เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
TNL สรุปผลประกอบการ Q2/2566
ข่าวสาร

TNL สรุปผลประกอบการ Q2/2566

TNL P/E 14.14 YIELD 3.21
70 นาที 09:42 น. 0 ความเห็น

TNL พลิกเกม Q2/2566 กำไรพุ่ง 464% รับธุรกิจการเงินใหม่หนุน

ธุรกิจการเงินใหม่ดันรายได้-กำไร TNL ก้าวกระโดด ขณะที่ธุรกิจสิ่งทอยังเผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลก

บริษัท ธนูลักษณ์ จำกัด (มหาชน) หรือ TNL รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 124 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 464% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการดำเนินงานรวม 619 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42% YoY การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้เป็นผลมาจากการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ธุรกิจสู่การลงทุนในธุรกิจที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะธุรกิจบริการทางการเงินที่เริ่มสร้างรายได้และกำไรได้อย่างมีนัยสำคัญ

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ TNL ในไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกฟื้นอย่างก้าวกระโดด มาจาก การเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของธุรกิจบริการทางการเงินใหม่ โดยเฉพาะธุรกิจบริหารจัดการสินทรัพย์ (OAM) และธุรกิจสินเชื่อที่มีหลักประกัน (Oxygen) ซึ่งเริ่มรับรู้รายได้และสร้างผลกำไรได้อย่างเต็มที่ หลังจากการเข้าซื้อพอร์ตสินทรัพย์ด้อยคุณภาพและขยายพอร์ตสินเชื่อในช่วงก่อนหน้า

ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:

  • OAM (ธุรกิจบริหารจัดการสินทรัพย์ NPLs และ NPAs): เริ่มรับรู้รายได้ดอกเบี้ยจำนวน 22 ล้านบาทเป็นครั้งแรกในไตรมาสนี้ จากการเข้าซื้อพอร์ตสินทรัพย์ด้อยคุณภาพมูลค่า 1,621 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2566 ซึ่งเป็นรายได้ใหม่ที่เข้ามาเสริมทัพ
  • Oxygen (ธุรกิจสินเชื่อที่มีหลักประกัน): มีรายได้ดอกเบี้ย 114 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% QoQ โดยมียอดสินเชื่อคงค้างเติบโตต่อเนื่อง แตะระดับ 4,255 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส และที่สำคัญคือ ไม่มีสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) เลย ซึ่งสะท้อนถึงการบริหารจัดการความเสี่ยงที่ดี
  • การรวมธุรกิจใหม่: สำหรับงบการเงินรวม 6 เดือนแรกปี 2566 ธุรกิจใหม่ทั้ง Oxygen และ OAM รวมถึง TNLA (ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์) สร้างรายได้เพิ่มขึ้น 379 ล้านบาท จากเดิมที่ไม่มีรายได้ส่วนนี้ในปีก่อน ทำให้ EBITDA รวมเพิ่มขึ้น 221% YoY เป็น 347 ล้านบาท

จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:

มีโอกาสต่อเนื่อง โดยฝ่ายบริหารคาดการณ์ว่าธุรกิจสินเชื่อที่มีหลักประกันและธุรกิจบริหารจัดการสินทรัพย์ จะเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของผลประกอบการในอนาคต โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และคาดการณ์ว่าจะมีอุปทานของสินทรัพย์ด้อยคุณภาพเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2566 ซึ่งบริษัทจะใช้โอกาสนี้ในการคัดเลือกพอร์ตการลงทุนที่สอดคล้องกับนโยบายของบริษัท

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม (TNLX) ยังคงเผชิญกับแรงกดดัน โดยมีรายได้จากการขายและบริการลดลง 7% YoY เป็น 405 ล้านบาท เนื่องจากเป็นช่วง low season และความต้องการซื้อจากต่างประเทศที่อ่อนตัวลง สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว

Highlight สำคัญ

  • กำไรสุทธิพุ่ง 464% YoY: จาก 22 ล้านบาทใน Q2/2565 เป็น 124 ล้านบาทใน Q2/2566
  • รายได้จากการดำเนินงานเติบโต 42% YoY: แตะระดับ 619 ล้านบาท
  • ธุรกิจ OAM เริ่มรับรู้รายได้ดอกเบี้ย: จำนวน 22 ล้านบาท จากการเข้าซื้อพอร์ต NPLs
  • Oxygen ปลอด NPL: ยอดสินเชื่อคงค้างเติบโตต่อเนื่อง แตะ 4,255 ล้านบาท
  • TNLX (สิ่งทอ) รายได้ลดลง 7% YoY: รับผลกระทบจาก low season และเศรษฐกิจโลกชะลอตัว
  • ส่วนแบ่งขาดทุนจากอสังหาริมทรัพย์ลดลง: เหลือ 39 ล้านบาท จากโครงการที่อยู่ในช่วงปลายการก่อสร้าง

ภาพรวมผลประกอบการ

ในไตรมาส 2 ปี 2566 TNL มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 619 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42% YoY โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากธุรกิจบริการทางการเงินใหม่ ได้แก่ OAM ที่เริ่มรับรู้รายได้ดอกเบี้ย 22 ล้านบาท และ Oxygen ที่มีรายได้ดอกเบี้ย 114 ล้านบาท พร้อมทั้งมียอดสินเชื่อคงค้างเติบโตต่อเนื่องถึง 4,255 ล้านบาท และไม่มี NPL ขณะที่ธุรกิจสิ่งทอ (TNLX) มีรายได้ 405 ล้านบาท ลดลง 7% YoY เนื่องจากเป็นช่วง low season และอุปสงค์ภายนอกอ่อนแอ บริษัทรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในโครงการอสังหาริมทรัพย์ 39 ล้านบาท ซึ่งลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 50 ล้านบาท YoY เป็น 174 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 124 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 464% YoY และมีอัตรากำไรสุทธิ 20% เพิ่มขึ้นจาก 5% ในปีก่อน

สำหรับงบ 6 เดือนแรกปี 2566 บริษัทมีรายได้รวม 1,246 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47% YoY โดยธุรกิจใหม่มีส่วนสำคัญในการสร้างรายได้เพิ่มขึ้น 379 ล้านบาท EBITDA เพิ่มขึ้น 221% YoY เป็น 347 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 230 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 435% YoY โดยมีอัตรากำไรสุทธิ 20%

โอกาส

  • การเติบโตของธุรกิจสินเชื่อที่มีหลักประกัน (Oxygen): คาดการณ์ยอดสินเชื่อจะขยายตัวต่อเนื่อง จากอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการลงทุนภาคเอกชน
  • การขยายธุรกิจบริหารจัดการสินทรัพย์ (OAM): คาดการณ์อุปทาน NPLs/NPAs เพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งหลังปี 2566 บริษัทจะใช้โอกาสนี้ในการคัดเลือกพอร์ตการลงทุน
  • การรับรู้รายได้และกำไรจากการขายหุ้นใน PA9 และ KK (เฟส 1): ในไตรมาส 3 ปี 2566
  • การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว: หนุนอุปสงค์ในประเทศสำหรับธุรกิจสิ่งทอ

ความเสี่ยง

  • การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก: ส่งผลกระทบต่อธุรกิจส่งออกของ TNLX และความต้องการซื้อจากตลาดต่างประเทศ
  • ความไม่แน่นอนทางการเมือง: การจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่และการเปลี่ยนผ่านอาจส่งผลต่อเศรษฐกิจไทย
  • อัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้น: อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินและกำลังซื้อของผู้บริโภค
  • ความผันผวนของค่าเงินบาท: อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจส่งออกของ TNLX

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  • การเติบโตของยอดสินเชื่อและคุณภาพสินทรัพย์ของ Oxygen: โดยเฉพาะการรักษา NPL ให้เป็นศูนย์
  • การบริหารจัดการพอร์ต NPLs/NPAs ของ OAM: และความสามารถในการสร้างรายได้จากพอร์ตที่เข้าซื้อมา
  • ผลกระทบจากการขายหุ้นใน PA9 และ KK: ต่อผลประกอบการในไตรมาส 3 ปี 2566
  • แนวโน้มรายได้และคำสั่งซื้อของธุรกิจสิ่งทอ (TNLX): โดยเฉพาะในส่วนของธุรกิจส่งออก
  • การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน: ท่ามกลางอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้น

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)

TNL กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านธุรกิจอย่างชัดเจน โดยธุรกิจบริการทางการเงินใหม่เข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนผลประกอบการ

  • Oxygen (สินเชื่อมีหลักประกัน): มีการเติบโตของพอร์ตสินเชื่ออย่างต่อเนื่อง โดย ณ สิ้นไตรมาส 2/2566 มียอดสินเชื่อคงค้าง 4,255 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 666 ล้านบาทจากสิ้นปี 2565 และไม่มี NPL ซึ่งเป็นจุดแข็งสำคัญ
  • OAM (บริหารสินทรัพย์ NPLs/NPAs): เริ่มสร้างรายได้ดอกเบี้ย 22 ล้านบาท จากการเข้าซื้อพอร์ตสินทรัพย์ด้อยคุณภาพมูลค่า 1,621 ล้านบาท ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีของการขยายธุรกิจในส่วนนี้
  • TNLA (อสังหาริมทรัพย์): มีรายได้ค่ากำกับดูแลโครงการ 57 ล้านบาท และรายได้ดอกเบี้ยรับ 20 ล้านบาท โดยคาดว่าจะรับรู้รายได้และกำไรจากการขายหุ้นใน PA9 และ KK ในไตรมาส 3/2566
  • TNLX (สิ่งทอ): รายได้ 405 ล้านบาท ลดลง 7% YoY เป็นผลจาก low season และอุปสงค์ภายนอกที่อ่อนแอ

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2566 สินทรัพย์รวมของ TNL อยู่ที่ 12,102 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 1,876 ล้านบาท จากการให้กู้ยืมระยะสั้นแก่ TNLA และ Oxygen ขณะที่สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนลดลง 342 ล้านบาท หนี้สินรวมลดลง 48% YoY เป็น 1,814 ล้านบาท โดยหลักมาจากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้นจากผู้ถือหุ้นส่วนน้อยของ Oxygen ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมเพิ่มขึ้น 45% YoY เป็น 10,288 ล้านบาท จากการเพิ่มทุน 3,052 ล้านบาท ทำให้ D/E Ratio ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 0.41 เท่า ณ สิ้นปี 2565 เหลือเพียง 0.07 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 2/2566

กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน (CFO) ติดลบ 108 ล้านบาท เนื่องจากมีการบันทึกกำไรก่อนภาษีจำนวนมาก แต่มีรายการกระทบยอดที่ไม่ใช่เงินสดและการลดลงสุทธิของเงินทุนหมุนเวียน เงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 4,065 ล้านบาท จากการคืนเงินกู้ยืมและจัดหาเงินทุนให้บริษัทร่วมทุน ขณะที่เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมจัดหาเงิน 2,841 ล้านบาท จากการเพิ่มทุน ทำให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ณ สิ้นไตรมาสอยู่ที่ 1,268 ล้านบาท ลดลงจากสิ้นปี 2565

สรุปท้าย

TNL กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ โดยการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์สู่ธุรกิจบริการทางการเงินใหม่ได้ส่งผลให้ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิก้าวกระโดด 464% YoY จากการเติบโตของธุรกิจ Oxygen และ OAM ที่เริ่มสร้างรายได้และกำไรได้อย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ธุรกิจดั้งเดิมอย่าง TNLX ยังคงเผชิญความท้าทายจากปัจจัยภายนอก แม้ว่าฐานะทางการเงินจะแข็งแกร่งขึ้นอย่างมากจากการเพิ่มทุนและ D/E Ratio ที่ลดลง แต่บริษัทต้องบริหารจัดการความเสี่ยงท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและจับตาการเติบโตของธุรกิจใหม่ รวมถึงการรับรู้รายได้จากการขายหุ้นอสังหาริมทรัพย์ในไตรมาสถัดไป เพื่อรักษาโมเมนตัมการเติบโตนี้ไว้

ยังไม่มีความคิดเห็น