริษัทย่อยสามารถชดเชยรายได้ COVID-19 ที่หายไปได้ แต่ก็ไม่สามารถชดเชยการลดลงของรายได้จากธุรกิจการบริบาลผู้ป่วยได้ทั้งหมด
  • ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น: ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 53.4% YoY เป็น 112 ล้านบาท เนื่องจากอัตราดอกเบี้ย MLR ปรับตัวสูงขึ้นจาก 5.25% เป็น 6.8% ประกอบกับการที่บริษัทมีการลงทุนเพื่อขยายธุรกิจทั้งภายในและภายนอก เช่น การก่อสร้างอาคารใหม่ การควบรวมกิจการ ทำให้มีภาระหนี้จากเงินกู้ยืมเพิ่มขึ้น

3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่

มีโอกาสต่อเนื่อง โดยเฉพาะในส่วนของต้นทุนทางการเงิน เนื่องจากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยยังคงมีทิศทางปรับตัวสูงขึ้นตามนโยบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย และบริษัทมีแผนการลงทุนเพื่อขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เช่น การสร้างโรงพยาบาลธนบุรีรังสิต และการลงทุนในเวียดนาม ซึ่งจะส่งผลให้ภาระหนี้และต้นทุนทางการเงินยังคงอยู่ในระดับสูง

สำหรับรายได้ คาดว่าจะเริ่มเห็นการฟื้นตัวในครึ่งปีหลัง จากการเข้าสู่ไฮซีซั่นของธุรกิจโรงพยาบาลในช่วงไตรมาส 3 จากโรคประจำฤดูกาล และการขยายบริการคลินิกสุขภาพในสถานีบริการน้ำมัน PTT Station ที่จะเริ่มมีรายได้ในไตรมาส 3

Highlight สำคัญ

  • กำไรสุทธิ Q2/66 ลดลง 63.1% YoY เหลือ 152 ล้านบาท (อัตรากำไรสุทธิ 6.0%) จาก 412 ล้านบาท (อัตรากำไรสุทธิ 11.7%)
  • รายได้รวม Q2/66 ลดลง 5.9% YoY เหลือ 2,515 ล้านบาท จาก 2,674 ล้านบาท
  • ต้นทุนทางการเงิน Q2/66 เพิ่มขึ้น 53.4% YoY เป็น 112 ล้านบาท จาก 73 ล้านบาท
  • รายได้ธุรกิจการบริบาลผู้ป่วยและเครื่องมือแพทย์ Q2/66 ลดลง 62.6% YoY เหลือ 91 ล้านบาท จาก 243 ล้านบาท เนื่องจากยอดโอนห้องพักอาศัยลดลง
  • ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร Q2/66 เพิ่มขึ้น 10.2% YoY เป็น 443 ล้านบาท จาก 402 ล้านบาท จากการรับรู้ต้นทุนของโรงพยาบาลธนบุรี ตรัง และค่าใช้จ่ายในการพัฒนาระบบเทคโนโลยี
  • แนวโน้มครึ่งปีหลังคาดว่ารายได้ธุรกิจโรงพยาบาลจะเติบโตได้ดี จากไฮซีซั่นของโรคประจำฤดูกาล

ภาพรวมผลประกอบการ

ในไตรมาส 2 ปี 2566 THG มีรายได้รวม 2,515 ล้านบาท ลดลง 5.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากธุรกิจให้บริการทางการแพทย์ลดลงเล็กน้อย 0.1% เป็น 2,421 ล้านบาท ขณะที่รายได้จากธุรกิจการบริบาลผู้ป่วยและเครื่องมือแพทย์ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 62.6% เป็น 91 ล้านบาท เนื่องจากยอดโอนห้องพักอาศัยลดลงอย่างมาก

สำหรับผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรกปี 2566 รายได้รวมอยู่ที่ 5,023 ล้านบาท ลดลง 19.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยกำไรสุทธิ 6 เดือนแรกอยู่ที่ 402 ล้านบาท ลดลง 58.3%

โอกาส

  • การเติบโตของธุรกิจโรงพยาบาล: คาดว่าจะเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นในไตรมาส 3 จากโรคประจำฤดูกาล เช่น ไข้หวัดใหญ่ ไข้เลือดออก และ RSV
  • การขยายบริการทางการแพทย์เฉพาะทาง: บริษัท ธนบุรี เสริมรัฐ จำกัด ได้ขยายจำนวนเตียงผู้ป่วยโรคหัวใจ และกำลังเตรียมพร้อมให้บริการศูนย์การแพทย์เฉพาะทางอื่นๆ เพื่อสนับสนุนโรงพยาบาลรัฐ
  • การขยายฐานลูกค้าผู้สูงอายุ: โครงการธนบุรี เฮลท์วิลเลจ ประชาอุทิศ ได้เป็นคู่สัญญาประกันสุขภาพผู้สูงอายุกับเมืองไทยประกันชีวิต
  • การลงทุนในต่างประเทศ: มีความคืบหน้าในการลงทุนศูนย์บริการตรวจสุขภาพเชิงลึก BeWell Wellness Clinic ในนครโฮจิมินห์ เวียดนาม คาดเปิดให้บริการปี 2567
  • การพัฒนา Digital Health Tech: การลงทุนในแอปพลิเคชั่น Prompt Care และการขยายบริการคลินิกสุขภาพในสถานีบริการน้ำมัน PTT Station

ความเสี่ยง

  • การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงิน: อัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้นส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
  • การชะลอตัวของยอดโอนโครงการอสังหาริมทรัพย์: โครงการจิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้ มียอดโอนไม่เป็นไปตามเป้าหมาย
  • การแข่งขันในธุรกิจบริการสุขภาพ: ตลาดบริการสุขภาพมีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ประกอบการรายเดิมและรายใหม่
  • ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์: อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  • แนวโน้มรายได้ธุรกิจการบริบาลผู้ป่วยและเครื่องมือแพทย์: จะสามารถฟื้นตัวได้หรือไม่หลังจากการชะลอตัวในไตรมาส 2
  • ความคืบหน้าการก่อสร้างโรงพยาบาลธนบุรีรังสิต: ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดดำเนินการปลายปี 2569 จะเป็นปัจจัยหนุนการโอนห้องพัก
  • ผลการดำเนินงานของโรงพยาบาล Ar Yu International ในเมียนมา: จะยังคงมีกำไรต่อเนื่องหรือไม่
  • การประกาศแผนการลงทุนที่ชัดเจนภายในไตรมาส 4: โดยเฉพาะการลงทุนในเวียดนาม
  • การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน: ท่ามกลางอัตราดอกเบี้ยที่ยังคงอยู่ในระดับสูง

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)

  • รายได้จากธุรกิจให้บริการทางการแพทย์: แม้จะลดลงเล็กน้อย 0.1% YoY แต่ถือว่ายังคงรักษาฐานรายได้ไว้ได้ โดยมีปัจจัยหนุนจากการเติบโตของโรงพยาบาลธนบุรี ตรัง และการกลับสู่ภาวะปกติหลังโควิด-19
  • อัตรากำไรขั้นต้น: ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงก่อนการแพร่ระบาด COVID-19 แสดงถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
  • การลงทุนในเทคโนโลยี: การลงทุนในแอปพลิเคชั่น Prompt Care และการขยายคลินิกสุขภาพใน PTT Station เป็นการลงทุนเพื่ออนาคตและสร้าง Synergy
  • มาตรฐานการบริการ: การได้รับรองมาตรฐานสากล AACI จากโรงพยาบาลในเครือ เป็นการยกระดับคุณภาพและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้รับบริการ

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 สินทรัพย์รวมของ THG อยู่ที่ 23,707 ล้านบาท ลดลง 5.5% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักจากการจ่ายคืนเงินกู้ยืม เจ้าหนี้การค้า และการจ่ายเงินปันผล หนี้สินรวมอยู่ที่ 12,949 ล้านบาท ลดลง 6.9% และส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 10,758 ล้านบาท ลดลง 3.7%

อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1.2 เท่า ซึ่งยังคงอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ อัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 0.7 เท่า ลดลงจาก 0.9 เท่า ณ สิ้นปี 2565

กระแสเงินสดสุทธิจากการดำเนินงานในไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 291 ล้านบาท ลดลง 30.4% YoY เนื่องจากผลการดำเนินงานที่ลดลง

สรุปท้าย

THG ในไตรมาส 2/2566 เผชิญกับแรงกดดันจากรายได้รวมที่ลดลง โดยเฉพาะจากธุรกิจการบริบาลผู้ป่วยและเครื่องมือแพทย์ ประกอบกับต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มสูงขึ้นจากอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นและภาระหนี้จากการลงทุนที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม บริษัทมีแผนการลงทุนเพื่อขยายธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ และคาดว่ารายได้จากธุรกิจโรงพยาบาลจะฟื้นตัวในครึ่งปีหลัง ซึ่งต้องติดตามความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและสร้างรายได้ให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป

ยังไม่มีความคิดเห็น