เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
TNDT พลิกขาดทุนสุทธิ Q2/66 เหลือเพียง 3.96 ล้านบาท รับรายได้บริการพุ่ง 33.63%
ข่าวสาร

TNDT พลิกขาดทุนสุทธิ Q2/66 เหลือเพียง 3.96 ล้านบาท รับรายได้บริการพุ่ง 33.63%

TNDT P/E -100.00 YIELD 0.00
70 นาที 09:42 น. 0 ความเห็น

รายได้บริการโตแรงดันกำไร TNDT พลิกฟื้น ขณะที่ต้นทุนบริการลดลง สวนทางค่าใช้จ่ายบริหาร

บริษัท ไทย เอ็น ดี ที จำกัด (มหาชน) หรือ TNDT รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกจากขาดทุนสุทธิจำนวนมากในปีก่อน มาเป็นขาดทุนสุทธิเพียง 3.96 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการดำเนินงาน (บริการ) กว่า 33.63% ขณะที่ต้นทุนบริการลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นสัญญาณบวกต่อการดำเนินงานของบริษัท

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

1) หัวใจคืออะไร

หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ TNDT ในไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกฟื้นจากขาดทุนจำนวนมากในปีก่อน มาเป็นขาดทุนสุทธิที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (จาก 17.55 ล้านบาท เป็น 3.96 ล้านบาท หรือลดลง 77.40% เมื่อพิจารณาเฉพาะงบการเงินเฉพาะบริษัท) มาจาก การเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นของรายได้จากการดำเนินงาน (บริการ) ถึง 33.63% ควบคู่ไปกับการ ควบคุมต้นทุนบริการที่ลดลง 28.85% และ ค่าใช้จ่ายในการบริหารและขายที่ลดลง 26.61%

2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

ด้านรายได้: ฝ่ายจัดการระบุว่า การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการดำเนินงาน (บริการ) เป็นผลมาจาก "สถานการณ์ต่างๆ ในปัจจุบันที่มีทิศทางดีขึ้น" ซึ่งส่งผลให้กิจกรรมการให้บริการกลับมาดำเนินการได้ตามปกติมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของรายได้จากการดำเนินงาน (บริการ) ที่เพิ่มขึ้น 16.30 ล้านบาท หรือ 33.63% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ด้านต้นทุน:

  • ต้นทุนการบริการ: ลดลง 10.09 ล้านบาท หรือ 28.85% เนื่องจาก "การเตรียมการในโครงการต่างๆ ที่ได้ชะลอไปก่อนหน้านานเนื่องจากสถานการณ์ต่างๆ ในปัจจุบันได้คลี่คลายลง" ทำให้ต้นทุนการบริการในไตรมาส 2/2566 ลดลง
  • ค่าใช้จ่ายในการบริหารและขาย: ลดลง 5.35 ล้านบาท หรือ 26.61% เป็นผลมาจาก "นโยบายการควบคุมค่าใช้จ่ายให้เป็นไปอย่างรัดกุม"

รายการพิเศษ: แม้ว่าจะมีรายการขาดทุนจากการตีราคาสินทรัพย์รอการตัดบัญชี (Impairment Loss) ที่เพิ่มขึ้น 3.60 ล้านบาท แต่ผลกระทบโดยรวมจากการเพิ่มขึ้นของรายได้และการควบคุมต้นทุนได้กลบปัจจัยลบดังกล่าว ทำให้ภาพรวมผลประกอบการดีขึ้นอย่างมาก

3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่

มีโอกาสต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก:

  1. สถานการณ์คลี่คลาย: ฝ่ายจัดการระบุว่าสถานการณ์ต่างๆ ที่เคยส่งผลให้ต้องชะลอโครงการและกิจกรรมต่างๆ ได้คลี่คลายลง ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อการดำเนินงานในอนาคต
  2. การควบคุมค่าใช้จ่าย: นโยบายการควบคุมค่าใช้จ่ายที่รัดกุมมีแนวโน้มที่จะดำเนินต่อไป
  3. การฟื้นตัวของอุตสาหกรรม: การที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาดำเนินการได้ตามปกติมากขึ้น สะท้อนถึงแนวโน้มการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมที่ TNDT ให้บริการอยู่

อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยที่ต้องจับตาคือ การฟื้นตัวของ PT.NDT Indonesia ซึ่งยังอยู่ในระหว่างการประเมินสถานการณ์หนี้สินและขนาดการดำเนินงาน

Highlight สำคัญ

  • ขาดทุนสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ: ไตรมาส 2/2566 ขาดทุนสุทธิรวม 3.96 ล้านบาท ลดลง 77.68% จาก 17.55 ล้านบาทในไตรมาส 2/2565
  • รายได้บริการพุ่ง: รายได้จากการดำเนินงาน (บริการ) เติบโต 33.63% หรือ 16.30 ล้านบาท มาอยู่ที่ 64.78 ล้านบาท
  • ต้นทุนบริการและค่าใช้จ่ายบริหารลดลง: ต้นทุนการบริการลดลง 28.85% และค่าใช้จ่ายในการบริหารและขายลดลง 26.61%
  • ขาดทุนจากการตีราคาสินทรัพย์เพิ่ม: มีรายการขาดทุนจากการตีราคาสินทรัพย์รอการตัดบัญชีเพิ่มขึ้น 3.60 ล้านบาท
  • PT.NDT Indonesia อยู่ระหว่างประเมิน: บริษัทร่วมในอินโดนีเซียยังอยู่ระหว่างการประเมินสถานการณ์หนี้สินและขนาดการดำเนินงาน

ภาพรวมผลประกอบการ

งบการเงินรวม: ในไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัทมีรายได้จากการดำเนินงาน (บริการ) รวม 64.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.30 ล้านบาท หรือ 33.63% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ต้นทุนการบริการลดลง 10.09 ล้านบาท หรือ 28.85% และค่าใช้จ่ายในการบริหารและขายลดลง 5.35 ล้านบาท หรือ 26.61% ส่งผลให้กำไร (ขาดทุน) จากการดำเนินงานรวมพลิกจากขาดทุน 4.98 ล้านบาท เป็นกำไร 6.69 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม เมื่อรวมรายการอื่นๆ เช่น ขาดทุนจากการตีราคาสินทรัพย์รอการตัดบัญชีที่เพิ่มขึ้น 3.60 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายภาษีที่ลดลง ทำให้ขาดทุนสุทธิรวมลดลงจาก 17.55 ล้านบาท ในไตรมาส 2/2565 เหลือ 3.96 ล้านบาท ในไตรมาส 2/2566

งบการเงินเฉพาะบริษัท: รายได้จากการดำเนินงาน (บริการ) เพิ่มขึ้น 15.55 ล้านบาท หรือ 31.60% มาอยู่ที่ 64.78 ล้านบาท ต้นทุนการบริการลดลง 10.09 ล้านบาท หรือ 28.85% และค่าใช้จ่ายในการบริหารและขายลดลง 5.03 ล้านบาท หรือ 26.61% ทำให้กำไร (ขาดทุน) จากการดำเนินงานรวมพลิกจากขาดทุน 4.81 ล้านบาท เป็นกำไร 6.57 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิเฉพาะบริษัทลดลงจาก 12.99 ล้านบาท ในไตรมาส 2/2565 เหลือขาดทุน 4.34 ล้านบาท ในไตรมาส 2/2566

โอกาส

  • การฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ: สถานการณ์ต่างๆ ที่คลี่คลายลงส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาดำเนินการได้ตามปกติ ซึ่งเป็นโอกาสในการเพิ่มรายได้จากการให้บริการ
  • การควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่าย: การบริหารจัดการต้นทุนการบริการและค่าใช้จ่ายในการบริหารอย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไร
  • การขยายธุรกิจในอินโดนีเซีย: แม้จะยังอยู่ระหว่างการประเมิน แต่หากสถานการณ์ของ PT.NDT Indonesia คลี่คลายไปในทิศทางที่ดี จะเป็นโอกาสในการเติบโต

ความเสี่ยง

  • ความไม่แน่นอนของสถานการณ์เศรษฐกิจ: แม้จะคลี่คลายลง แต่ยังคงมีความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและภายในประเทศที่อาจส่งผลกระทบต่อความต้องการใช้บริการ
  • การตีราคาสินทรัพย์: มีความเสี่ยงจากรายการขาดทุนจากการตีราคาสินทรัพย์รอการตัดบัญชี ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้อีกหากสถานการณ์ไม่เป็นไปตามคาด
  • ผลประกอบการของบริษัทร่วม: ผลประกอบการของ PT.NDT Indonesia ยังมีความไม่แน่นอนสูง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการรวมของกลุ่มบริษัท

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  • แนวโน้มรายได้บริการ: การเติบโตของรายได้บริการจะสามารถรักษาโมเมนตัมได้ต่อเนื่องหรือไม่
  • การบริหารต้นทุน: ความสามารถในการควบคุมต้นทุนการบริการและค่าใช้จ่ายในการบริหารให้มีประสิทธิภาพต่อไป
  • สถานการณ์ PT.NDT Indonesia: ความคืบหน้าในการประเมินและแนวทางการแก้ไขปัญหาของบริษัทร่วมในอินโดนีเซีย
  • การตีราคาสินทรัพย์: ความเสี่ยงจากการบันทึกขาดทุนจากการตีราคาสินทรัพย์เพิ่มเติม
  • การกลับมาทำกำไรสุทธิ: ความเป็นไปได้ในการกลับมามีกำไรสุทธิในไตรมาสถัดไป

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)

  • รายได้จากการดำเนินงาน (บริการ): เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 33.63% สะท้อนถึงการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมและความต้องการใช้บริการตรวจสอบทางวิศวกรรม
  • ต้นทุนการบริการ: ลดลง 28.85% บ่งชี้ถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น หรือการใช้ทรัพยากรที่คุ้มค่าขึ้น
  • ค่าใช้จ่ายในการบริหารและขาย: ลดลง 26.61% แสดงถึงความพยายามในการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น
  • อัตรากำไรขั้นต้น: แม้จะไม่มีการระบุอัตรากำไรขั้นต้นโดยตรง แต่การที่ต้นทุนบริการลดลงเมื่อเทียบกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น บ่งชี้ถึงแนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น
  • ขาดทุนจากการตีราคาสินทรัพย์: เป็นรายการที่ต้องจับตา เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิได้

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง จึงไม่สามารถสรุปในส่วนนี้ได้

สรุปท้าย

TNDT ในไตรมาส 2 ปี 2566 แสดงสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจน โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การเติบโตของรายได้บริการที่แข็งแกร่ง ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ ทำให้ขาดทุนสุทธิลดลงอย่างมาก แม้จะยังคงมีขาดทุนอยู่ แต่แนวโน้มการดำเนินงานเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความต่อเนื่องของรายได้ การควบคุมต้นทุน และสถานการณ์ของบริษัทร่วมในอินโดนีเซีย เพื่อประเมินโอกาสในการกลับมามีกำไรสุทธิในอนาคต

ยังไม่มีความคิดเห็น