เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
TFMAMA Q2/2566 กำไรสุทธิพุ่ง 69% รับอานิสงส์ต้นทุนวัตถุดิบคลายตัว
ข่าวสาร

TFMAMA Q2/2566 กำไรสุทธิพุ่ง 69% รับอานิสงส์ต้นทุนวัตถุดิบคลายตัว

TFMAMA P/E 16.98 YIELD 2.45
52 นาที 08:37 น. 0 ความเห็น

รายได้รวมโต 2.57% ขณะที่ต้นทุนขายลดลง หนุนกำไรขั้นต้นขยายตัว

บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFMAMA รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ เติบโตอย่างโดดเด่นถึง 69.05% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้นและการบริหารจัดการต้นทุนขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

1) หัวใจคืออะไร

หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ TFMAMA ในไตรมาส 2 ปี 2566 คือ การฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin - GPM) ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 27.14% ในปีก่อน มาอยู่ที่ 31.93% ในไตรมาสนี้ ปัจจัยนี้ส่งผลโดยตรงต่อกำไรจากการดำเนินงานที่เติบโตถึง 56.88% และกำไรสุทธิที่พุ่งสูงขึ้น 69.05%

2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

การขยายตัวของ GPM เกิดจาก การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง โดยต้นทุนขายรวมลดลง 4.17% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายจะเติบโตขึ้น 2.57% ซึ่งสะท้อนถึงการที่บริษัทฯ สามารถควบคุมต้นทุนการผลิตได้ดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งราคาวัตถุดิบบางชนิดที่ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน ประกอบกับการที่บริษัทฯ สามารถปรับขึ้นราคาขายสินค้าบางรายการได้ ทำให้ส่วนต่างระหว่างราคาขายและต้นทุนเพิ่มสูงขึ้น

นอกจากนี้ ฝ่ายจัดการยังระบุว่า ต้นทุนขายต่อรายได้จากการขายลดลง มาอยู่ที่ 68.07% ในไตรมาส 2/2566 จาก 72.86% ในปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ

3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่

มีโอกาสต่อเนื่อง โดยฝ่ายจัดการได้กล่าวถึงการบริหารต้นทุนขายที่ลดลงเมื่อเทียบกับรายได้จากการขาย ซึ่งเป็นแนวโน้มที่ดี อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของราคาวัตถุดิบบางชนิดที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงต้นปี อาจเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา แต่โดยรวมแล้ว การบริหารจัดการต้นทุนและการปรับราคาขายที่เหมาะสม น่าจะช่วยรักษาอัตรากำไรให้อยู่ในระดับที่ดีได้ในระยะต่อไป

Highlight สำคัญ

  • กำไรสุทธิพุ่ง 69.05% YoY: จาก 556.24 ล้านบาท เป็น 940.30 ล้านบาท
  • รายได้รวมเติบโต 2.57% YoY: อยู่ที่ 6,706.30 ล้านบาท
  • ต้นทุนขายลดลง 4.17% YoY: อยู่ที่ 4,565.20 ล้านบาท
  • อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ขยายตัว: จาก 27.14% เป็น 31.93%
  • ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 6.03% YoY: อยู่ที่ 989.24 ล้านบาท
  • สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 2.71%: อยู่ที่ 44,043.20 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส

ภาพรวมผลประกอบการ

ในไตรมาส 2 ปี 2566 TFMAMA มีรายได้จากการขายรวม 6,706.30 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.57% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยรายได้จากการขายในประเทศเติบโต 8.19% จากการรับรู้ราคาขายที่เพิ่มขึ้น ขณะที่รายได้จากการขายต่างประเทศลดลง 0.18% โดยได้รับผลกระทบจากตลาดในภูมิภาคอาเซียนที่อัตราการเติบโตชะลอตัว และกลุ่มสินค้าขนมขบเคี้ยวที่ยอดขายลดลงจากการรับรู้ราคาขายที่เพิ่มขึ้น

ต้นทุนขายรวมอยู่ที่ 4,565.20 ล้านบาท ลดลง 4.17% YoY ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้นให้เพิ่มขึ้นเป็น 31.93% จาก 27.14% ในปีก่อน

ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอยู่ที่ 989.24 ล้านบาท ลดลง 6.03% YoY โดยลดลงเมื่อเทียบกับรายได้จากการขาย

ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 56.88% YoY และกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ เติบโตถึง 69.05% YoY มาอยู่ที่ 940.30 ล้านบาท

สำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้รวม 13,506.42 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.39% YoY และมีกำไรสุทธิ 1,743.91 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49.69% YoY

โอกาส

  • การเติบโตของรายได้ในประเทศ: การปรับขึ้นราคาขายสินค้าและการบริหารจัดการที่แข็งแกร่งเป็นปัจจัยหนุนรายได้ในประเทศ
  • การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ: การควบคุมต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไร
  • การขยายตลาดต่างประเทศ: แม้บางตลาดจะชะลอตัว แต่การกระจายฐานลูกค้าไปยังตลาดอื่นๆ ยังคงเป็นโอกาสในการเติบโตระยะยาว

ความเสี่ยง

  • ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ: แม้ปัจจุบันต้นทุนจะลดลง แต่ราคาวัตถุดิบบางชนิดยังมีความผันผวน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตในอนาคต
  • ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว: อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ
  • การแข่งขันในอุตสาหกรรม: การแข่งขันที่รุนแรงอาจกดดันราคาขายและส่วนแบ่งการตลาด

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  • แนวโน้มราคาวัตถุดิบสำคัญ เช่น แป้งสาลี น้ำมันปาล์ม และการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน
  • กลยุทธ์การขยายตลาดในภูมิภาคอาเซียนและตลาดอื่นๆ
  • การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอย่างต่อเนื่อง
  • การออกผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)

  • ราคาวัตถุดิบ/สินค้า: ราคาวัตถุดิบบางชนิดคลายตัวลงเมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อต้นทุนการผลิต
  • Volume: รายได้จากการขายในประเทศเติบโต 8.19% สะท้อนถึงปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นจากการรับรู้ราคาขายที่สูงขึ้น
  • GPM: อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จาก 27.14% เป็น 31.93%
  • ช่องทางขาย: รายได้ในประเทศเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ในขณะที่ตลาดต่างประเทศเผชิญความท้าทาย
  • สต็อก: มีการกล่าวถึงสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจต้องติดตามการบริหารจัดการสต็อก
  • อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก: รายได้จากการส่งออกชะลอตัวเล็กน้อย โดยได้รับผลกระทบจากตลาดในภูมิภาคอาเซียน
  • ฤดูกาลผลิต: ไม่ได้ระบุถึงผลกระทบจากฤดูกาลผลิตโดยตรงในงวดนี้

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 กลุ่มบริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 44,043.20 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.71% จากสิ้นปี 2565 โดยมีรายการสำคัญที่เพิ่มขึ้นคือ เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด และลูกหนี้ตามสัญญาขายฝากครบกำหนดภายใน 1 ปี

หนี้สินรวมอยู่ที่ 4,626.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.20% จากสิ้นปี 2565 โดยส่วนใหญ่เป็นหนี้สินหมุนเวียน

ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 39,416.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.54% จากสิ้นปี 2565 ซึ่งเป็นผลมาจากกำไรจากการดำเนินงาน

กระแสเงินสดจากการดำเนินงานในงวด 6 เดือนแรกของปี 2566 อยู่ที่ 2,377.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง บริษัทฯ มีการใช้เงินสดในกิจกรรมลงทุนและกิจกรรมจัดหาเงินตามปกติ

สรุปท้าย

TFMAMA โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 แข็งแกร่ง ด้วยกำไรสุทธิที่พุ่งสูงขึ้น 69.05% โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลงและการปรับขึ้นราคาขายสินค้า ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นขยายตัวอย่างโดดเด่น แม้รายได้จากการขายจะเติบโตในระดับปานกลาง การบริหารค่าใช้จ่ายที่รัดกุมยังคงเป็นปัจจัยหนุนผลกำไรอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความผันผวนของราคาวัตถุดิบและภาวะเศรษฐกิจโลกที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานในอนาคต

ยังไม่มีความคิดเห็น