บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
DRT ปี 68 รายได้ 4,531 ล้าน – กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ต้องจับตา “อัตรากำไรตก” และ “ยอดขายออนไลน์” ที่ยังไม่แรง
P/E 12.37 YIELD 6.61 ราคา 4.84 (0.00%)
DRT ปี 68 รายได้ 4,531 ล้าน – กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ต้องจับตา “อัตรากำไรตก” และ “ยอดขายออนไลน์” ที่ยังไม่แรง
บริษัทผลิตภัณฑ์ตราเพชรจำกัด (มหาชน) หรือ DRT ปิดงบประมาณปี 2568 ด้วยรายได้รวม 4,531 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนหน้า 4,930 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราการลดลง 8.8% สะท้อนถึงแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว อัตราดอกเบี้ยที่ยังคงสูงในช่วงต้นปี และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป โดยหันมาซื้อสินค้าตามความจำเป็นมากกว่าการสะสมสต๊อก แม้จะมียอดขายลดลง แต่กำไรสุทธิกลับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 372 ล้านบาท เป็น 377 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 7.8% แม้ในคลิปจะระบุว่า “กำไรลดลง 37.2%” และ “อัตรากำไรสุทธิลดเหลือ 7% เป็นครั้งแรกในหลายปี” แต่ตัวเลขในรายงานทางการกลับแสดงข้อมูลตรงกันข้าม ซึ่งต้องจับตาความชัดเจนของข้อมูลในช่วงถ่ายทอดผลประกอบการ
“กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 25.0% เหลือ 22.7% — สะท้อนความท้าทายในการรักษาต้นทุนในภาวะตลาดที่ไม่แน่นอน”
แม้รายได้จะหดตัว แต่ DRT ยังคงรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไว้ได้ระดับ 22.7% ซึ่งถือว่าแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับคู่แข่งในกลุ่มอุตสาหกรรมก่อสร้าง โดยเฉพาะในช่วงที่ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานยังคงผันผวน กำไรจากการดำเนินงาน (EBIT) อยู่ที่ 341 ล้านบาท ลดลงจาก 627 ล้านบาทในปีก่อนหน้า หรือคิดเป็นอัตราการลดลง 45.6% ซึ่งบ่งชี้ถึงต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะเดียวกัน อัตราการใช้กำลังผลิตของโรงงานลดลงเหลือเพียง 70% จากปีก่อนหน้า สะท้อนถึงภาวะตลาดที่ชะลอตัว และผู้รับเหมาไม่เร่งสั่งซื้อสินค้าในครั้งใหญ่
“การปรับโครงสร้างกลยุทธ์จากผลิตภัณฑ์หลังคาเดิมไปสู่โซลูชันครบวงจร — รวมถึงบริการขนส่งและติดตั้ง — เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่อาจพลิกฟื้นอัตรากำไรในระยะยาว”
กลยุทธ์หลักของ DRT ในปี 2568 คือการขยายตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ โดยเฉพาะแพลตฟอร์ม Shopee และระบบ digital showroom เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่ต้องการซื้อสินค้าเพื่อใช้เองหรือรีโนเวทบ้าน พร้อมกับพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตอบโจทย์ด้านสุขภาวะ เช่น อิฐมวลเบา G4, หลังคา UPVC Air Roof และไม้ตกแต่ง SPC/WPC ซึ่งถือเป็นสินค้า Non-Core ที่มีศักยภาพในการสร้างมูลค่าเพิ่ม อย่างไรก็ตาม ยอดขายผ่านช่องทางออนไลน์ยังไม่สามารถสร้างสัดส่วนใหญ่ได้ เนื่องจากเปิดตัวไม่นาน และยังไม่มีข้อมูลเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับสัดส่วนรายได้จาก Shopee หรือ TikTok ที่บริษัทตั้งเป้าจะขยายในระยะสั้น
“อุตสาหกรรมก่อสร้างเติบโตเพียง 0.5% ในปี 2568 ขณะที่ตลาดรีโนเวทเติบโต 2.2% — สะท้อนแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภคจาก ‘สร้างใหม่’ สู่ ‘ปรับปรุง’”
ในแง่มหภาค อัตราการเติบโตของภาคเอกชนลดลงเหลือ 39% จากเดิม 47% ในปีก่อนหน้า ขณะที่สัดส่วนการลงทุนภาครัฐเพิ่มขึ้นเป็น 61% ซึ่งเปิดโอกาสให้ DRT เข้าร่วมโครงการภาครัฐและโครงการรีโนเวทบ้านสำหรับผู้สูงอายุที่เติบโตได้ 2.2% ในปีงบประมาณนี้ อย่างไรก็ตาม ความท้าทายยังคงอยู่ที่การปรับตัวต่อคู่แข่งที่เริ่มพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาวะ เช่น การลดความร้อนและชื้นในอาคาร ซึ่งอาจทำให้ DRT ต้องเร่งพัฒนาเทคโนโลยีและเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์เดิม
เจาะประเด็นร้อน (Q&A)
- อุตสาหกรรมก่อสร้างจะเติบโตได้แค่ไหนในปี 2568–2569? อัตราการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยอยู่ที่เพียง 0.5% ในปีงบประมาณ 2568 ขณะที่ตลาดรีโนเวทเติบโตได้ 2.2% สะท้อนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคจาก “สร้างใหม่” สู่ “ปรับปรุง”
- ผลิตภัณฑ์ใหม่ใดที่ DRT วางเป้าหมายจะช่วยพลิกฟื้นยอดขาย? อิฐมวลเบา G4, หลังคา UPVC Air Roof และหลังคากระเบื้องเซรามิก Emerald ถือเป็นสินค้าใหม่ที่เน้นตอบโจทย์ด้านสุขภาวะ เช่น การลดความร้อนและความชื้นในอาคาร
- ยอดขายผ่านออนไลน์มีมาร์จินอยู่ไหม? แม้ยังไม่มีข้อมูลเฉพาะเจาะจง แต่บริษัทระบุว่ายังคงรักษา “มาร์จินอยู่ในระดับที่ยอมรับได้” และเป็นช่องทางสำคัญในการเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง
- อัตรากำไรสุทธิ 7.8% ยังคงมั่นคงหรือไม่? แม้ตัวเลขกำไรสุทธิจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่การลดลงของ EBIT และอัตรากำไรขั้นต้นถึง 2.3% ทำให้ความยั่งยืนของมาร์จินยังต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
- เป้าหมายระยะยาวคืออะไร? ในปี 2568–2569 บริษัทตั้งเป้าเพิ่มยอดขายผ่าน Shopee และ TikTok โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าระดับพรีเมียมและโครงการรีโนเวทสำหรับผู้สูงอายุ
ทั้งนี้ DRT ยังคงต้องจับตา “การชะลอตัวของภาคเอกชน” และ “นโยบายภาครัฐด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม” ซึ่งอาจกระทบต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ในอนาคต พร้อมกับต้องรักษาอัตรากำไรสุทธิให้อยู่ในระดับที่น่าเชื่อถือ ภายใต้ภาวะตลาดที่ไม่แน่นอน