เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
TMILL กำไรสุทธิ Q2/66 ดิ่ง 46.5% รับแรงกดดันต้นทุนข้าวสาลีพุ่ง-ราคาขายรำข้าวสาลีลด
ข่าวสาร

TMILL กำไรสุทธิ Q2/66 ดิ่ง 46.5% รับแรงกดดันต้นทุนข้าวสาลีพุ่ง-ราคาขายรำข้าวสาลีลด

TMILL P/E 16.70 YIELD 3.28
70 นาที 09:42 น. 0 ความเห็น

รายได้รวมทรงตัว แต่ GPM หด 19% หลังต้นทุนวัตถุดิบสูงกว่าราคาขาย

บริษัท ที เอส ฟลาวมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TMILL รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 18.28 ล้านบาท ลดลง 46.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้จากการขายรวมทรงตัวเล็กน้อย แต่กำไรขั้นต้นปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและราคาขายสินค้าบางรายการที่ลดลง

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

1) หัวใจคืออะไร

หัวใจหลักที่ส่งผลให้กำไรสุทธิของ TMILL ในไตรมาส 2 ปี 2566 ลดลง 46.5% YoY มาจาก อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่หดตัวลง 19.0% จาก 14.2% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 12.8% ในไตรมาสนี้ แม้ว่ารายได้จากการขายรวมจะลดลงเพียง 10.3% ก็ตาม โดยปัจจัยหลักมาจากต้นทุนข้าวสาลีที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

เอกสารระบุว่า สาเหตุหลักที่ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง มาจาก ต้นทุนของข้าวสาลีที่ใช้ในการผลิตในไตรมาส 2/2566 ปรับสูงขึ้นถึง 8.3% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2565 ซึ่งเป็นสัดส่วนต้นทุนที่ปรับเพิ่มขึ้นสูงกว่าราคาขายแป้งสาลีที่เพิ่มขึ้นเพียง 3.5% นอกจากนี้ รายได้จากการจำหน่ายรำข้าวสาลีลดลง 10.5% แม้ว่าราคาขายเฉลี่ยจะเพิ่มขึ้น 12.8% ก็ตาม

ในส่วนของ 6 เดือนแรกปี 2566 แม้ว่ากำไรสุทธิจะเพิ่มขึ้น 7.0% เป็น 55.55 ล้านบาท แต่ก็มีปัจจัยที่น่าจับตาคือ อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 8.3% เป็น 14.6% ซึ่งเกิดจากการที่ราคาขายรำข้าวสาลีปรับสูงขึ้นถึง 12.8% อย่างไรก็ตาม ในช่วงปลายไตรมาส 1 และต่อเนื่องมาถึงไตรมาส 2 สถานการณ์ราคาตลาดข้าวสาลีและแป้งสาลีเริ่มปรับตัวลดลง ทำให้บางโรงงานเร่งระบายสต็อกข้าวเก่าที่ราคาสูง ส่งผลให้ลูกค้าของ TMILL นำราคานั้นมาต่อรอง ทำให้บริษัทฯ จำเป็นต้องลดราคาขายแป้งสาลีลงเพื่อรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้า แม้ว่าต้นทุนปัจจุบันจะยังไม่ได้สะท้อนราคาที่ลดลงนั้น ทำให้ส่งผลต่ออัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงในไตรมาส 2

3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่

ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม สถานการณ์ราคาวัตถุดิบและราคาขายสินค้ามีความผันผวน ฝ่ายจัดการระบุว่า "ราคาตลาดข้าวสาลีเริ่มปรับตัวลดลงตั้งแต่ปลายไตรมาส 1" และบริษัทฯ จำเป็นต้องลดราคาขายเพื่อรักษาลูกค้า ซึ่งส่งผลกระทบต่อ GPM ในไตรมาส 2 อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงปรับกลยุทธ์การผลิตและการจัดจำหน่ายเพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรให้ใกล้เคียงเป้าหมายปี 2566 การที่ราคาวัตถุดิบมีแนวโน้มลดลงอาจเป็นปัจจัยบวกในระยะถัดไป แต่การแข่งขันด้านราคาขายยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด

Highlight สำคัญ

  • กำไรสุทธิ Q2/66 ลดลง 46.5% YoY อยู่ที่ 18.28 ล้านบาท จาก 34.16 ล้านบาทในปีก่อน
  • รายได้จากการขาย Q2/66 หดตัว 10.3% YoY อยู่ที่ 423.39 ล้านบาท จาก 472.23 ล้านบาท
  • อัตรากำไรขั้นต้น Q2/66 ลดลง 19.0% อยู่ที่ 12.8% จาก 14.2% ในปีก่อน
  • ต้นทุนข้าวสาลี Q2/66 เพิ่มขึ้น 8.3% YoY เป็นปัจจัยหลักกดดัน GPM
  • 6 เดือนแรกปี 66 กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 7.0% YoY อยู่ที่ 55.55 ล้านบาท จาก 51.94 ล้านบาท

ภาพรวมผลประกอบการ

ไตรมาส 2 ปี 2566: บริษัทฯ มีรายได้จากการขาย 423.39 ล้านบาท ลดลง 10.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากการจำหน่ายแป้งสาลีลดลง 8.3% และรายได้จากการจำหน่ายรำข้าวสาลีลดลง 10.5% แม้ว่าราคาจำหน่ายเฉลี่ยแป้งสาลีจะเพิ่มขึ้น 3.5% และรำข้าวสาลีเพิ่มขึ้น 12.8% แต่ปริมาณจำหน่ายแป้งสาลีและรำข้าวสาลีลดลง 13.1% และ 10.0% ตามลำดับ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง 19.0% เป็น 12.8% เนื่องจากต้นทุนข้าวสาลีเพิ่มขึ้น 8.3% มากกว่าราคาขายแป้งสาลีที่เพิ่มขึ้น ทำให้กำไรสุทธิลดลง 46.5% มาอยู่ที่ 18.28 ล้านบาท

6 เดือนแรกปี 2566: บริษัทฯ มีรายได้จากการขาย 925.52 ล้านบาท ลดลง 0.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากการจำหน่ายแป้งสาลีลดลง 8.5% แต่รายได้จากการจำหน่ายรำข้าวสาลีเพิ่มขึ้น 8.5% แม้ว่าปริมาณจำหน่ายแป้งสาลีและรำข้าวสาลีจะลดลง 12.5% และ 18.3% ตามลำดับ แต่ราคาจำหน่ายเฉลี่ยแป้งสาลีเพิ่มขึ้น 10.7% และรำข้าวสาลีเพิ่มขึ้น 12.8% อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 8.3% เป็น 14.6% เนื่องจากราคาขายรำข้าวสาลีที่ปรับสูงขึ้น ทำให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 7.0% มาอยู่ที่ 55.55 ล้านบาท

โอกาส

  • การปรับกลยุทธ์การผลิตและการจัดจำหน่าย: บริษัทฯ มีการปรับกลยุทธ์เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรให้ใกล้เคียงเป้าหมายปี 2566
  • ราคาตลาดข้าวสาลีมีแนวโน้มลดลง: หากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ใช้เป็นวัตถุดิบหลักปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง จะเป็นปัจจัยบวกต่อต้นทุนการผลิตในอนาคต
  • การรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้า: แม้ต้องลดราคาขายเพื่อรักษาลูกค้า แต่เป็นการรักษาฐานรายได้ในระยะยาว

ความเสี่ยง

  • ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ: ราคาข้าวสาลีและแป้งสาลีในตลาดโลกมีความผันผวนสูง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิต
  • การแข่งขันด้านราคาขาย: การที่โรงโม่บางรายเร่งระบายสต็อกทำให้เกิดแรงกดดันด้านราคาขาย และบริษัทฯ ต้องลดราคาเพื่อรักษาลูกค้า
  • ต้นทุนที่สูงกว่าราคาขาย: ในไตรมาส 2/2566 ต้นทุนข้าวสาลีที่สูงขึ้นส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นอย่างมีนัยสำคัญ
  • ปริมาณการขายที่ลดลง: ปริมาณการจำหน่ายแป้งสาลีและรำข้าวสาลีในไตรมาส 2/2566 ปรับลดลง

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  • แนวโน้มราคาข้าวสาลีและแป้งสาลีในตลาดโลก: จะส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนและราคาขาย
  • กลยุทธ์การบริหารต้นทุนวัตถุดิบ: การบริหารสต็อกและการจัดซื้อข้าวสาลีในช่วงที่ราคาผันผวน
  • การปรับราคาขายสินค้า: ความสามารถในการปรับราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุนและสภาวะตลาด
  • ปริมาณการขายสินค้า: การฟื้นตัวของปริมาณการจำหน่ายแป้งสาลีและรำข้าวสาลี
  • ผลกระทบจากการแข่งขันด้านราคา: การรักษา GPM ท่ามกลางแรงกดดันด้านราคา

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)

  • ราคาวัตถุดิบ/สินค้า: ต้นทุนข้าวสาลีปรับสูงขึ้น 8.3% YoY ใน Q2/66 ซึ่งเป็นปัจจัยกดดัน GPM อย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ราคาขายแป้งสาลีเพิ่มขึ้น 3.5% และรำข้าวสาลีเพิ่มขึ้น 12.8%
  • Volume: ปริมาณจำหน่ายแป้งสาลีและรำข้าวสาลีลดลง 13.1% และ 10.0% ตามลำดับใน Q2/66
  • GPM: อัตรากำไรขั้นต้นลดลง 19.0% ใน Q2/66 เป็นผลจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงกว่าราคาขาย
  • ช่องทางขาย: ไม่ได้ระบุรายละเอียดช่องทางขายที่เปลี่ยนแปลง
  • สต็อก: มีการกล่าวถึงการเร่งระบายสต็อกข้าวเก่าของโรงโม่บางราย ซึ่งส่งผลต่อการแข่งขันด้านราคา
  • อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก: มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 2.28 ล้านบาทใน Q2/66 เทียบกับขาดทุน 0.83 ล้านบาทในปีก่อน
  • ฤดูกาลผลิต: ไม่ได้ระบุผลกระทบจากฤดูกาลผลิตโดยตรง

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

  • กำลังการผลิตเฉลี่ย: Q2/66 อยู่ที่ 59.96% ลดลงจาก 69.77% ในปีก่อน
  • กระแสเงินสด: ไม่ได้ระบุรายละเอียดในเอกสาร

สรุปท้าย

TMILL เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบข้าวสาลีที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 2 ปี 2566 ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นหดตัวลงอย่างมาก แม้ว่ารายได้รวมจะทรงตัวและมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเข้ามาช่วยบางส่วน อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ราคาตลาดที่เริ่มปรับลดลงและแรงกดดันด้านราคาขายสินค้าเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป แม้ว่าผลประกอบการ 6 เดือนแรกจะยังเติบโตได้เล็กน้อยจากราคาขายรำข้าวสาลีที่สูงขึ้น แต่ความสามารถในการทำกำไรในระยะสั้นยังคงเผชิญความท้าทายจากสภาวะตลาด

ยังไม่มีความคิดเห็น