https://aio.panphol.com/assets/images/community/19037_F7F086.png

NOBLE กำไร Q1/69 ลดลง 43.6% แม้รายได้ขายอสังหาฯ โต แต่ถูกฉุดด้วยรายได้ค่าเช่าที่ลดลง

P/E 4.13 YIELD 0.00 ราคา 1.79 (0.00%)

ไฮไลท์สำคัญ: NOBLE เผชิญความท้าทายในไตรมาส 1/69 กำไรสุทธิลดลง แม้รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์จะเติบโต แต่ถูกกดดันจากรายได้ค่าเช่าและบริการที่ลดลง

บมจ. โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ (NOBLE) รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 มีรายได้รวม 1,535.2 ล้านบาท ลดลง 14.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า กำไรสุทธิอยู่ที่ 48.9 ล้านบาท ลดลงถึง 43.6% สาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้จากการให้เช่าและบริการ ซึ่งเป็นผลมาจากโครงการร่วมทุนที่อยู่ในช่วงปลายของการก่อสร้างและทยอยแล้วเสร็จ อย่างไรก็ตาม รายได้จากการขายธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวเพิ่มขึ้น 24.7% จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีรายได้ค่าชดเชยจำนวน 166.3 ล้านบาทจากการรับรู้รายได้ตามสัญญาจ้างบริหารโครงการนิวดิสทริค อาร์ 9

ภาพรวมเศรษฐกิจและอสังหาริมทรัพย์: เศรษฐกิจไทยชะลอตัว แต่อสังหาฯ เริ่มฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป

แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2569 มีทิศทางชะลอลง โดย สศช. คาดการณ์ว่าจะขยายตัวในช่วง 1.5-2.5% แม้เศรษฐกิจจะได้รับแรงสนับสนุนจากการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน การใช้จ่ายภาครัฐ และการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว แต่ภาคอสังหาริมทรัพย์ยังคงอยู่ในช่วงการปรับสมดุลมากกว่าการฟื้นตัวอย่างชัดเจน ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงสู่ระดับ 1.00% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบหลายปี

การเปลี่ยนแปลงรายได้และกำไร: รายได้ขายอสังหาฯ โต แต่รายได้ค่าเช่าลดลง ต้นทุนทางการเงินพุ่ง

ถึงแม้รายได้จากการขายธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จะเพิ่มขึ้น 24.7% แต่รายได้จากการให้เช่าและบริการลดลงอย่างมากถึง 65.1% ต้นทุนขายธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 25.6% ในขณะที่ต้นทุนจากการให้เช่าและบริการลดลง 69.3% ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 18.3% กำไรก่อนต้นทุนทางการเงินและภาษีเงินได้ (EBIT) เพิ่มขึ้น 4.6% แต่ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นถึง 81.1% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นรวมสำหรับไตรมาส 1 ปี 2569 อยู่ที่ 26.3%

สินทรัพย์ หนี้สิน และประเด็นสำคัญ: สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น หนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นสูงขึ้น ยอดขายโครงการเพิ่มขึ้น

สินทรัพย์รวม ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2569 เท่ากับ 25,336.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,219.9 ล้านบาทจากสิ้นปี 2568 หนี้สินรวมอยู่ที่ 18,537.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,161.2 ล้านบาทจากสิ้นปี 2568 ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 6,798.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 58.7 ล้านบาทจากสิ้นปี 2568 อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 2.73 เท่า จาก 2.58 เท่า ณ สิ้นปี 2568 อย่างไรก็ตาม อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงเหลือ 1.65 เท่า จาก 1.71 เท่า ณ สิ้นปี 2568
ยอดขายโครงการ (Pre-sale) เพิ่มขึ้น 67.1% เป็น 2,488.6 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากยอดขายของลูกค้าต่างประเทศที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะโครงการโนเบิล เอ็มเมอร์ส พร้อมพงษ์ ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2569 มีรายได้ที่รอการรับรู้ (Backlog) จำนวน 22,273.0 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้ภายใน 4 ปีข้างหน้า บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจภายใต้กรอบการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยบูรณาการปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) เข้ากับกลยุทธ์องค์กร

โพสต์ล่าสุด