เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
SR Q2/2566 ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 136% รับผลกระทบรายได้หลักหด-ธุรกิจใหม่ยังไม่คุ้มต้นทุน
ข่าวสาร

SR Q2/2566 ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 136% รับผลกระทบรายได้หลักหด-ธุรกิจใหม่ยังไม่คุ้มต้นทุน

SR P/E -100.00 YIELD 0.00
78 นาที 06:25 น. 0 ความเห็น

รายได้หลักทรุด 13.88% จากการปิดสถานี NGV และฐานปีก่อนสูง ขณะที่ธุรกิจอาคารจอดรถเปิดใหม่ยังสร้างภาระต้นทุน

บริษัท สยามราช จำกัด (มหาชน) หรือ SR รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 ขาดทุนสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ 4.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 136.49% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมาจากรายได้จากการก่อสร้าง ขายและบริการที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับธุรกิจให้บริการอาคารจอดรถที่เริ่มดำเนินการในปีนี้ยังไม่สามารถชดเชยต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นได้

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

1) หัวใจคืออะไร

หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรของ SR ในไตรมาส 2 ปี 2566 เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ คือ การลดลงของรายได้หลัก ซึ่งส่งผลให้ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 136.49% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีตัวเลขขาดทุนสุทธิ 4.99 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 2.11 ล้านบาทในปีก่อน

2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

การลดลงของรายได้หลักจำนวน 43.54 ล้านบาท หรือ 13.88% เกิดจาก 2 ปัจจัยหลัก ได้แก่:

  • การปิดสถานีจำหน่าย NGV สาขาบางนา: เนื่องจากหมดสัญญาซื้อก๊าซกับ ปตท. ทำให้สูญเสียรายได้จากส่วนนี้ไป
  • ฐานรายได้ปี 2565 ที่สูงผิดปกติ: ในปีก่อน กลุ่มธุรกิจจำหน่ายปั๊มในอุตสาหกรรมมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการขายสินค้าให้กับบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และบริษัท คาร์กิลล์สยาม จำกัด เป็นจำนวน 13.77 ล้านบาท และ 3.20 ล้านบาท ตามลำดับ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้รายได้ในไตรมาส 2 ปี 2566 เปรียบเทียบแล้วดูเหมือนลดลงอย่างมาก

นอกจากนี้ ธุรกิจให้บริการอาคารจอดรถที่เริ่มดำเนินการในปี 2566 ยังเป็นอีกปัจจัยที่กดดันผลประกอบการ เนื่องจากรายได้ที่เกิดขึ้นยังไม่สัมพันธ์กับต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในงวด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นต้นทุนค่าใช้จ่ายทางตรง ทำให้เกิดภาระต้นทุนในช่วงเริ่มต้น

อย่างไรก็ตาม ต้นทุนและค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานโดยรวมลดลง 12.52% หรือ 40.21 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลดีจากการปรับลดต้นทุนผันแปรตามรายได้ที่ลดลง, ค่าใช้จ่ายฝ่ายขายและบริหารที่ลดลงจากค่าใช้จ่ายพนักงาน และการกลับรายการสำรองหนี้สูญและสำรองค่าเงินลงทุนของบริษัทย่อย

3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่

ลักษณะครั้งคราว / ยังไม่ชัด ต้องติดตาม

การลดลงของรายได้หลักจากปัจจัยการสิ้นสุดสัญญา NGV สาขาบางนา เป็นปัจจัยที่ มีลักษณะครั้งคราว และไม่น่าจะกลับมาเกิดขึ้นอีก แต่การที่ฐานรายได้ปี 2565 สูงผิดปกติ ทำให้การเปรียบเทียบ YoY ในไตรมาสถัดๆ ไปอาจยังคงเห็นผลกระทบอยู่

ส่วนของธุรกิจอาคารจอดรถที่เปิดดำเนินการใหม่นั้น ฝ่ายจัดการระบุว่า "รายได้ยังไม่สัมพันธ์กับต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในงวด" ซึ่งบ่งชี้ว่า ยังไม่ชัดเจนว่าจะสามารถสร้างผลกำไรได้ในระยะสั้น และต้องใช้เวลาในการปรับตัวให้รายได้และต้นทุนสมดุลกัน จึงเป็นประเด็นที่ ต้องติดตาม อย่างใกล้ชิดว่าธุรกิจนี้จะสามารถพลิกกลับมาทำกำไรได้เมื่อใด

Highlight สำคัญ

  • ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 136.49%: ในไตรมาส 2 ปี 2566 ขาดทุนสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ 4.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 2.11 ล้านบาทในปีก่อน
  • รายได้หลักลดลง 13.88%: อยู่ที่ 270.19 ล้านบาท สาเหตุหลักจากการปิดสถานี NGV บางนา และฐานรายได้ปี 2565 ที่สูงจากการขายให้ ปตท. และคาร์กิลล์
  • ต้นทุนและค่าใช้จ่ายลดลง 12.52%: อยู่ที่ 280.69 ล้านบาท จากการปรับลดต้นทุนผันแปร, ค่าใช้จ่ายฝ่ายขายและบริหาร, และการกลับรายการสำรองหนี้สูญ/ค่าเงินลงทุน
  • ธุรกิจอาคารจอดรถเปิดใหม่: ยังมีต้นทุนสูงกว่ารายได้ที่เกิดขึ้น
  • สินทรัพย์รวมลดลง 6.76%: อยู่ที่ 2,517.08 ล้านบาท จากลูกหนี้การค้าลดลง และการโอนงานระหว่างก่อสร้างเป็นทรัพย์สินพร้อมตัดค่าเสื่อมราคา
  • หนี้สินรวมลดลง 8.75%: อยู่ที่ 1,708.25 ล้านบาท จากการจ่ายชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้น

ภาพรวมผลประกอบการ

สำหรับงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิ 13.95 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.63 ล้านบาท หรือ 120.38% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากปัจจัยที่กล่าวไปข้างต้นในการเปรียบเทียบไตรมาส 2 ปี 2566 กับไตรมาส 2 ปี 2565

โอกาส

  • การกลับรายการสำรอง: การกลับรายการสำรองหนี้สงสัยจะสูญและสำรองค่าเงินลงทุนของบริษัทย่อย (บริษัท เอสอาร์ พาวเวอร์โฮลดิ้ง จำกัด) จากการรับชำระเงินจากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัท โซลเทคโซลูชั่น จำกัด (STS) และบริษัท ซี.ทู.ซี.โซลูชั่น จำกัด (C2C) เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยลดผลขาดทุนในงวดนี้
  • การบริหารต้นทุน: การปรับลดต้นทุนผันแปรที่สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง และการลดค่าใช้จ่ายฝ่ายขายและบริหาร เป็นการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ

ความเสี่ยง

  • การพึ่งพารายได้จากลูกค้าหลัก: การที่รายได้หลักลดลงจากการสิ้นสุดสัญญา NGV สาขาบางนา สะท้อนถึงความเสี่ยงจากการพึ่งพิงลูกค้าหรือสัญญาหลักรายใดรายหนึ่ง
  • การเปิดธุรกิจใหม่ที่ยังไม่คุ้มทุน: ธุรกิจให้บริการอาคารจอดรถที่เพิ่งเริ่มดำเนินการ ยังเป็นภาระต้นทุนที่ยังไม่สามารถสร้างรายได้มาชดเชยได้ทันที
  • ความผันผวนของรายได้: การที่รายได้ปี 2565 สูงผิดปกติจากการขายให้กับลูกค้ารายใหญ่ ทำให้การเปรียบเทียบรายได้ในงวดปัจจุบันอาจดูแย่ลงกว่าความเป็นจริง

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  • แนวโน้มรายได้ของธุรกิจอาคารจอดรถ: จะสามารถสร้างรายได้และกำไรได้เมื่อใด และจะสามารถชดเชยต้นทุนที่เกิดขึ้นได้หรือไม่
  • การหาแหล่งรายได้ใหม่: บริษัทฯ จะสามารถหาแหล่งรายได้ใหม่มาทดแทนรายได้จากสถานี NGV บางนาที่สิ้นสุดสัญญาไปได้อย่างไร
  • การบริหารจัดการต้นทุน: จะสามารถรักษาประสิทธิภาพการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้ต่อเนื่องหรือไม่ ท่ามกลางรายได้ที่ยังมีความไม่แน่นอน
  • ผลกระทบจากการกลับรายการสำรอง: การกลับรายการสำรองหนี้สงสัยจะสูญและสำรองค่าเงินลงทุน เป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นครั้งเดียวหรือไม่ หรือจะสามารถเกิดขึ้นต่อเนื่องได้

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)

ในไตรมาส 2 ปี 2566 SR ได้รับผลกระทบจากปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจพลังงานโดยตรง คือ การสิ้นสุดสัญญาซื้อก๊าซ NGV ของสถานีบริการบางนา ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการลดลงของรายได้หลัก แม้ว่า SR จะไม่ได้ดำเนินธุรกิจผลิตหรือจำหน่ายพลังงานโดยตรง แต่การบริหารจัดการสถานีบริการและสัญญาซื้อขายก๊าซเป็นส่วนสำคัญของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับพลังงาน

ในส่วนของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานและบริการอื่นๆ เช่น อาคารจอดรถ แม้จะไม่ได้อยู่ในกลุ่มทรัพยากรหรือพลังงานโดยตรง แต่การลงทุนในโครงการเหล่านี้ต้องพิจารณาถึงกระแสเงินสดและต้นทุนที่เกิดขึ้น ซึ่งในกรณีนี้ ธุรกิจอาคารจอดรถที่เพิ่งเปิดดำเนินการยังสร้างภาระต้นทุนมากกว่ารายได้

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทฯ และบริษัทย่อย มีสินทรัพย์รวม 2,517.08 ล้านบาท ลดลง 6.76% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักจากลูกหนี้การค้าที่ลดลงตามรายได้ และการโอนงานระหว่างก่อสร้างเป็นทรัพย์สินพร้อมตัดค่าเสื่อมราคาสำหรับโครงการอาคารจอดรถที่เปิดดำเนินการแล้ว

หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,708.25 ล้านบาท ลดลง 8.75% จากสิ้นปี 2565 เนื่องจากการจ่ายชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้น

ส่วนของผู้ถือหุ้น (ส่วนของบริษัทใหญ่) อยู่ที่ 790.62 ล้านบาท ลดลง 1.75% จากสิ้นปี 2565 ซึ่งเป็นผลมาจากผลขาดทุนสุทธิในงวด

สรุปท้าย

SR ในไตรมาส 2 ปี 2566 เผชิญกับแรงกดดันจากรายได้หลักที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากการสิ้นสุดสัญญา NGV และฐานรายได้ปีก่อนที่สูงผิดปกติ ประกอบกับธุรกิจอาคารจอดรถที่เพิ่งเปิดดำเนินการยังสร้างภาระต้นทุน แม้ว่าบริษัทฯ จะมีการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้นและมีการกลับรายการสำรองที่เป็นบวก แต่ภาพรวมผลประกอบการยังคงขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มการฟื้นตัวของรายได้จากธุรกิจอาคารจอดรถ และความสามารถในการหาแหล่งรายได้ใหม่มาทดแทนในระยะยาว

ยังไม่มีความคิดเห็น