SYNEX Q2/2566 กำไรสุทธิพุ่ง 31.3% รับแรงหนุนรายได้การลงทุน-กำไรเครื่องมือทางการเงิน
รายได้รวม-กำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้น YoY ขณะที่ธุรกิจการเงินยังเผชิญแรงกดดัน
บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SYNEX รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 176 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะปรับลดลง 9.5% เป็น 4,130 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้จากการลงทุนและกำไรจากเครื่องมือทางการเงิน ขณะที่ธุรกิจการเงินยังคงเผชิญความท้าทายจากการลดลงของรายได้จากการขายรถยนต์ที่หมดสัญญาเช่า
Hero: หัวใจกำไร — การฟื้นตัวของรายได้จากการลงทุนและกำไรจากเครื่องมือทางการเงิน ชดเชยแรงกดดันในธุรกิจการเงิน
1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ SYNEX ในไตรมาส 2 ปี 2566 คือ การเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการลงทุนที่เพิ่มขึ้น 14.6% และการบันทึกกำไรจากเครื่องมือทางการเงิน 158 ล้านบาท ซึ่งช่วยชดเชยการลดลงของรายได้รวม 9.5% และแรงกดดันในธุรกิจการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตถึง 31.3% YoY
2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
- รายได้จากการลงทุน: การเพิ่มขึ้น 14.6% มาจากรายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผลที่เพิ่มขึ้น 60 ล้านบาท และที่สำคัญคือ กำไรจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนเป็นหลัก ซึ่งสะท้อนถึงการบริหารพอร์ตการลงทุนที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้ดีในช่วงเวลาดังกล่าว
- กำไรจากเครื่องมือทางการเงิน: การบันทึกกำไร 158 ล้านบาท (เทียบกับไม่มีในปีก่อน) มาจาก กำไรจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนของธุรกิจประกันชีวิต ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่เข้ามาสนับสนุนผลประกอบการโดยตรง
- ธุรกิจการเงิน: แม้จะเผชิญแรงกดดันจากการลดลงของรายได้จากการขายรถยนต์ที่หมดสัญญาเช่า 331 ล้านบาท (ปริมาณการขายลดลงกว่า 600 คัน) แต่รายได้จากการให้เช่ารถยนต์ยังคงเพิ่มขึ้นเล็กน้อย และต้นทุนทางตรงจากการให้เช่าลดลง 30.3% ซึ่งช่วยบรรเทาผลกระทบได้บางส่วน
3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามปัจจัยภายนอก
- รายได้จากการลงทุนและกำไรจากเครื่องมือทางการเงิน: การปรับมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนมีความผันผวนตามสภาวะตลาด โดยเฉพาะดัชนี SET INDEX ที่ปรับตัวลดลงในงวด 6 เดือนแรก ส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 3.6% อย่างไรก็ตาม หากตลาดมีทิศทางที่ดีขึ้นหรือการบริหารพอร์ตมีประสิทธิภาพต่อเนื่อง ก็มีโอกาสที่จะสร้างผลตอบแทนที่ดีได้ในอนาคต
- ธุรกิจการเงิน: แนวโน้มอุตสาหกรรมรถยนต์มือสองที่คาดว่าจะมีการแข่งขันสูงขึ้น และการเข้ามาของธุรกิจ Subscription อาจส่งผลกระทบต่อความต้องการซื้อรถยนต์มือสองในระยะยาว การบริหารจัดการปริมาณรถยนต์ที่หมดสัญญาเช่าและการหาช่องทางการขายใหม่ๆ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาผลประกอบการของธุรกิจนี้
Highlight สำคัญ
- กำไรสุทธิ Q2/2566 เติบโต 31.3% YoY แตะ 176 ล้านบาท
- รายได้รวมลดลง 9.5% YoY อยู่ที่ 4,130 ล้านบาท
- ธุรกิจประกันชีวิต: รายได้ลดลง 9.9% YoY จากเบี้ยประกันชีวิตรับชำระครั้งเดียวขายผ่านช่องทางสถาบันการเงินลดลง แต่มีรายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผลเพิ่มขึ้น
- ธุรกิจประกันภัย: รายได้เพิ่มขึ้น 11.4% YoY จากรายได้ค่าบำเหน็จจากการเอาประกันภัยต่อที่เพิ่มขึ้น
- ธุรกิจการเงิน: รายได้ลดลง 17.9% YoY จากการขายรถยนต์หมดสัญญาเช่าลดลง
- ค่าใช้จ่ายรวมลดลง 15.6% YoY โดยเฉพาะต้นทุนทางตรงจากการให้เช่าที่ลดลง 30.3%
- ฐานะการเงิน: สินทรัพย์รวมลดลง 1.2% จากสิ้นปีก่อน โดยสินทรัพย์ลงทุนลดลง 3.0% จากการปรับลดมูลค่ายุติธรรมของตราสารทุน
- ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 3.6% จากสิ้นปีก่อน สาเหตุหลักจากการปรับลดมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุน
ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2566 SYNEX มีรายได้รวม 4,130 ล้านบาท ลดลง 9.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการลดลงของรายได้จากธุรกิจประกันชีวิตและธุรกิจการเงิน ขณะที่ธุรกิจประกันภัยมีการเติบโต อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายรวมลดลงถึง 15.6% โดยเฉพาะต้นทุนทางตรงจากการให้เช่าที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้กำไรสุทธิปรับตัวเพิ่มขึ้น 31.3% เป็น 176 ล้านบาท อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ปรับตัวดีขึ้นจาก 2.9% เป็น 4.3%
สำหรับผลการดำเนินงานในรอบ 6 เดือนแรกของปี 2566 รายได้รวมอยู่ที่ 7,850 ล้านบาท ลดลง 16.5% YoY ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 268 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 85.4% YoY ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากรายการที่ไม่ใช่การดำเนินงานปกติ (รายการที่ 16 ผลต่างจากการสิ้นสุดการเป็นบริษัทย่อยสุทธิจากขาดทุนสำหรับงวดของธุรกิจที่เลิกดำเนินงาน)
โอกาส
- การบริหารพอร์ตลงทุน: การสร้างผลตอบแทนที่ดีจากการลงทุนและการบริหารมูลค่ายุติธรรมของเครื่องมือทางการเงิน เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนกำไร
- การเติบโตของธุรกิจประกันภัย: การเพิ่มสัดส่วนการเอาประกันภัยต่อในงานประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับและการเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับในส่วนของประกันภัยรถยนต์และทรัพย์สิน เป็นสัญญาณที่ดี
- การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ: การกลับเข้าสู่ภาวะปกติของเศรษฐกิจและการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว อาจส่งผลดีต่อธุรกิจให้เช่ารถยนต์ในระยะต่อไป
ความเสี่ยง
- ความผันผวนของตลาดทุน: การปรับลดมูลค่ายุติธรรมของตราสารทุนส่งผลกระทบต่อส่วนของผู้ถือหุ้นและอาจกระทบต่อผลประกอบการในอนาคต
- การแข่งขันในธุรกิจรถยนต์มือสอง: การเข้ามาของรถยนต์ไฟฟ้ามือสองและธุรกิจ Subscription อาจกดดันความต้องการซื้อรถยนต์มือสอง
- การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย: ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยและเงินกู้ยืมที่เพิ่มขึ้นเพื่อสนับสนุนการขยายธุรกิจรถยนต์ให้เช่า
- การลดลงของเบี้ยประกันชีวิตรับ: การพึ่งพิงเบี้ยประกันชีวิตรับชำระครั้งเดียวผ่านช่องทางสถาบันการเงิน อาจทำให้รายได้มีความผันผวน
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- แนวโน้มรายได้จากการลงทุนและกำไรจากเครื่องมือทางการเงิน: จะสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ต่อเนื่องหรือไม่ ท่ามกลางความผันผวนของตลาดทุน
- กลยุทธ์การบริหารจัดการธุรกิจการเงิน: การปรับตัวเพื่อรับมือกับการแข่งขันที่สูงขึ้นในตลาดรถยนต์มือสองและธุรกิจ Subscription
- การบริหารความเสี่ยงในธุรกิจประกันภัย: การจัดการสัดส่วนการเอาประกันภัยต่อเพื่อควบคุมความเสี่ยง
- การเติบโตของเบี้ยประกันชีวิตกลุ่ม: เป็นปัจจัยบวกที่เข้ามาช่วยชดเชยการลดลงของเบี้ยรับชำระครั้งเดียว
- ทิศทางอัตราดอกเบี้ย: ผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินและการบริหารพอร์ตการลงทุน
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)
แม้ SYNEX จะไม่ได้มีธุรกิจหลักที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีโดยตรงในแง่ของการผลิตหรือพัฒนาซอฟต์แวร์ แต่การดำเนินธุรกิจของบริษัทมีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาสนับสนุนการดำเนินงานอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในส่วนของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ลดลง 40 ล้านบาท หรือ 7.3% YoY ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานและ ค่าใช้จ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่ลดลง นอกจากนี้ การบริหารจัดการสินทรัพย์จากการให้เช่ารถยนต์ก็ต้องอาศัยระบบเทคโนโลยีในการติดตามและบริหารจัดการ
อย่างไรก็ตาม จุดโฟกัสเฉพาะ sector ที่เน้น "recurring/subscription revenue" และ "R&D" ยังไม่ปรากฏในเอกสาร MD&A นี้อย่างชัดเจน โดยรายได้หลักของ SYNEX มาจากธุรกิจประกันภัย ประกันชีวิต และการเงิน (ให้เช่ารถยนต์) ซึ่งมีลักษณะรายได้ที่แตกต่างออกไป
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 SYNEX มีสินทรัพย์รวม 83,144 ล้านบาท ลดลง 1.2% จากสิ้นปีก่อน โดยมีสินทรัพย์ลงทุนเป็นสัดส่วนใหญ่ถึง 64% อย่างไรก็ตาม สินทรัพย์ลงทุนลดลง 3.0% จากการปรับลดมูลค่ายุติธรรมของตราสารทุนเป็นหลัก หนี้สินรวมอยู่ที่ 73,868 ล้านบาท ลดลง 0.9% โดยส่วนใหญ่เป็นหนี้สินจากสัญญาประกันภัยและเงินกู้ยืม ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 9,276 ล้านบาท ลดลง 3.6% จากสิ้นปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการปรับลดมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุน โดยเฉพาะตราสารทุนของธุรกิจประกันชีวิต
สรุปท้าย
SYNEX ในไตรมาส 2 ปี 2566 สามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิเติบโต 31.3% YoY ได้ จากการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะต้นทุนทางตรงจากการให้เช่าที่ลดลงอย่างมาก และการได้รับผลบวกจากรายได้จากการลงทุนและกำไรจากเครื่องมือทางการเงิน แม้รายได้รวมจะยังคงเผชิญแรงกดดันจากธุรกิจประกันชีวิตและธุรกิจการเงิน อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดทุนและแนวโน้มการแข่งขันในธุรกิจการเงินยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินโอกาสในการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว